
สาธารณสุขอาเซียนสรุปมาตรการเฝ้าระวังหวัด2009ร่วม
ประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสอาเซียน สรุปมาตรการแก้ไขโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เน้นเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และรักษารวดเร็ว ด้าน ธนาคารโลก เตรียมประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเม็กซิโกเป็นประเทศแรก เหตุใช้มาตรสังคมควบคุมโรค ขณะที่กองทัพสื่อไทยและเทศแห่ท
ที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเวลา 13.30 น. พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ทูมัส พาลู หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ฝ่ายความร่วมมือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลก ( Dr.Toomus Palu, Lead Health Specialist, Human Development Sector Coordinator, World Bank) แถลงผลการประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสประเทศสมาชิกอาเซียน บวก 3 ว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 พบการระบาดส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอเมริกาและบางประเทศของยุโรป และมีพื้นที่ที่พบการระบาดใหม่ 2 แห่ง คือ กัวเตมาลา และสวีเดน ในภูมิภาคเอเชียมี 3 พื้นที่ คือ อิสราเอล ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ที่พบผู้ป่วย มีพื้นที่ที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในรอบ 7 วัน ได้แก่ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์
พญ.ศิริพร กล่าวว่า ในวันนี้ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสอาเซียนบวก 3 ได้เห็นชอบมาตรการเฝ้าระวังควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 ตามประกาศความรุนแรงการระบาดระดับ 5 ขององค์การอนามัยโลก โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อการเดินทาง การค้าขาย และวิถีชีวิตประชากร ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ มาตรการเฝ้าระวังโรคตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อและควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว มาตรการการควบคุมโรคกรณีที่พบผู้ป่วย เพื่อจำกัดวงของการแพร่ระบาดให้ได้เร็วและแคบที่สุด และมาตรการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยยาต้านไวรัสอย่างรวดเร็ว เพื่อลดการเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ในภูมิภาคอาเซียนมีสต็อคยาโอเซลทามิเวียร์อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ 5 ล้านเม็ด สำหรับผู้ป่วย 5 แสนราย ส่วนไทยได้เตรียมไว้ในประเทศ 5 ล้านเม็ดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการพัฒนาวัคซีนสำหรับใช้ในภูมิภาค
พญ.ศิริพร กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทั้งจากศูนย์ควบคุมป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา และองค์การอนามัยโลก ระบุว่าเชื้อไวรัสนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยทางด้านพันธุกรรม ลักษณะการแพร่เชื้อ และด้านคลินิก เพื่อลดผลกระทบต่อคน โดยการให้การรักษาอย่างรวดเร็วและควบคุมอย่างทันการณ์ รวมทั้งการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชน ยังมีความจำเป็นและต้องทำต่อเนื่อง ซึ่งจากการนำเสนอมาตรการของประเทศอาเซียน และจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ในวันนี้ ล้วนยึดหลักเตรียมพร้อมการเฝ้าระวังป้องกันตามมาตรฐานสากล และบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ยังได้ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร โต้ตอบกระแสข่าวลือเกี่ยวกับโรคนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือกันในระดับอาเซียน บวก 3 ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชากรของอาเซียนและประชากรโลก
