ไลฟ์สไตล์

รถเมล์ชนมอเตอร์ไซค์ ไม่มีใครยอมรับผิด

รถเมล์ชนมอเตอร์ไซค์ ไม่มีใครยอมรับผิด

18 ม.ค. 2555

เกิดอุบัติเหตุถูกรถร่วมบริการ ปอ.14 ทะเบียนรถป้ายแดง 08464 กทม. วิ่งระหว่างศรีย่าน-สวนลุมพินี เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ และรถเสียหาย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 21.21 น.

 คนขับรถไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เหตุเกิดบริเวณตรงข้ามซอยระนอง 1 ท้องที่ สน.บางซื่อ ระหว่างเกิดเหตุร้อยเวรไม่ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุ จนหลายวันผ่านไปทางผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ได้สอบถามให้ร้อยเวรไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทางร้อยเวรจึงได้ไปถ่ายรูปและตรวจสอบสถานที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งร้อยเวรได้ตีความผิดมาทางผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ และขณะที่ไป สน.บางซื่อ ทางเจ้าของรถ ปอ.14 ได้เรียกค่าเสียหายจากผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์จำนวนเงิน 20,000 บาท จึงทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่ยอมรับผิด อีกทั้งยังบาดเจ็บและรถเสียหาย
 ระหว่างที่ยังตกลงกันยังไม่ได้ ทางร้อยเวรก็ได้ปล่อยรถ ปอ.14 โดยไม่ชี้แจงว่ารถมินิบัสคันดังกล่าวได้ปรับ พ.ร.บ.จราจรหรือยัง และได้ทำการปล่อยรถและมีการตรวจสภาพรถเป็นที่เรียบร้อยหรือไม่ ไม่ชี้แจงเอกสารให้เป็นที่เข้าใจ
 จึงเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ ทั้งรถ ปอ.14 คันดังกล่าว ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ อีกทั้งยังใช้รถที่ยังไม่เสียภาษีซึ่งเป็นรถป้ายแดงวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารโดยไม่มีความผิดอะไร ซึ่งจากการสำรวจรถ ปอ.14 ที่วิ่งศรีย่าน-สวนลุมพินี มีรถจำนวนมากที่ยังเป็นรถป้ายแดง 
ญาติผู้เสียหาย 
ตอบ
 กลุ่มงานรถเอกชนร่วมบริการ 2 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชี้แจงว่า ทราบเรื่องอุบัติเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใครถูกใครผิด และจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจาอีกครั้ง
 ส่วนเรื่องรถป้ายแดงอยู่ระหว่างการจดทะเบียน เพราะเพิ่งเปลี่ยนจากรถร่วมบริการสีเขียวเป็นรถรุ่นใหม่สีเหลือง ระหว่างนี้ได้ขออนุญาตวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารโดยใช้ทะเบียนป้ายแดงเพื่อซ่อมหรือขายเดินรถให้บริการประชาชนไปก่อน
 กรณีพนักงานขับรถไม่มีใบอนุญาตจะแจ้งให้ผู้ประกอบการชี้แจงและควบคุมดูแลพนักงานขับรถต่อไป 
 ด้าน พ.ต.ท.จิรภัทร แต้มทอง พงส.(สบ 2) สน.บางซื่อ ชี้แจงว่า พนักงานขับรถมีใบขับขี่ ส่วนรถป้ายแดงก็ใช้ป้ายเพื่อซ่อมหรือขาย มีใบอนุญาตให้วิ่งชั่วคราว 
 ในวันเกิดเหตุเมื่อได้รับแจ้งได้ไปดูที่เกิดเหตุทันที และแจ้งรถมูลนิธินำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จากสอบถามคนขับรถทั้งสองฝ่ายให้การขัดแย้งกัน ฝ่ายรถเมล์ให้การว่า ขับมาในช่องทางของตนเอง แต่รถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาเลนของรถเมล์จนต้องหักหลบ แต่ก็กระชั้นชิดด้านข้างด้านหน้าของรถเมล์เฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์ เป็นร่องรอยให้เห็นถึงลักษณะการชน จึงวินิจฉัยไปตามหลักฐาน 
 คนขับรถจักรยานยนต์ยืนยันว่า ขับมาในช่องทางของตนเอง แต่รถเมล์ขับเข้าไปเลนของรถจักรยานยนต์ ซึ่งสารวัตรจิรภัทรบอกว่า ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมรับผิด จะนัดมาเจรจาอีกครั้ง 
ลุงแจ่ม