
อสังหาฯโหมกระแสแต่ต้นปี
อสังหาฯโหมกระแสแต่ต้นปี ดึงยอดขาย-ลดความเสี่ยงครึ่งปีหลัง โดย...ปรียา เทศนอก
ของเก่า (ไม่)ทิ้งดาวน์ ส่วนของใหม่ขายไม่ออก การขายทำได้ยากขึ้นมากๆ ผู้บริโภคใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจซื้อ... นั่นคือบรรยากาศในสำนักงานขายโครงการจัดสรรแนวราบที่จากการสำรวจพบว่าค่อนข้างเงียบเหงา คนเยี่ยมชมโครงการลดลงกว่า 50% บ้านราคาแพงขายยาก แต่บ้านราคาไม่เกิน 1.5-2 ล้านบาท ยังพอขายได้ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ภาวะตลาดดีขึ้น คือ การสร้างความเชื่อมั่นจากรัฐบาล ด้วยนโยบายบริหารจัดการน้ำ แต่สำหรับโครงการจัดสรรในโซนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงมีอัตราการขายปกติ พร้อมกับความคาดหวังในการจัดงานตามโครงการบ้านหลังแรกที่กรมสรรพากรเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเดิมกำหนดจัดช่วงกลางเดือนมกราคม แต่ที่สุดก็เลื่อนมาจัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างแรงกระตุ้นกำลังซื้อได้อีกทาง
แม้ผลกระทบด้านยอดขายจะช้าลง แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ทำให้ราคาบ้านถูกลงไปมากกว่านี้ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นคอยกำกับ ทางออกที่ผู้ประกอบการเลือกจะหันมาจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายแทนภายใต้สัญลักษณ์ " *" กำกับเงื่อนไขที่ทางโครงการกำหนดและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้ อาทิ เดอะเน็กซ์ @ สุขุมวิท 52 ได้จัดแคมเปญ จอง 5 หมื่นบาท ทำสัญญา 5 หมื่นบาท รอโอนได้เลย โครงการดังกล่าวพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ มิกซ์ชีวิตทันสมัยให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยคอนโดแนวคิดใหม่ The Garden Mix ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 138 ยูนิต ราคาขายเริ่ม 69,500 บาทต่อตารางเมตร โดยบริษัท เค.ดี.แอสเซท แอนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด
ขณะที่บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกบูธงาน "Infinity Home Expo" ชั้น 1 ห้างพาราไดซ์ พาร์ค ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคมนี้ นำแคมเปญ "อยู่ฟรีปี 55" พร้อมส่วนลดอื่นๆ เป็นต้น
ส่วนบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดได้จัดโปรโมชั่น คอนโดมิเนียมแบรนด์ Rhythm 3 โครงการ สุขุมวิท 44/1 / พหลฯ - อารีย์ / สาทรฟรี เงินทำสัญญา* + Fully Furnished และข้อเสนออื่นๆ ต้อนรับปี 2555 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญการขายต่อเนื่องจากปีก่อนหลังน้ำท่วมหมาดๆ ด้วย พาเหรด..."บ้านเสร็จ พร้อมเสริ์ฟ"กับแบรนด์ พฤกษาวิลล์ 17 โครงการทั่วกรุงเทพฯ กับโปรโมชั่นใหม่ให้คุณเป็นเจ้าของบ้านพร้อมอยู่จองเพียง 5,000 บาท รับส่วนลดสูงสุดกว่า 500,000* และล่าสุด พฤกษาฯ กระหน่ำจัดเต็ม "โปรฯ เต็มแมกซ์ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม พร้อมอยู่กว่า 16 โครงการ ฟรีโปรโมชั่น สูงสุด 420,000 บาท พร้อมกันนี้แต่ละแบรนด์ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยข้อความที่สื่อตรงกับลูกค้า เช่น เดอะ คอนเนค ทาวน์โฮม ทำเลดี น้ำไม่ท่วม พร้อมรับอั่งเปาส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท* ที่พร้อมเข้าอยู่ทันที ส่วนโครงการแบรนด์ The Seed จัดแคมเปญอยู่ฟรี 1 ปี ไม่ต้องผ่อน @ The Seed Musee, The Seed Terre พร้อมรับ iPhone 4s และส่วนลดอื่นๆ เป็นต้น
จากการรุกจัดแคมเปญการขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ด้วยการจัดโปรโมชั่นในรูปแบบต่างๆ ทั้งทำเดี่ยวๆ ร่วมกับพันธมิตร ทั้งสถาบันการเงินและธุรกิจอื่นๆ ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ส่งผลให้ยอดขายและยอดโอนหายไป ดังนั้นในช่วงต้นปีต้องเร่งจัดโปรโมชั่น เพื่อเพิ่มยอดขายให้เร็วขึ้น เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่น่าห่วงในปี 2555 คือ ต้นทุนการผลิตวัสดุ ซึ่งมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการการซ่อมแซมบ้านก็ยังมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องแรงงาน และปัญหาการเมือง หากมีการชุมนุมเกิดขึ้นอีกจะส่งผลต่อยอดขายและยอดโอน แต่สิ่งที่เป็นห่วงไปกว่านั้นคือ "กฎหมายผังเมือง" หากมีผลบังคับใช้ราคาที่ดินจะต้องปรับขึ้นอย่างแน่นอน และ "กฎหมายสิ่งแวดล้อม"
อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดแคมเปญกระตุ้นการขายในช่วงต้นปีแล้ว หลายบริษัทยังคงจุดแข็งธุรกิจด้วยการปักหลักเน้นทำโครงการบ้านจัดสรรแนวราบมากกว่าแนวสูงและยึดทำเลในกรุงเทพฯ โดยไมมีแผนขยายไปสู่ตลาดต่างจังหวัด ขณะเดียวกันก็มีหลายบริษัทเพิ่มสินค้าประเภทคอนโดมิเนียมเป็นเท่าตัว บางรายที่ไม่เคยสร้างคอนโดมิเนียม ก็เริ่มขยับเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดได้ลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียมโครงการแรกในแบรนด์ LEVO นำร่องทำเลลาดพร้าว ซอย 18 เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์โมเดิร์นชิค 8 ชั้น จำนวน 129 ยูนิต สร้างบนที่ดิน 346 ตารางวา ห้องชุดขนาด 27-33.5 ตารางวา และ 43 ตารางวา รวมมูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท
นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ฯ กล่าวว่า หลังเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ หลายรายปรับแผนการพัฒนาจากแนวราบไปพัฒนาแนวสูงกันมากขึ้น แต่ในส่วนของบริษัทจะเป็นการสวนกระแส โดยเน้นพัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าแนวสูง และเน้นในย่าน กทม. ไม่มีแผนรุกตลาดต่างจังหวัดเฉกเช่นผู้ประกอบการหลายรายแต่อย่างใด ซึ่งแผนการพัฒนาในปี 2555 จะพัฒนาโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 โครงการ รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรองรับทั้งหมดแล้ว และจะเปิดแบรนด์ใหม่ขึ้นมาอีกแบรนด์ อีกทั้งในปีนี้บริษัทยังได้เพิ่มงบประมาณในการซื้อที่ดินในย่านกทม. รองรับการพัฒนาโครงการในปี 2556 อีกถึง 2 เท่าตัว คือจาก 800 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาท
"เรายังปักหลักพัฒนาโครงการแนวราบในเขตกทม. เพราะมีความคิดที่ต่างว่าในปีถัดไป รัฐบาลจะมีระบบการจัดการน้ำที่ดีขึ้นกว่าปี 54 ที่ผ่านมา และหวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นอีก" นายวสันต์ กล่าวพร้อมระบุว่า ทั้ง 4 โครงการใหม่นี้ ได้ตั้งยอดขายในปีนี้เพิ่ม 25% เป็น 1,500 ล้านบาท จากปี 2554 ที่ 1,200 ล้านบาท และมั่นใจว่า ด้วยศักยภาพของที่ดินจะปลอดภัยจากน้ำท่วมแน่นอน พร้อมกันนี้บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้านใหม่เล็กน้อย แต่คงไม่ปรับแบบบ้านย้อนยุคแน่นอน โดยจะมีการถมดินให้สูงกว่าเดิมอีกเป็น 50-60 เซนติเมตร และมีการทำระบบระบายน้ำแบบเปิด-ปิด
................................
(อสังหาฯโหมกระแสแต่ต้นปี ดึงยอดขาย-ลดความเสี่ยงครึ่งปีหลัง โดย...ปรียา เทศนอก)



