
ไฮออตวันเสาร์ : มังกรเลือดใหม่ยังเข้มแค่ไหน
คอลัมน์ไฮออตวันเสาร์ : มังกรเลือดใหม่ยังเข้มแค่ไหน
ช่วงเวลา 5 ทุ่มคืนนี้ ก็จะถึงเวลาที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ (และทั่วโลก) ร่วมกันเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของชาวจีน หรือ "เทศกาลตรุษจีน" กันอีกครั้ง ด้วยชาวจีนนั้นอาศัยวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก ดังนั้นวันตรุษจีนของชาวจีนจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
สำหรับประเทศไทยมีชาวถิ่นมังกรหอบเสื่อผืนหมอนใบโล้สำเภาเข้ามาอยู่ในแผ่นดินขวานทองตั้งแต่สมัยโบราณกาล จนถึงปัจจุบันประสบความสำเร็จร่ำรวยกลายเป็น "เจ้าสัว" ก็หลายตระกูล สิ่งหนึ่งซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าพอฐานะมั่นคง การเงินมั่งคั่งก็ส่งลูกหลานข้ามฟ้าไปหาความรู้ไกลถึงฟากฝั่งตะวันตกของโลกตามสมัยนิยม จึงเกิดเป็นข้อสงสัยที่ว่า ในขณะที่คนไทยเชื้อสายมังกรรุ่นใหญ่อย่างปู่ย่า ตายาย ล้วนต่างเคร่งครัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติตามเทศกาลงานประเพณีต่างๆ แล้วในมุมของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในกระแสสังคมตะวันตก จะยังผูกพันกับวัฒนธรรมของบรรพบุรุษอยู่มากน้อยแค่ไหน
ประเดิมด้วยลูกหลานเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว "ป๊อป" วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ ที่คุณปู่โล้เรือสำเภามาจากเมืองจีน พร้อมพกพานามสกุลแซ่เล้าติดตัวมาด้วย ก่อนจะมาเจอคุณย่า และลงหลักปักฐานอยู่ในเมืองไทย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขามีความผูกพันกับวัฒนธรรมและประเพณีของจีนมาโดยตลอด และครอบครัวของเขาก็ยังคงเข้มงวดและรักษาธรรมเนียมปฏิบัตินี้มาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าครอบครัวเลาหพงศ์ชนะ ยังคงยึดถือค่านิยมของจีนอยู่เสมอ
"ขึ้นปีใหม่ที่บ้านจะมีปฏิทินจีนไว้ เพื่อจะได้ดูว่ามีเทศกาลไหนวันไหนบ้าง แล้วทุกเทศกาลจะมีการไหว้ ซึ่งบ้านผมจะไหว้กันแบบจริงจังมาก ดูฤกษ์ยาม ดูทิศของการไหว้ ยิ่งตอนนี้คุณปู่คุณย่าท่านไม่อยู่แล้ว เราก็ต้องไหว้ท่านในฐานะบรรพบุรุษ แต่สิ่งที่ผมยึดถือมากกว่าพิธีการเหล่านั้น คือคุณค่าและค่านิยมในความเป็นเชื้อสายจีน คุณพ่อจะสอนเสมอว่าต้องอดออม ต้องมีความรับผิดชอบ ขยัน และอีกอย่างที่สำคัญ คือต้องรู้จักความกตัญญูรู้คุณคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณธรรมของคนทุกชนชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับคนจีนจะเด่นในเรื่องเหล่านี้มาก และเขาจะให้ลูกหลานปฏิบัติกันอย่างเข้มงวด อย่างวันตรุษจีนที่จะมาถึงที่บ้านจะจัดเตรียมของมงคลเอาไว้ครบทุกอย่าง" พิธีกรรายการเดอะ ลิสท์ แจกแจง
และแน่นอนว่าหลานมังกรคนนี้ ก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งที่ต้องเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และเมื่อบรรจบมาถึงวันตรุษจีนขณะที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางกลับเมืองไทย เจ้าตัวบอกเลยว่าจะต้องเขียนคำอวยพรเป็นภาษาจีนแล้วส่งแฟกซ์มาให้คุณปู่กับคุณย่าทุกปี
