ไลฟ์สไตล์

รมว.สธ.จีนหนุนไทยผลิตวัคซีนไข้หวัด

รมว.สธ.จีนหนุนไทยผลิตวัคซีนไข้หวัด

07 พ.ค. 2552

เปิดฉากประชุมรมว.สธ.อาเซียน สกัดหวัดสายพันธุ์ใหม่ 10 ประเทศไม่พบผู้ป่วย ด้านรมว.สาธารณสุขไทย-จีน หารือไม่เป็นทางการ เผย จีนสนับสนุนยาโอเซลทามีเวียร์ในภูมิภาคและการวิจัยผลิตวัคซีนของไทย ขณะที่ตำรวจระดมกำลังคุมเข้ม

(7พ.ค.) ที่โรงแรมดุสิตธานี กทม. นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานเปิดประชุมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโส 10 ประเทศอาเซียน ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และอีก 3 ประเทศ ไก้แก่ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ร่วม 100 คน ซึ่งเป็นการประชุมสมัยพิเศษว่าด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ซึ่งกระทรวงสาธารณาสุขเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8  พฤษภาคม 2552 เพื่อร่วมมือกันสกัดกั้นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไม่ให้แพร่ระบาดในภูมิภาค ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 500 ล้านคน
 
 การประชุมวันนี้จะมีการทบทวนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศอาเซียนบวก 3 ร่วมกันปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ประเทศต่างๆ ดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการแสดวงหามาตรการป้องกันควบคุมการระบาดในระดับอาเซียนเพื่อเป็นร่างเป็นกรมเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนพิจารณาในวันพรุ่งนี้
 
 ในการประชุมนี้ได้มีการนำเทปคำปราศรัยของ นพ.เดวิด นาบาร์โร หัวหน้าองค์กรความร่วมมือด้านไข้หวัดใหญ่แห่งสหประชาชาติและการทำระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์สดกับศูนย์ควบคุมป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นการทบทวนสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมทั้งประเด็นของการพัฒนาวัคซีนในสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้กับโรคนี้ และรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาด และการรับมือของนานาชาติโดย นพ.เคจิ ฟูกูดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านความปลอดภัยสุขภาพและสิ่งแวดล้อมองค์การอนามัยโลก โดยมีนายทูมัส พาลู หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ฝ่ายความร่วมมือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลก เป็นผู้ดำเนินการประชุม นอกจากนี้ตัวแทนแต่ละประเทศจะนำเสนอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในประเทศและมาตรการการเตรียมความพร้อมในการรับมือซึ่งได้ดำเนินการอยู่
 
 การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงาน เมื่อเช้าวันที่ 7 พฤษภาคม พบผู้ป่วยใน 23 ประเทศ จำนวน 1,893 ราย เสียชีวิต 31 ราย ดังนี้ สหรัฐฯ ป่วย 642 ราย เสียชีวิต 2 ราย เม็กซิโกป่วย 942 ราย เสียชีวิต 29 ราย ที่เหลืออีก 21 ประเทศไม่มีรายงานการเสียชีวิต ได้แก่ ออสเตรีย 1 ราย แคนนาดา 165 ราย จีน(ฮ่องกง) 1 ราย โคลัมเบีย 1 ราย คอสตาริก้า 1 ราย เดนมาร์ค 1 ราย เอลซัลวาดอร์ 2 ราย ฝรั่งเศส 5 ราย เยอรมนี 9 ราย กัวเตมาลา 1 ราย ไอร์แลนด์ 1 ราย อิสราเอล 4 ราย อิตาลี 5 ราย เนอเธอร์แลนด์ 1 ราย นิวซีแลนด์ 5 ราย โปรตุเกส 1 ราย เกาหลีใต้ 2 ราย สเปน 73 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย สหราชอาณาจักร 28 ราย และ สวีเดน 1 ราย
 
 ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ผลการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารขาเข้าทุกประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมวานนี้ (6 พ.ค.)  กว่า 30,000 ราย ไม่พบรายใดมีไข้ และผลการเฝ้าระวังผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน -7 พฤษภาคม ได้รับแจ้งผู้ป่วยอยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรค 18 ราย ในจำนวนนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 13 ราย และอยู่การเฝ้าระวังรอผลจากห้องปฏิบัติการ 5 ราย
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับนายเฉิน ฉู่ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุขประเทศจีน ซึ่งภายหลังการหารือ นายวิทยา เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยถึงความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ โดยทางจีนในฐานะประเทศมหาอำนาจพร้อมสนับสนุนยาโอเซลทามีเวียร์ให้กับทุกประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการผลิตวัคซีนให้กับไทย ขณะที่ นายเฉิน ฉู่ กล่าวว่า  การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือการป้องกันและควบคุมโรคในระดับภูมิภาค ถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ และเกรงว่าอาจเกิดการระบาดใหม่ในรอบที่ 2 จึงขอให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียนร่วมมือกันโดยเน้นมาตรการป้องกัน หลังจากที่มีผู้ป่วยยืนยันในฮ่องกง
 
 บรรยากาศรอบโรงแรมดุสิตธานี ในการการรักษาความปลอดภัย พล.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจนครบาลกองปราบปราม และตำรวจตระเวนชายแดน 6 กองร้อยหรือประมาณ 900 นายเข้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ภายในโรงแรมดุสิตธานี และได้เตรียมกำลังตำรวจนครบาล 8 กองร้อย หรือจำนวน 1,200 นายดูแลบริเวณรอบนอกโรงแรม ตลอดจนตามจุดทางแยกต่างๆ รอบรัศมีโรงแรม นอกจากนี้ยังมีกำลังจากกองพันสารวัตรทหารที่ 11 อีก 300 นาย เพื่อเป็นกำลังเสริมในการช่วยดูแลเพิ่มเติม