ไลฟ์สไตล์

ไม่จ่ายเพราะถูกเอาเปรียบ

ไม่จ่ายเพราะถูกเอาเปรียบ

16 ม.ค. 2555

ดิฉันเป็นหนี้บัตรเครดิต 5 ใบ และบริษัท Non-Bank อีก 2 ใบ ซึ่งได้ขึ้นศาลและตกลงผ่อนชำระกับธนาคาร 2 ใบ มาได้ 2 ปีแล้วค่ะ แต่ส่วนที่เหลือยังไม่ได้ขึ้นศาล หรือได้รับหมายศาลใดๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้จ่ายหนี้ที่เหลือแต่อย่างใด

 จากที่ดิฉันเคยทราบข้อมูลมาพบว่า หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการฟ้องภายใน 2 ปี เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกร้องหนี้กับลูกหนี้ได้อีก จริงไหมคะ และระยะ 2 ปีเริ่มนับจากอะไรคะ ที่ต้องสอบถาม ไม่ได้หมายความว่าจะเบี้ยวหนี้นะคะ แต่เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท Non-Bank โทรหาดิฉันและพูดจาทำนองจะตามยึดเงินเดือนและทรัพย์สินในบ้านเพื่อนำมาชำระหนี้
 ซึ่งมูลหนี้จริงๆ ก่อนที่ดิฉันจะหยุดชำระประมาณเกือบ 40,000 บาท แต่สาเหตุที่ดิฉันไม่ผ่อนต่อเพราะผ่อนเท่าไร กลายเป็นดอกเบี้ยและธรรมเนียมการใช้วงเงินตัดต้นไปเพียงไม่กี่ร้อย จากยอดผ่อน 3,000 กว่าบาททุกเดือน ทำให้รู้สึกว่าตัวเองถูกเอาเปรียบมาก
 อยากทราบว่า กรณีแบบนี้ ดิฉันควรทำอย่างไรคะ
 พัดชา
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ข้อมูลดังที่คุณกล่าวมาถูกต้องแล้ว คือ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่คุณหยุดชำระหนี้ ก็ไม่สามารถเรียกร้องกับลูกหนี้ได้
 แต่ถ้าเจ้าหนี้ได้ฟ้องร้องก่อน 2 ปี แล้วเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการฟ้องศาล ระหว่างนี้ก็ต้องรอไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งถ้าหลังจากมีการฟ้องร้องเรียบร้อยแล้ว และมีคำพิพากษาออกมาแล้ว หลังจากนี้ ช่วงนี้จะมีอายุความในการบังคับหนี้ 10 ปี คือ เจ้าหนี้สามารถบังคับหนี้เอากับลูกหนี้ได้ ภายในระยะ 10 ปีนี้ 
 ซึ่งในระหว่างนี้หากเจ้าหนี้สืบทรัพย์แล้วทราบว่า คุณมีทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะบังคับหนี้ โดยเอาทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่
 ทางที่ดีเป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ ถ้ายังไม่มีก็ควรเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง หรือแจ้งว่า คุณมีกำลังผ่อนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะไม่อย่างนั้น เมื่อมีการฟ้องเกิดขึ้นคุณก็จะเสียประวัติ และในที่สุดก็ต้องจ่ายตามที่ตกลงกันที่ศาล ถ้ายังไม่จ่ายอีก เจ้าหนี้ก็มีสิทธิบังคับหนี้ได้ตามที่บอกไว้ข้างต้น
 ลุงแจ่ม