ไลฟ์สไตล์

ดอยตุง : สวนแห่งแรงบันดาลใจ

ดอยตุง : สวนแห่งแรงบันดาลใจ

22 ม.ค. 2555

ถิ่นไทยงาม : ดอยตุง : สวนแห่งแรงบันดาลใจ

                   ไปเชียงรายคราวนี้ ออกจะเป็นทริปคุณหนูอยู่สบาย เดินทางโดยสารการบินนกแอร์ ที่เปิดเส้นทางบินตรงไปถึงเชียงรายแล้ว ทำให้มีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่ที่ยังไม่อยู่ใน list การเดินทางแบบสมบุกสมบันของฉัน

                   ว่ากันว่า ใครมาเชียงราย แล้วยังไปไม่ถึง พระตำหนักดอยตุง-ไร่แม่ฟ้าหลวง ก็เหมือนจะพลาดจุดสำคัญๆ ของจังหวัดไป เพราะดอยตุงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ของจังหวัด อยู่ใน อ.แม่ฟ้าหลวง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กม. แต่ที่สำคัญมากไปกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็คือความเป็นมาของพื้นที่แห่งนี้ต่างหาก

                   "ฉันจะปลูกป่าดอยตุง" พระราชดำรัสสมเด็จย่าที่มีขึ้นหลังจากที่ได้เสด็จเยือนดอยตุง และเห็นแต่เทือกเขาหัวโล้นที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรของชาวเขาในแถบนั้น ต่อมารัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงในปี 2530 ปลูกป่าคืนความสมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ แล้วยังดึงชาวเขาเข้ามาทำงานในโครงการปลูกป่าดอยตุง จนกระทั่งปัจจุบัน เส้นทางขึ้นดอยตุงที่เคยเห็นแต่เขาโล้นๆ กลับมามีต้นไม้ขึ้นอีกครั้ง และนำมาซึ่งโครงการสร้างอาชีพให้กับชาวท้องถิ่น เพื่อไม่ต้องรุกที่ป่าอีก

                   "หอแห่งแรงบันดาลใจ"  จุดแรกที่ฉันเข้าเที่ยวชม แรกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร เหมือนหอนิทรรศการบอกเล่าพระราชประวัติของสมเด็จย่า ซึ่งฉันพอจะได้เห็นมาจากโอกาสที่ได้เข้าไปเยือนพระราชวังสระปทุม แต่หอแห่งแรงบันดาลใจที่นี่ ยังบอกเล่าถึงการเข้าไปพลิกฟื้นชีวิต ความผูกพันกับดอยตุงและชาวบ้านในท้องถิ่นของพระองค์ท่าน อย่างแนบชิด

                   ในหอแห่งแรงบันดาลใจมีจุดที่แสดงถึงชีวิต ความฉ่ำเย็นของน้ำ ที่เมื่อหยดน้ำตกลงกระทบกับฐานรองรับน้ำด้านล่าง ก็จะมีข้อความสั้นๆ ปรากฏเป็นเงารางๆ ให้เห็น ... หยดน้ำคือชีวิต, หยดน้ำคือความฉ่ำเย็น, หยดน้ำคือความอุดมสมบูรณ์, หยดน้ำคือความหวัง, หยดน้ำคือจุดกำเนิด, หยดน้ำคือแรงบันดาลใจ

                   จากเทือกเขาหัวโล้น กลับสภาพมาเป็นไร่ที่คงทนถาวร ด้วยการปลูกพืชสร้างรายได้ให้ชาวเขาดอยไม่ต้องตระเวนถากถางภูเขาจนโล้นเลี่ยนเป็นลูกๆ เหมือนแต่ก่อน "กาแฟ" ภายใต้แบรนด์ดอยตุง และ "มะคาเดเนีย นัท" จัดเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ทำรายได้ให้ชาวเขาแถวนั้น

                   ออกจากหอแห่งแรงบันดาลใจ ก็ได้เวลาชม ไร่แม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวราวกับสวิตเซอร์แลนด์ บนเนื้อที่ 25 ไร่ สอดรับกับพระตำหนักดอยตุงที่อยู่ด้านบน ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับบ้านพื้นเมืองสวิตเซอร์แลนด์ 

                   ภายในสวนแม่ฟ้าหลวงตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ทั้งประเภทแขวนกระถาง และปลูกเป็นแปลงสวยงาม ทั้งดอกแพนซี ดอกรักเร่ ดอกกุหลาบ ฯลฯ กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า "ความต่อเนื่อง" 

                   แต่จุดที่ทำให้ฉันแทบจะไม่ออกเดินไปไหน ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองเสมอว่าไม่ใช่คนชอบดอกไม้ ก็คือ โรงเรือนไม้ในร่มที่เต็มไปด้วย กล้วยไม้รองเท้านารี หลากสายพันธุ์ ขนาดดอกใหญ่ และมีหลายพันธุ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับใบดีกรีรับรองคุณภาพ ฉันเวียนวนถ่ายรูปรองเท้านารีจนแทบไม่ไปไหน ดูเวลาอีกที ใกล้จะถึงเวลานัดหมาย เลยต้องตัดคิว พระตำหนักดอยตุงซึ่งปิดตอนเที่ยง รวมถึงร้านกาแฟดอยตุงที่เปิดให้บริการอยู่ภายในไร่แม่ฟ้าหลวงออกไปก่อน เพื่อใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่ถึง 10 นาที เดินดูให้ทั่วบริเวณสวน ก่อนจะเดินกลับมารอเพื่อนๆ ที่จุดนัดหมาย 

                   วันนี้ สมเด็จย่า จากเราไปแล้ว แต่สมบัติที่พระองค์ท่านมอบไว้ให้ ล้วนประจักษ์แจ้งถึงความรักและความทุ่มเทที่พระองค์มีให้ทุกคนเสมอมา
 
....................................................
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม คนละ 150 บาท รวม 3  สถานที่ (ไร่แม่ฟ้าหลวง, พระตำหนักดอยตุง, หอแห่งแรงบันดาลใจ)

การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางมุ่งสู่ อ.แม่สาย ประมาณ กม. 870-871 เลี้ยวซ้ายขึ้นดอย 17 กม. ถึงพระตำหนักดอยตุง


..................................................
(ถิ่นไทยงาม  : ดอยตุง : สวนแห่งแรงบันดาลใจ)