
ฟื้นฟูร่างกายสู้มะเร็งร้ายด้วยพลังใจ (1)
การรักษามะเร็งที่ดีที่สุดคือ การรักษาแบบผสมผสานด้วยรังสีรักษาและยา ซึ่งมีผลต่อภาวะร่างกายทั้งหมด ทำให้ไม่อยากเคลื่อนไหว
การฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยวิธีกายภาพบำบัด เน้นการทำกิจกรรมทางกาย การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของผู้ป่วย ทำได้ในระหว่างให้การรักษา หรือหลังจากจบกระบวนการรักษาแล้ว ซึ่งการออกกำลังกาย นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมในระดับที่เหมาะสมต่อสภาวะของผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายผู้ป่วยมีประสิทธิภาพดีที่สุด หรือที่จะกล่าวได้ว่า “การออกกำลังกายดีพอที่จะทำให้ชีวิตมีคุณภาพอีกครั้ง” (Mobility as well as quality of life)
การออกกำลังกายระหว่าง หรือหลังการรักษา
เมื่อมีการเริ่มต้นทำกิจกรรมทางกาย และออกกำลังกายเพิ่มความสามารถในการทำงานของหัวใจ ในการจัดส่งเลือดให้ร่างกายทำให้มี การจัดส่งออกซิเจนให้แก่กล้ามเนื้อ Aerobic Capacity (VO2 max) เพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดได้ เมื่อมีการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายต่อเนื่อง 20-30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด เพื่อลดของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างที่ร่างกายรับเคมีบำบัด หรือไม่ได้ทำกิจกรรมใดขณะพักฟื้น
การทรงตัว (Balance) ที่ดีขึ้น การสูญเสียการทรงตัว ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อลีบเล็กลง หรือมีอาการชาจากความเสียหายของเส้นประสาท ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนท่าทางจากท่านนอน มาสู่ท่านั่ง และท่ายืน
ความหนาแน่นของกระดูก (Bone Density) เพิ่มขึ้น โดยการเดินต่อเนื่อง การวิ่งเบาๆ หรือการบริหารร่างกายโดยใช้ถุงทรายหรือดัมเบลล์ น้ำหนัก 0.5 กิโลกรัม
การเพิ่มความทนทานในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินขึ้นบันได การยืน หรือเดินที่ทำได้นานขึ้น
การลดอาการล้าของร่างกาย โดยการเริ่มออกกำลังตั้งแต่ระดับเบา จนถึงระดับปานกลาง ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น อาการล้าของร่างกายระหว่าง หรือหลังการรักษา เกิดจากมะเร็งที่ส่งผลให้เกิดการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง ร่างกายจะอยู่ในภาวะซีด (Anemia) ทำให้รู้สึกไม่มีแรงในการกลับมาทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ รวมตัวกับภาวะจิตตก
เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ หรือเอ็นรอบๆ ข้อต่อ รวมถึงป้องกันการเกิดพังผืด ที่จะทำให้ข้อต่อยึดติด โดยเฉพาะข้อไหล่ ทำได้โดยการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ หลังอาบน้ำทุกวัน
ลดการไม่อยากทำอะไรเลย (Inactivity) เพราะการรอเวลาให้หาย เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง อาการเมื่อยล้าเข้ามาแทนที่ การกลับมาเริ่มต้นโปรแกรมการออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวทำกิจกรรมช่วยป้องกันการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ และการเกิดพังผืดที่แผลผ่าตัด
ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน การออกกำลังกายแบบแอโรบิกตั้งแต่ระดับเบาจนถึงระดับกลางแล้วสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ และทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น
ลดอาการปวดที่เกิดจากการที่มะเร็งกระจายไปกดทับเส้นประสาท หรือกระดูกสันหลัง ทำได้โดยการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ หรือการรำจี้กง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย นอนหลับพักผ่อนได้มากขึ้นช่วยให้ระดับอาการปวดลดลง
เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ไม่จำเป็นต้องยกน้ำหนักเป็นกิโลๆ แต่สามารถทำได้โดย การถือของเบาๆ หรือการเก็บใบไม้ในบ้าน
ควบคุมน้ำหนักได้ น้ำหนักตัวลดลงเป็นปัญหาที่พบในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย การออกกำลังกายจะทำให้มีการย่อยอาหารได้ดีขึ้น และระบบขับถ่ายทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลต่อความอยากรับประทานอาหารก็มากขึ้นตามมา
เพิ่มความอดทนในการที่จะรักษามะเร็งได้จนจบการรักษา เนื่องจากสภาพร่างกายมีความแข็งแรงมากเพียงพอ
ด้านจิตใจ
- ลดอาการวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายขณะออกกำลังกาย
- การทำกิจกรรมแบบแอโรบิกระดับกลาง ทำให้ร่างกายหลั่งสารที่จะทำให้อาการวิตกกังวลลดลง คงภาพลักษณ์ของผู้ป่วยให้ดูดี เพราะการออกกำลังกายหรือการฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด ทำให้กล้ามเนื้อชะลอการฝ่อลีบ
- หลังจากการทำรังสีรักษา อาจจะประสบปัญหาความจำสั้น สมาธิลดลง หรือหงุดหงิด ได้ การออกกำลังกายจะส่งผลเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ในการกระตุ้นความคิด หรือความจำ
- สูญเสียการควบคุม ผลของการออกกำลังกายจะทำให้ผู้ป่วยสามารถทรงตัวในท่านั่ง ยืน เดินก็จะดีขึ้นตามลำดับและก็จะกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้หลากหลายขึ้น
- อาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลให้ร่างกายตกอยู่ในภาวะอ่อนล้า การเดิน หรือทำกิจกรรมในบ้าน และพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายประจำวัน จะช่วยเพิ่มระยะเวลาในการนอนหลับและทำให้หลับได้ดีมากขึ้น
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
โทร.0-2361-2727