"ช่วงนั้นจำได้เลยว่าต้องเขียนภาษาจีน ซึ่งผมก็ลอกๆ คำอวยพรมาอีกที แล้วส่งแฟกซ์มาให้ท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงว่าปีใหม่เราก็อวยพรให้คุณปู่คุณย่าเช่นกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ผมจะใช้วิธีโทรศัพท์มาอวยพรแทน วันตรุษจีนที่บ้านผมจะถืออย่างหนึ่งว่าจะต้องใส่เสื้อใหม่สีแดงๆ เพื่อเป็นมงคลกับตัวเอง ซึ่งผมก็ทำตามแม้จะอยู่ต่างประเทศ เพราะถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงอะไร" ป๊อปกล่าว
ด้าน "เสริม" ไกรเสริม โตทับเที่ยง ทายาทผู้สานต่อธุรกิจปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ภายใต้บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล เล่าว่า ด้วยความที่เติบโตและคุ้นชินกับวัฒนธรรมจีนมาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นความผูกพันอยู่มากพอควร และไม่รู้สึกขัดเคืองที่จะทำตามวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
"ครอบครัวผมเป็นครอบครัวใหญ่ สมาชิกในครอบครัวกระจายไปทำงานในหลายพื้นที่ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัวที่จะต้องไปเคารพญาติผู้ใหญ่ บรรดาญาติพี่น้องจะมารวมตัวกัน พูดคุยแต่เรื่องดีๆ สังสรรค์เฮฮากันอย่างสนุกสนาน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราทุกคนไม่อยากให้ผ่านพ้นไป และด้วยความที่ปฏิบัติแบบนี้มาอย่างต่อเนื่อง ผมจึงเชื่อว่าครอบครัวของเรามีส่วนช่วยให้วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนี้ ยังคงอยู่คู่กับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนสืบไป" ทายาทกิจการปุ้มปุ้ยเผย
ขณะที่หลานสาวเจ้าสัวแบงก์รวงข้าว อุ่น ลำซ่ำ ออกตัวว่า ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ จึงไม่ค่อยได้ร่วมประเพณีปฏิบัติของบรรพบุรุษบ่อยนัก ขณะเดียวกันทางครอบครัวเองก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับธรรมเนียมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน มากเท่ากับการกราบไหว้บรรพบุรุษในวันครบรอบที่ท่านจากไป อีกทั้งเธอไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ 11 ปี จึงยอมรับเลยว่าไม่แม่นเรื่องวัฒนธรรมความเป็นจีนเหมือนคนอื่นๆ
ฟากสาวเก่งเชื้อสายจีนเต็มตัวอย่าง "กิฟท์" สรัญทร เตชะไพบูลย์ ก็บอกเล่าเรื่องราวความสำคัญของเทศกาลตรุษจีนเอาไว้ว่า ลูกหลานคนจีนทุกคนจะเห็นวันนี้เป็นวันพิเศษ ไม่ว่าใครจะอยู่ต่างถิ่นไกลกันแค่ไหน จะจำเอาไว้ในสมองว่าต้องใส่ใจกับวันนี้ เพราะเป็นความผูกพันที่ถูกปลูกฝังสืบต่อกันมาทุกรุ่น
"วันตรุษจีนที่บ้านจะจัดงานตามพิธีที่ใหญ่มาก ใกล้ๆ วันก็จะวุ่นกับการหาของไหว้และจัดงานรวมญาติกันด้วย เพราะเป็นคนญาติเยอะเกือบร้อยคนได้ ทุกปีที่กงสีก็จะจัดโต๊ะจีน 7-8 โต๊ะ ให้ญาติๆ มานั่งพบปะกัน กิฟท์ว่าความสำคัญอยู่ตรงนี้ ได้อยู่กับครอบครัวและญาติ ได้ไหว้บรรพบุรุษ ได้คำอวยพรดีๆ และอั่งเปาด้วย (หัวเราะ) อย่างเวลาปีไหนที่เราอยู่เมืองนอกไม่ได้มาร่วมงานจะรู้สึกเสียดายด้วยซ้ำไป เพราะเป็นงานที่อบอุ่นเป็นพิเศษ 1 ปีจะมีสักครั้ง ไม่ว่าสังคมวัฒนธรรมจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็หาอะไรมาแทนบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้ อยากบอกให้คนรุ่นใหม่รักษาประเพณีนี้เอาไว้ อย่าละเลยเพราะมันสำคัญมากจริงๆ" สาวกิฟท์กล่าว
เจ้าของธุรกิจส่งออกผลไม้ "ท็อป" ธนิสรณ์ อึ้งภากรณ์ ยอมรับเลยว่า เรื่องของประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเป็นจีน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ก็คงไม่ผิด เพราะตัวเองถือว่าอยู่ในสังคมสมัยใหม่ ที่มีวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งต่างจากสมัยเด็กๆ ที่จะต้องเดินทางไปเยี่ยมคุณตาคุณยายเพื่ออวยพรปีใหม่ในวันตรุษจีนเป็นประจำ แต่ด้วยช่วงเวลาที่ผ่านมา วิถีชีวิตเหล่านี้จึงค่อยๆ เลือนหายไป แต่สำหรับครอบครัวที่ประกอบอาชีพค้าขายคาดว่ายังคงรักษาวัฒนธรรมจีนในส่วนนี้เอาไว้อยู่
อีกหนึ่งในทายาทมังกร "ต่อ" เติมพงศ์ อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นย่านทองหล่อ เปิดเผยว่า เมื่อสมัยเด็กหลังจากที่อากง อาม่าเสียไป เมื่อถึงวันไหว้พ่อแม่ ก็จะนัดแนะลุง ป้า น้า อา ไปไหว้บรรพบุรุษพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทำแบบนั้นมาเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเป็นประเพณีปฏิบัติ แต่ก็ไม่เคยทราบถึงความเป็นมาที่แท้จริงของแต่ละเทศกาล ยิ่งระยะหลังๆ ด้วยหน้าที่การงานของแต่ละคนทำให้ธรรมเนียมเหล่านี้ค่อยๆ เลือนลางหายไป
"ตอนที่ผมหันมาทำธุรกิจร้านอาหาร โดยมีซินแสเป็นที่ปรึกษา ให้ความรู้ บอกเล่าความเป็นมา และความสำคัญของพิธีต่างๆ ทำให้ผมรู้ว่าการที่เราเคารพเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เราได้กลับมาก็คือความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และเป็นที่รู้กันว่าคนที่มีเชื้อสายคนจีนทุกคนจะถูกสั่งสอนให้มีความกตัญญูรู้คุณ และระลึกถึงผู้ใหญ่ การที่เราทำอะไรตามประเพณี ผลทางตรงก็คือความสบายใจแล้ว ส่วนผลทางอ้อมคงจะเป็นความเติบโตทางธุรกิจของผมที่ดีขึ้นเป็นลำดับด้วย" ทายาทมังกรร่วมเผยประสบการณ์
ปิดท้ายกันด้วยสาว "เล็ก" กรกนก ยงสกุล ที่สืบเชื้อสายจีนมาโดยตรงจากบรรพบุรุษแซ่หย่อง ซึ่งเป็นคนจีนกลุ่มแรกๆ ที่มาทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ถึงแม้เจ้าตัวจะเป็นเด็กหัวนอกขนาดไหน ก็ไม่ลืมให้ความสำคัญกับประเพณีที่ผู้ใหญ่สืบทอดกันมา และยังต้องการสืบทอดให้มีต่อไปเรื่อยๆ
"คุณปู่ของเล็กเป็นคนจีนที่มาค้าขายในภูเก็ต ส่วนคุณย่าจะเป็นชาวจีนมาเลเซีย ที่ย้ายมาเหมือนกัน ท่านทั้ง 2 ให้ความสำคัญกับประเพณีของจีนมาก ย้อนไปเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ท่านทำอย่างไรปัจจุบันเราก็จัดงานกันอย่างนั้นเป็นประจำทุกปี เล็กไปเรียนต่างประเทศเป็นสิบๆ ปี ก็มีช่วงที่ไม่ได้กลับมาร่วมเทศกาลเลย แต่เราแก้ปัญหาด้วยการโทรไปคุยไปอวยพรและรับพรจากญาติผู้ใหญ่แทน การที่งานในครอบครัวเราเติบโตจนมีวันนี้ได้ ก็มาจากการปูทางของบรรพบุรุษ ที่ท่านสร้างมาให้ทุกอย่าง ดังนั้นที่บ้านเลยใส่ใจกับการไหว้บรรพบุรุษและเจ้าที่มาก เป็นการเคารพและระลึกถึงที่ท่านสนับสนุนช่วยเหลือเรามาโดยตลอด ถึงเราแก่ตัวไปก็จะต้องพยายามรักษาประเพณีนี้ไว้เป็นตัวอย่างแก่ลูกหลานต่อๆ ไปแน่นอน" สาวเล็กกล่าว
.................................
(คอลัมน์ไฮออตวันเสาร์ : มังกรเลือดใหม่ยังเข้มแค่ไหน )



