
ศิลป์จากใจเทิดไท้พระเจ้าอยู่หัว
ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์จากใจเทิดไท้พระเจ้าอยู่หัว
จากความประทับใจที่ได้เห็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระอริยบถต่างๆ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ผ่านช่วงเวลาสนุกสนานร่าเริง ตั้งแต่ยังทรงไร้เดียงสา จนเจริญพระชนมายุมารับพระราชภารกิจยิ่งใหญ่ในฐานะพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะภาพแห่งความเสียสละความสุขส่วนพระองค์มาตรากตรำพระวรกาย ทรงงานอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย เพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาแก่ราษฎรของพระองค์ทั่วประเทศตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ทรงครองราชย์ เป็นแรงบันดาลใจให้ "อ.กวง" ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ ศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย ทุ่มเทแรงกายแรงใจจรดปลายพู่กันบนพื้นผ้าใบวาดรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการ "วาด 84 รูป เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา" พร้อมจัดแสดงนิทรรศการศิลปะยาตรา "ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน" เคลื่อนที่ไปทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสชื่นชมพระบารมี โดยล่าสุดนำมาจัดแสดงในงาน บีโอไอแฟร์ 2011 ที่เมืองทองธานี
ใช้เวลาว่างในขณะต้องโทษในคดีเช็คเด้ง 3 ปี วาดภาพพระเจ้าอยู่หัว แล้วมีทั้งนักโทษและผู้คุมยกมือไหว้ กลายเป็นที่มาของโครงการ "วาด 84 รูป เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา" ที่เจ้าตัวตั้งใจวาดภาพทั้ง 84 ภาพเองคนเดียว โดยถ่ายทอดออกมาในแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ ด้วยเทคนิคการใส้สีอะคริลิก และสีน้ำมัน บนผืนผ้าใบขนาด 99 x 135 เซนติเมตร
"ตลอดชีวิตผมสร้างผลงานมาแล้วมากมาย แต่ไม่เคยมีภาพไหนเลยที่วาดแล้วจะมีคนยกมือไหว้ จนเมื่อครั้งผมต้องโทษจากคดีเช็กเด้ง ศาลพิพากษาให้ผมติดคุก 3 ปี และกลายเป็นบุคคลล้มละลาย วันนั้นทำให้ผมเห็นสัจธรรมที่ว่า "ศิลปินควรเซ็นชื่อบนผลงานของตัวเองไม่ใช่เซ็นในเช็ค" ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าพระบารมีของพระองค์ท่านยังคุ้มหัวเราอยู่ กอรปกับผมได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสที่พระองค์ท่านทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ให้เหลือโทษจำคุกเพียง 1 ปีครึ่ง ผมจึงคิดอยากทำอะไรสักอย่าง เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน ผมจึงคิดจะกลับมาวาดภาพอีกครั้ง และริเริ่มโครงนี้ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา แต่การที่เรายังต้องดำเนินชิวิตในเรือนจำ ทำให้การทำงานไม่คล่องตัวเท่าที่ควร จึงต้องหยุดความคิดนี้ไว้ก่อน" อ.กวงเล่าถึงที่มาของโครงการฯ
หลังพ้นโทษความคิดที่จะทำโครงการฯ จึงผุดขึ้นในสมองของ อ.กวง อีกครั้ง แต่จากความผิดพลาดด้านเอกสารทำให้เขาต้องกลับเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำอีก 6 เดือน และในช่วงเวลานั้นเองศิลปินมากความสามารถจึงเริ่มเขียนโครงการอย่างจริงจัง และทันทีที่พ้นโทษก็ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
"ก่อนลงมือวาดภาพผมตั้งจิตอธิษฐานขอให้ครูบาอาจารย์บันดาลความสามารถให้งานสำเร็จลุล่วง จากนั้นเริ่มลงมือวาดภาพแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 โดยเลือกภาพที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพายเรือ ครั้งแรกที่ผมเห็นต้นแบบของภาพนี้ซึ่งเป็นภาพขาวดำขนาด 3x5 เซนติเมตร ผมรู้สึกถึงความเหงา ความอ้างว้าง หรือโดดเดี่ยวของพระองค์ท่าน ประชาชนหายไปไหนหมด ทำไมถึงปล่อยให้พระองค์ท่านทรงพายเรือเอง ในขณะที่พายนาวาลำนี้มีชื่อว่าประเทศไทย ผ่านคลื่นลมพริ้วน้ำที่เอื่อยใส แต่ภายใต้แอบซ่อนความปั่นป่วนไว้รอเวลาที่จะโหมกระหน่ำ พระองค์ท่านทรงพายด้วยพระทัยอันสงบนิ่งและแน่วแน่ที่จะพาพสกนิกรของพระองค์ท่าน ข้ามฝั่งให้ได้อย่างปลอดภัย" ศิลปินเล่าอย่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
นอกจากนี้ อ.กวง กล่าวอีกว่า การวาดภาพแต่ละภาพ นอกจากเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านแล้ว ขณะที่วาดยังได้เรียนรู้สิ่งต่างจากภาพที่กำลังวาดอยู่ด้วย โดยภาพที่เลือกมานั้นไม่ได้เน้นที่องค์ประกอบหรือวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่จะเลือกจากความรู้สึก และความหมายในภาพที่จะสอนและให้ข้อคิดกับเรา แต่หลังจากวาดเสร็จแล้วจะไม่มีการตั้งชื่อภาพ เพื่อให้คนดูเปิดใจคิดและเกิดจินตนาการด้วยตัวเอง
"อย่างภาพที่พระองค์ท่านทรงประทับนั่งพิงล้อรถยนต์ สอนถึงการลดตัวตน คือลดทั้งกายและใจ พระองค์ท่านมาจากฟ้า แต่กลับลดตัวลงมานั่งข้างล้อรถอย่างไม่ถือทรงถือพระองค์ ซึ่งภาพนี้เองเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการศิลปะยาตรา "ภาพพระภูมิฟ้า น้อมโน้มโลมดิน" ด้วย ส่วนภาพเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระเจ้าอยู่หัวเกิดมาเหมือนเรา ทรงเล่นของเล่นเหมือนเรา แต่ทำไมพระองค์ท่านถึงทำอะไรเพื่อคน 60 ล้านคน ในขณะที่บางคนไม่คิดจะทำอะไรเพื่อใครเลย แม้กระทั่งคนที่อยู่รอบข้าง ภาพนี้สอนให้เรารู้ว่า เด็กทุกคนเกิดมาเหมือนกัน แต่ทุกอย่างที่แตกต่างกันเมื่อเติบโตขึ้น ล้วนอยู่ที่การหล่อหลอมจากผู้เลี้ยงดู" ศิลปินดังเล่าพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
นับแต่วันเริ่มสร้างสรรค์ผลงาน จวบจนปัจจุบัน ผลงานแล้วเสร็จไปกว่า 70 ภาพ และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ราวเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้
-----------------------
(ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์จากใจเทิดไท้พระเจ้าอยู่หัว)