ด้าน ดร.โทมัส พาลู หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ผู้ประสานงานฝ่ายพัฒนามนุษย์ ธนาคารโลก กล่าวว่า สำหรับในส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ เพราะโรคซาร์สและไข้หวัดนกที่เกิดการแพร่ระบาดในช่วงก่อนหน้านี้ ก็เพิ่งสามารถสรุปผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดจากโรคระบาดมีทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การหยุดทำงานที่ส่งผลให้สูญเสียการผลิตในช่วงดังกล่าว การประหยัดค่าใช้จ่าย การหยุดเดินทางและหยุดการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามในการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในครั้งนี้ เม็กซิโกจะเป็นประเทศแรกที่จะได้รับการประเมินในเรื่องนี้ เพราะนอกจากเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดมากแล้ว ยังเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรการควบคุมทางสังคม
ส่วนกรณีการให้ความช่วยเหลือของทางธนาคารโลกนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตัวเลขที่ชัดเจน แต่ได้มีการกันงบประมาณไว้แล้วสำหรับรับมือกับโรคระบาด และยังสามารถหาแหล่งทุนเพิ่มได้หากจำเป็น อย่างจากข้อมูลที่ได้รับจาก นพ.เคอิจิ ฟูกูดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ยังมีเรื่องที่น่าเบาใจ เพราะระบุว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะมีการแพร่ระบาดประมาณ 3 เดือนใน 1 ปี ซึ่งการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นเป็นไปตามฤดูกาล ทำให้สามารถป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคได้
ขณะที่ นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นเพียงการหารือความร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อให้แต่ละประเทศทราบเกี่ยวกับสถานการณ์และเข้าใจถึงมาตรการในการป้องกันและควบคุม แต่ในส่วนของการช่วยเหลือด้านทรัพยากรอาจยังมีข้อจำกัด ดังนั้นในการประชุมจึงเน้นการจัดระบบช่วยเหลือกันและกัน เช่น การจัดทำในเรื่องสต๊อกยา เป็นต้น รวมถึงการจัดทำความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาวัคซีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวก 3 ปรากฏว่า ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก โดยทางเจ้าหน้าที่จัดการประชุมแจ้งว่า จากเดิมคาดที่ว่าจะมีนักข่าวเข้าร่วมเพียงแค่ 200 คน แต่ล่าสุดเพิ่มจำนวนถึง 500 คน ทั้งในส่วนนักข่าวไทยและต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานีโทรทัศน์ที่ทำการถ่ายทอดสดในพรุ่งนี้ ทำให้ต้องมีการจัดระเบียบการดูแลเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจบัตรผ่านเข้าสู่ที่ประชุมซึ่งจะอนุญาตเฉพาะผู้มีบัตรให้เข้าร่วมเท่านั้น นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ ( 8 พ.ค.) ซึ่งเป็นกำหนดการประชุมร่วมกันของรัฐมนตรีสาธารณสุขในภูมิภาคอาเซียนบวก 3 ได้ขอให้สื่อมวลชนนำกล้องมาให้เจ้าหน้าที่สันติบาลทำการตรวจดูความเรียบร้อยก่อนตั้งแต่ 7.30 น.
องค์การอนามัยโลกเตือนให้เอเชียเฝ้าระวังการระบาด
รักษาการผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เคอิจิ ฟูกูดะ บอกเรื่องนี้ ผ่านวีดีโอลิงค์มายังที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่จากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และ 10 ชาติอาเซียนที่กรุงเทพฯในวันนี้ ก่อนที่จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีสาธารณสุขในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาทางรับมือกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
นายฟูกูดะบอกว่าเชื้อไวรัส เอ เอช 1 เอ็น 1 นี้ ยังถือว่ารุนแรงน้อยกว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สเปนที่ระบาดเมื่อปี 2461 แต่การระบาดในครั้งนั้นก็เริ่มระบาดไม่รุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะทวีความรุนแรงในช่วงฤดูหนาว พร้อมเตือนว่า เชื้อไวรัสตัวใหม่นี้อาจจะกลายพันธุ์และมีความรุนแรงยิ่งกว่าในช่วงปลายนี้ และมีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะระบาดไปทั่วโลก จึงขอให้ประเทศในเอเชียยังคงเฝ้าระวัง
และติดตาม วิวัฒนาการอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อเตรียมการรับมือ แม้ว่าภูมิภาคเอเชียยังไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในตอนนี้และองค์การอนามัยโลกก็ไม่เชื่อว่าตอนนี้ได้มีการจัดการอย่างเต็มที่ในปรากฎการณ์ที่ร้ายแรงนี้
