
ร.ร.วัดดอนเมือง-ประชาอุทิศ ปรับวิถีสู้น้ำ
ร.ร.วัดดอนเมือง-ประชาอุทิศ ปรับวิถีสู้น้ำวิกฤติโลกอนาคต โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
"ดีใจมากค่ะที่ได้กลับมาเจอหน้าเพื่อนและครูอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเวลาจะนานไปหน่อยในช่วงน้ำท่วม แต่ไม่คิดว่าน้ำท่วมคืออุปสรรคที่ทำให้หนูต้องจากเพื่อน จากครู แต่จะใช้ประสบการณ์นี้ไว้ตั้งรับปีหน้า เพราะคิดว่าปีหน้าและปีต่อๆ ไปมันต้องมาอีกแน่นอน" ตั้งรับไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง "น้องจอย" นุจรี คงสมบูรณ์ วัย 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนประชาอุทิศ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ กล่าว
"น้องนาเดีย" อรวรรณ แพสถิตถาวร วัย 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 เล่าว่า โรงเรียนปิดนานเกือบ 2 เดือน ทำให้ต้องเรียนวันเสาร์เพิ่ม และวันปกติเรียนเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยอมเพราะว่าโรงเรียนจัดให้เรียนเสริมก็ต้องตั้งใจเรียน
เสียงสะท้อนเด็กนักเรียนที่หยุดเรียน เพราะน้ำท่วมโรงเรียน สร้างความเสียหายทั้งคนและทรัพย์สินหลายจังหวัดทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือ เขตดอนเมือง-หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ที่เผชิญกับมวลน้ำก้อนใหญ่ ถึงวันนี้แม้น้ำจะลดเป็นปกติ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ทำความสะอาดในงาน บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ฝ่าพ้นวิกฤติอุทกภัย “รวมพลังรับขวัญวันเปิดเรียน” เมื่อเดือนที่ผ่านมาไปแล้วก็ตาม
น้องจอย เล่าว่า เช้าวันแรกที่เดินทางถึงโรงเรียนหลังจากที่โรงเรียนปิดภาคเรียนเป็นเวลานาน เมื่อเจอหน้าเพื่อนๆ ก็เล่าเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านที่เกือบมิดหัว ข้าวของเกือบทุกอย่างพังเสียหาย เข้าบ้านไม่ได้เป็นเวลานาน เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นๆ ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับน้ำท่วมบ้านเช่นเดียวกัน วันนั้นทั้งวันก็เลยกลายเป็นเรื่องน้ำท่วมทั้งหมด
จอยบอกอีกว่า ถ้าปีหน้าน้ำมาอีกจะรีบเก็บของขึ้นที่สูง ปิดบ้านให้สนิทและออกไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงที่ทางการจัดให้ เพราะถ้าฝืนอยู่ในบ้านก็ไม่มีอะไรเหมือนครั้งที่ผ่านมา ไม่มีร้านขายของเลย แต่สิ่งดีๆ ที่ได้เห็นเวลาน้ำท่วม คือ ความเดือดร้อนมันเป็นยังไง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างจอยและครอบครัวก็ออกไปช่วยหมู่บ้านอื่นที่ถูกน้ำท่วม ช่วยโรงเรียนของเพื่อนที่อยู่ใกล้ชุมชน ช่วยขัดพื้นโรงเรียน ขัดศาลาพระพุทธรูป ปลูกต้นไม้หน้าเสาธง เป็นต้น
น้องนาเดีย เล่าเสริมว่า ถึงวันนี้โรงเรียนกลับมาเป็นปกติเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือแต่อุปกรณ์ที่เสียหายที่ต้องซื้อใหม่ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าโรงเรียนจะกลับคืนไม่เต็มร้อย นักเรียนทุกคนก็มาเรียน ขอให้มีที่เรียน มีครูสอน มีเพื่อนเล่นก็พอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าคือสิ่งที่บั่นทอนชีวิตและกำลังใจ ตรงข้ามกลับเป็นประสบการณ์ในการจะตั้งรับภัยที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ปีหน้าไม่แน่ว่าน้ำอาจจะท่วมหนักกว่าปี 2554 อีก หวังว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะทำให้รู้จักและปรับตัวเข้าหาสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตได้
รองผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่าสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการเปิดภาคเรียนโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้งหมดกว่า 436 แห่ง ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 700 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายด้านอาคารสถานที่ อย่างไรก็ตาม กทม.ได้เร่งทยอยการซ่อมแซมในส่วนที่จำเป็นต้องใช้งานก่อน เช่น อาคารเรียน ห้องน้ำ
โดยงบประมาณที่ กทม.จัดสรรไว้เพื่อการฟื้นฟูโดยตรงจากการแบ่งงบประมาณโครงการอื่นๆ มาสมทบ และอยู่ระหว่างการ ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ความเสียหายทั้งหมด จัดทำเป็นหลักสูตรการรับมือเหตุการณ์วิกฤติ อุทกภัยต่างๆ เช่น การวิ่งซ้อมหนีไฟ น้ำท่วม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ และเตรียมตัวเองให้พร้อมรับสถานการณ์อยู่เสมอ
สุรีพร กาญจนวาทศิลป์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) บอกว่า โรงเรียนกลับคืนสู่สภาพปกติเกือบทั้งหมด เพราะกทม.เข้ามาดูแลทุกอย่างอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เรื่องการทำความสะอาด ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในโรงเรียนทั้งหมด ตั้งแต่การปลูกต้นไม้ใหม่ ล้างอาคารเรียนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา ส่วนหนึ่งก็ได้แรงกายจากพี่น้องใกล้ชุมชนที่มีลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนเข้ามาช่วยทำความสะอาดช่วย
ทำให้โรงเรียนเปิดสอนได้ตามกำหนดตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา เมื่อเปิดภาคเรียนมาโรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนปกติ จัดงานกีฬาสี และงานวันเด็กให้นักเรียน ขณะนี้กำลังปรับปรุงภูมิทัศน์สวนหย่อม สนใจสอบถามข้อมูลโรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) ได้ที่ 0-2566-1918, 0-2928-1608
....................................
(ร.ร.วัดดอนเมือง-ประชาอุทิศ ปรับวิถีสู้น้ำวิกฤติโลกอนาคต โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ )



