ไลฟ์สไตล์

สไปซ์สตอรี่...จีนฟิวชั่นจัดจ้าน

สไปซ์สตอรี่...จีนฟิวชั่นจัดจ้าน

22 ม.ค. 2555

ชวนชิม : สไปซ์สตอรี่...จีนฟิวชั่นจัดจ้าน

                         สีสันของวันตรุษจีนกำลังคึกคัก เชื่อว่าหลายคนคงกำลังใส่ใจกับการเฉลิมฉลองตามประเพณีกันอย่างเต็มที่ ส่วนเราเองก็ขอเสาะหาร้านอาหารจีนเลิศรสมาเสิร์ฟร้อนๆ ให้ผู้อ่านเช่นกัน แต่ครั้งนี้คงไม่ได้แนะนำเมนูจีนแท้เหมือนแต่ก่อน เพราะอยากลองเปลี่ยนรสชาติเดิมๆ เป็นอาหารแบบฟิวชั่นที่เน้นจีนเป็นหลัก แต่สามารถผสมผสานกับอาหารไทยเราได้อย่างลงตัว ด้วยความตั้งใจนี้จึงทำให้มาหยุดท้องอยู่หน้าร้าน สไปซ์สตอรี่ (Spice Story) ที่มีคอนเซปต์เป็นร้านอาหารสไตล์ไชนิส-ชิค มีทั้งอาหารจีนต้นตำหรับ และอาหารจีนฟิวชั่นไทย ญี่ปุ่น และแขก มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่การใส่เครื่องเทศลงไปในอาหารทุกจานแม้กระทั่งของหวาน แถมยังรวบรวมเครื่องเทศนานาชนิดกว่า 100 รายการ มาให้ลูกค้าที่ติดใจในความหอมกรุ่นซื้อใส่ถุงหิ้วกลับบ้านอีกด้วย 

                          บรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสในบริเวณร้านที่เปิดโล่ง มองแทบไม่ออกว่าเป็นร้านอาหารจีนที่มักใช้สีแดงตกแต่ง ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาตั้งใจสื่อว่าเป็นอาหารแบบฟิวชั่นในบรรยาการของความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่พอได้เปิดเมนูปุ๊บก็ต้องร้องอ๋อ ...เพราะทุกอย่างแทบเป็นอาหารจีนที่นำมาประยุกต์ทั้งนั้น เริ่มสั่งกันแบบออเดิร์ฟตั้งแต่ ขนมจีบกุ้งพริกไทยดำ ที่ใช้เนื้อกุ้งล้วนๆ ผสมกับเครื่องเทศอย่างพริกไทยดำบดหยาบ ให้รสชาติแน่นกรอบของเนื้อกุ้งและรสเผ็ดร้อนของพริกไทยดำ สำทับด้วยไข่กุ้งเล็กๆ โรยหน้าอีกรอบ จิ้มจิ๊กโฉ่ผสมกระเทียมเจียว เปรี้ยวๆ มันๆ

                          ต่อด้วย เปาะเปี๊ยทอด ไข่เยี่ยวม้าฮ่องกง ให้รสกลางๆ เพราะมีไฮไลท์อยู่ที่ฟักและลูกพลับเชื่อมซ้อนอยู่ระหว่างชั้นผักและไข่ เมื่อมารวมกันแล้วจึงให้ความรู้สึกพอดีไม่หวานและไม่มันจนเลี่ยน แถมยังมี ซุปบักกุ๊ตเต๋  เป็นผู้ช่วยแก้อาการฝืดคอ ที่เน้นเนื้อกระดูกหมูตุ๋นในน้ำซุปใช้เครื่องเทศทั้งเก๋ากี้ ตังกุย เง็กเต็ก ฮวยชัว ชะเอมแผ่น ลำใยแห้ง ให้คุณประโยชน์ในการถนอมสายตา บำรุงเลือดและสมอง ตุ๋นไฟอ่อนๆ นาน 2 ชั่วโมง กินพร้อมผัดคะน้าราดน้ำมันหอยตามตำรับ น้ำซุปอุ่นๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศฟุ้งช่วยกระตุ้นต่อมความหิวได้ดีทีเดียว  

                         เพิ่มรสเครื่องเทศอีกนิดกับเมนู แกงกะหรี่หมูเอ็นแก้ว เนื้อน้ำเข้ากันดีเหมาะกับคนไม่ชอบกลิ่นฉุนมากเพราะมีรสกลางๆ ให้ถูกปากคนไทยและชาวต่างชาติที่อยากให้แวะเวียนมาลิ้มลองในความอร่อยที่เหมือนกัน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และกุนเชียงหมูชิ้นหนาไม่แข็ง รวมแล้วทานง่ายไม่ฉุนผงกะหรี่ แต่รสชาติเข้มข้น ปิดท้ายของหนักด้วยเมนู เส้นใหญ่ราดหน้าหมูซาแต้ กันความพิถีพิถันด้วยการนำเส้นไปกริวในน้ำมันจนกรอบแล้วราดน้ำมันหอยให้หอมกรุ่น ก่อนจะนำมาผัดผสมกับน้ำราดหน้าและเนื้อหมูหมักเครื่องเทศนุ่มๆ ให้เส้นและเนื้อที่ยืดหยุ่นน้ำไม่หนืดเกินไป คลุกกับน้ำพริกเผาก่อนทาน หวานนิด เค็มหน่อย ไม่เผ็ดเป็นอาหารจานเดียวที่ทานกันสนุกๆ ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

                         หันไปทางของหวานซึ่งทางร้านบอกว่าไฮไลท์คือ บรรดา ไอศกรีมผสมเครื่องเทศและสมุนไพร หลากหลายรสทั้งช็อกโกแลตพริกไทยดำ กระเจี๊ยบเชอร์เบท ลูกพลัม และผลไม้อื่นๆ แต่ทีเด็ดจริงๆ อยู่ที่ ไอศกรีมรสพริกขี้หนู ที่ใส่จริง เผ็ดจริง แต่ไม่ถึงกับแสบลิ้น แค่พอซ่าๆ ลิ้น เคล้ากับความหวานมันของรสครีมที่ผสมเข้าด้วยกันทำให้ความจัดจ้านของพริกกลายเป็นรสละมุนทันที วันหยุดนี้ใครอยากลิ้มลองอาหารจีนแบบเบาๆ แวะเวียนไปได้ ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือจะไปช็อปเครื่องเทศสำเร็จรูปที่ทางร้านจัดมาให้ปรุงอาหารจีนต้นตำหรับง่ายๆ ด้วยตัวเอง เอากลับมาทำให้ครอบครัวทานกันในบ้านก็อบอุ่นไปอีกแบบ

..........................................
(ชวนชิม : สไปซ์สตอรี่...จีนฟิวชั่นจัดจ้าน)