รายงานข่าวระบุว่า การประชุมครั้งนี้ นับเป็นการประชุมครั้งแรกของชาติอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปขัดขวางการประชุมสุดยอดที่โรงแรมที่เมืองพัทยาเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ผู้นำชาติต่าง ๆ ต้องหลบหนีออกมาโดยเฮลิคอปเตอร์ ทำให้ทางการไทยเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น โดยระดมกำลังทหารหลายร้อยนายมาปิดล้อมสถานที่จัดประชุมเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยแม้จะไม่มีสัญญาณว่าจะมีการชุมนุมประท้วงก็ตาม
รพ.ญี่ปุ่นไม่รับรักษาผู้ป่วยที่มีไข้กลัวเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กรุงโตเกียวบอกวันนี้ว่า ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา จนถึงเมื่อวาน โรงพยาบาลหลายแห่งในกรุงโตเกียวไม่ยอมรักษาผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ โดยได้แจ้งให้ผู้ป่วยอย่างน้อย 170 คน ให้ไปรับการรักษาที่ศูนย์ไข้ที่ตั้งขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากวิตกว่าอาจเป็น ผู้ป่วยที่ติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 ในญี่ปุ่น แม้จะพบผู้สงสัยจะติดเชื้อเกือบ 20 คน แต่ผลตรวจทั้งหมดก็เป็นลบ
เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบอกว่า โรงพยาบาลบางแห่ง ยังสับสนว่าควรต้องทำยังไง และปฏิเสธคนไข้เพียงเพราะมีไข้ ขณะที่หัวหน้าฝ่ายโรคติดต่อของรัฐบาลญี่ปุ่น นายฮิโรชิ โอฮี บอกว่า คนไข้เหล่านี้ควรได้รับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งแรกที่พวกเขาเข้าไป และกำลังเตรียมหามาตรการป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลปฏิเสธรับรักษาคนไข้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุด โกลเด้น วีค
จากตัวเลขล่าสุดขององค์การอนามัยโลกเมื่อวานนี้ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อ 1,893 คน ใน 23 ประเทศ เสียชีวิต 31 ราย และมีรายงานว่า ในวันนี้ญี่ปุ่นพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อรายใหม่ เด็กหญิงวัยรุ่นในนครโอซาก้า ที่มีไข้สูงหลังกลับจากแคนาดา และกำลังรอผลตรวจยืนยันอยู่
เม็กซิโกยกเลิกนโยบายปิดทุกอย่าง เตรียมเปิดร.ร.
เม็กซิโก ได้ผ่อนปรนมาตรการควบคุมที่เข้มงวดต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตั้งแต่วันพุธ หลังจากใช้นโยบายปิดทุกอย่างเป็นเวลา 5 วันขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการได้ประกาศเดินหน้าขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาวัคซีนมารับมือ
กับไวรัส H1N1
บรรดาสำนักงานและร้านอาหารในเม็กซิโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัส ได้กลับมาเปิดให้บริการใหม่ แม้ว่าทางการจะยอมรับว่า ยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้ได้พุ่งขึ้นจาก 29 คนเป็น 42 คนแล้ว แม้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุตัวเลขผู้ติดเชื้อ 1,893 คน ใน 23 ประเทศ รวมทั้งคนที่ไม่เคยไปเม็กซิโกด้วย แต่ทางการเม็กซิโก ยังคงเดินหน้าที่จะเปิดสำนักงานและร้านอาหารต่อไป รวมทั้งการยินยอมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่แสดงถึงอารยธรรมของอัซเทคและมายัน โดยให้เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากกันเชื้อ หรือผ้าปิดจมูก และพยายามไม่ให้ฝูงชนเกาะกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก
ไวรัสสายพันธุ์ล่าสุดนี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ผสมผสานกันระหว่าง ไวรัสไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์หมูและนก ทำให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดการระบาดไปทั่วโลก แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคงไม่สูงมาก หลายประเทศได้กำหนดมาตรการป้องกันต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดไปทั่วโลก
ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทาง และทำลายเศรษฐกิจของเม็กซิโก ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว



