
คมเลนส์ส่องพระ:อาทิตย์22ม.ค.55
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่22ม.ค.2555 : แล่ม จันท์พิศาโล
*** วันนี้เป็น วันไหว้ ในเทศกาล ตรุษจีน ตามประเพณีชาวจีนแต่โบราณกาล จะมีการไหว้ ๓ ครั้ง คือตอนเช้ามืด ไหว้เทพเจ้าต่างๆ ด้วยเครื่องไหว้ ๓ อย่าง (ซาแซ) ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด หรือ ๕ อย่างก็ได้ พร้อมด้วยข้าวสุก กับข้าว ผลไม้ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง...ตอนสาย ไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว (ไป๊เป้บ๊อ)...ตอนบ่าย ไหว้วิญญาณไม่มีญาติ (ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) ซึ่งอาจจะอยู่ในบริเวณบ้าน พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายให้พ้นไป และรับแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลเข้ามา ส่วนพรุ่งนี้ถือเป็น วันขึ้นปีใหม่ (ของชาวจีน) หรือ "ชิวอิก" เป็นวันหยุดทำงาน เพื่อพักผ่องท่องเที่ยว รวมทั้งไปกราบไหว้ขอพรจากญาติผู้ใหญ่ โดยนำ ส้มสีทอง ไปมอบให้ ๔ ผล (ผลส้ม ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "กา" ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า "ทอง") เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป ไม่พูดเท็จ หรือพูดจาไม่ดีต่อกัน จะพูดกันแต่เรื่องดีงามเท่านั้น ฯลฯ...โอกาสนี้ คมเลนส์ส่องพระ จึงขอกล่าวคำว่า "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" (แปลว่า...ปีใหม่นี้ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปี) และขอแถมพิเศษให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง และ เฮง เฮง เฮง ตลอดไป
** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอมอบสิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของนักสะสมพระเครื่องทุกท่านด้วยภาพ พระสมเด็จ พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร กรุใหม่วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม พระพิมพ์นี้มีเฉพาะกรุวัดใหม่อมตรสเท่านั้น ทางฝั่งวัดระฆัง ธนบุรี ไม่มีพระพิมพ์นี้ เอกลักษณ์สำคัญของพระพิมพ์นี้ คืออกนูนหนา ยื่นออกมาอย่างเด่นชัด เหมือนกับ พญาครุฑ ที่พบเห็นในเมืองไทย ซึ่งถือเป็นสัตว์ชั้นสูง มีอำนาจบารมีเหนือสัตว์อื่นๆ...อีกจุดหนึ่งของพระพิมพ์นี้ คือเศียรกลมเหมือนกับ บาตรพระ จึงเรียกชื่อพระพิมพ์เต็มๆ ว่า พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร องค์นี้เป็นพระที่ได้ตอนเปิดกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อปี ๒๕๐๐ มุมด้านบนเป็นรอยบิ่นเก่าจากในกรุ ผิวพระทั่วไปมีคราบกรุบางๆ อันเป็นเสน่ห์ของพระกรุนี้ ด้านหลังองค์พระมีรอยหมึกบางๆ ที่เกิดมาจากการประทับตรายางชื่อวัด เพื่อยืนยันว่าเป็น พระแท้ จากวัด บางองค์ที่ไม่มีตรายางประทับก็มี ตอนเปิดกรุใหม่ๆ พระสมเด็จที่ได้นี้ได้รับการ สวด จากเซียนพระบางคนในสมัยนั้นว่าเป็น พระใหม่ ที่ทางวัดสร้างขึ้นในภายหลัง แล้วบรรจุเอาไว้ในกรุเจดีย์องค์ใหญ่ ไม่ใช่ของดั้งเดิมสมัย สมเด็จฯ โต ปลุกเสกให้แต่อย่างใด บางคนที่บูชาพระจากทางวัดโดยตรงถึงกับใจเสีย พากันขายต่อพระกรุใหม่นี้ให้คนอื่น ในราคาเพียงครึ่งเดียว (ไม่กี่พันบาท) ต่อมาไม่นาน มีหลักฐานข้อพิสูจน์ต่างๆ นานา ยืนยันได้ว่า พระกรุนี้เป็นของดั้งเดิม สมเด็จฯ โต ปลุกเสก คนที่ไม่เห็นด้วยก็ยอมรับ และเห็นตามหลักฐานดังกล่าว ทำให้พระกรุใหม่นี้มีการซื้อขายกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มีการเปลี่ยนมือกันที่หลักแสนปลาย ไปจนถึงหลักล้าน องค์ในภาพนี้เป็นพระของ บุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ (เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่) เพิ่งได้มาเมื่อสัปดาห์ก่อน นิมนต์ขึ้นคอต้อนรับ เทศกาลตรุษจีน เพื่อจะได้โชคดี เซ้งลี้ฮ้อ ตั้วถั่ง เพ็งอัง เฮง เฮง เฮง ตลอดไป **
** พระสมเด็จอรหัง วัดมหาธาตุ กทม. เป็นพระเนื้อผง รูปสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก องค์พระประธานประทับนั่งปางสมาธิ บนฐานสามชั้น และมีซุ้มครอบแก้ว สร้างโดย สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวโร) หรือที่ชาวบ้านเรียกท่านว่า สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) ผู้เป็นพระอาจารย์ ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง
** สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) สร้าง พระสมเด็จอรหัง สมัยที่ท่านเป็นพระราชาคณะอยู่ที่ วัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) เมื่อประมาณพ.ศ.๒๓๖๐-๒๓๖๓ มี ๒ สี คือ สีขาว และสีแดง แยกได้ ๘ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ ฐานสามชั้น เนื้อขาว พิมพ์ฐานคู่ เนื้อขาว พิมพ์ใหญ่ ฐานสามชั้น เกศอุ เนื้อขาว พิมพ์เล็ก มีประภามณฑล เนื้อขาว พิมพ์เล็ก ไม่มีประภามณฑล เนื้อขาว พิมพ์ชิ้นฟัก เนื้อขาว พิมพ์ใหญ่ ฐานสามชั้น เนื้อแดง และพิมพ์ฐานคู่ เนื้อแดง เอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ พระทุกพิมพ์ด้านหลังเหมือนกัน ตรงที่มีรอยเหล็กจารลึกลงไปในเนื้อเป็นขอม อ่านได้ว่า "อรหัง" อันเป็นที่มาของชื่อพระสมเด็จพิมพ์นี้ โดยท่านได้นำพระส่วนหนึ่งมาบรรจุดไว้ในกรุที่วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ยังมีอีก่วนหนึ่งบรรจุอยู่ที่ วัดสร้อยทอง เชิงสะพานพระราม ๖ วันนี้มีภาพ พระสมเด็จ อรหัง มาให้ชม ๒ องค์ คือ พิมพ์ฐานคู่ เนื้อขาว เป็นพระติดรางวัลมาแล้วหลายงาน เจ้าของพระ คือ วันชัย เอกสมบัติชัย นักส่งพระประกวดชื่อดัง ... อีกองค์ คือ พระสมเด็จอรหัง พิมพ์ฐานคู่ เนื้อแดง หรือที่เรียกว่า หลังตั้งโต๊ะกัง ซึ่งเรียกตามลักษณะของด้านหลังองค์พระที่มีตราประทับจมลงไปในเนื้อพระเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีตัวขอมอ่านว่า "อรหัง" นูนขึ้น อันเป็นลักษณะเดียวกันกับ แท่งทอง ของ ห้างทองตั้งโต๊ะกัง เยาวราช ที่ประทับตัวหนังสือจีนอันเป็นชื่อห้างลงบนแท่งทองที่ทางห้างจำหน่าย วงการพระสมัยก่อนจึงเรียก พระสมเด็จอรหัง สีแดงที่มีลักษณะด้านหลังดังกล่าว่า หลังตั้งโต๊ะกัง องค์ในภาพนี้เป็นพระของ อุปกิต ปาจรียางกูร นักธุรกิจเจ้าของ อัลลัวร์ รีสอร์ท โรงแรมระดับ ๕ ดาว ริมแม่น้ำแม่สาย จ.เชียงราย ผู้ชอบสะสมพระเครื่องแท้ชนิดสวยดูง่ายเท่านั้น **
** ศาล มรดกไทย คนหนุ่มไฟแรง ผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้ทุกหน้า ซึ่งคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เพิ่งลงเรื่องราวของเขาไปเมื่อวันอาทิตย์ก่อน วันนี้ได้พระมาใหม่อีกองค์หนึ่ง คือ พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ทับ วัดอนงคาราม คลองสาน ธนบุรี พระเกจิอาจารย์ยุคเดียวกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) เจ้าอาวาสวัดอนงคาราม โดย หลวงปู่ทับ เป็นเพียงพระลูกวัดนี้ แต่มีวิชาอาคมสูง สามารถเล่นแร่แปรธาตุได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ท่านสามารถผสมเนื้อแร่ต่างๆ จนได้เป็น เนื้อเมฆสิทธิ์ ซึ่งเป็นโลหะอาถรรพณ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว ใช้ขจัดปัดเป่า ผู้ที่มีเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างมหัศจรรย์ เนื้อเมฆสิทธิ์ มีผิวที่ละเอียดเนียนแน่น เนื้อในค่อนข้างเปราะ หากตกกระแทกแรงๆ อาจแตกได้ ลักษณะที่สำคัญของ เนื้อเมฆสิทธิ์ คือ ความเปล่งปลั่งใสเป็นประกายสีเหลืองอมเขียวเข้มแบบปีกแมลงทับ ท่านได้สร้างพระเครื่องหลายพิมพ์ด้วย เนื้อเมฆสิทธิ์ ซึ่งหาของแท้ได้ยาก และหนึ่งในนั้นก็คือ พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ ที่เห็นในภาพนี้ องค์เล็กกะทัดรัดน่ารักมาก เช่าหากันที่หลักแสนต้น **
** นิตยสาร เซียนพระ ฉบับใหม่ (๕๓๓) อัดแน่นด้วยเนื้อสาระพระเครื่อง ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย อาทิ ความลึกลับซับซ้อนของ ผงวิเศษ ๕ ประการ,พระกริ่งวัดบวรฯ, พระกริ่งคลองตะเคียน หลังพระปิดตา เหรียญพระพุทธชินราช หลวงพ่ออ๋อย วัดไทร, ปลัดขิก หลวงพ่ออี๋, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, พระผงวัดใหม่ปากบาง, พระกรุวัดตะไกร อยุธยา ฯลฯ
พระชัยวัฒน์ องค์ที่ ๑๒ จาก ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๕ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ คือ พระชัยวัฒน์ พิมพ์สร้างเขื่อนเล็ก หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร ซึ่ง อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ให้คำบรรยายใต้ภาพว่า...พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้ จัดสร้างขึ้นเนื่องจากทางวัดได้สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง**
**พระชัยวัฒน์ องค์ที่ ๑๒ จาก ปฏิทินปีใหม่ ๒๕๕๕ ของ ท่านไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ คือ พระชัยวัฒน์ รุ่นสร้างเขื่อนพิมพ์เล็ก หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร ซึ่ง อ.เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ให้คำบรรยายใต้ภาพว่า...พระชัยวัฒน์ รุ่นนี้ จัดสร้างขึ้นเนื่องจากทางวัดได้สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง แม้ว่าได้สร้าง พระชัยวัฒน์ รุ่นสร้างเขื่อน พิมพ์ใหญ่ ไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจัยที่ได้ยังไม่เพียงพอ จึงได้เททองหล่อ พระชัยวัฒน์ ขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง มีขนาดย่อมกว่า เรียกว่า พระชัยวัฒน์ รุ่นสร้างเขื่อนพิมพ์เล็ก วรรณะเหมือนกับ พระชัยวัฒน์ ที่เททองหล่อคราวแรก คือ เหลืองปนขาวเล็กน้อย ในองค์ที่สวยสมบูรณ์จะมีผิวพรายเงินคลุมทั่วองค์พระ ใต้ฐานองค์พระเททองหล่อแบบช่อชนวนข้างเดียว ใต้ฐานกลวง แต่ในบางองค์ช่างจะนำสว่านมาเจาะให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อบรรจุกระดาษสาลงพระยันต์ แล้วอุดทับด้วยชันโรงใต้ดิน พระชัยวัฒน์ รุ่นสร้างเขื่อน ทั้ง ๒ พิมพ์ เททองหล่อเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๓ **
** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ มาโดยตลอด พบกันใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...นะมัสเต ***



