
วช.ร่างยุทธศาสตร์วิจัยข้าว
วช.ร่างยุทธศาสตร์วิจัยข้าว 5 ปีข้างหน้า ยกระดับการผลิตสู่ความมั่นคงทางอาหาร : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ
สำนักคณะกรรมการวิจัยเเห่งชาติ (วช.) จัดทำแผนยุทธศาสตร์วิจัยข้าวไทยเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และผู้ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินงานวิจัย เพื่อพัฒนาข้าวไทยทั้งในด้านการผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคของคนทั้งประเทศ และผลิตเพื่อส่งออกให้มีคุณภาพและปริมาณเป็นอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้ เพราะการเกษตรส่วนใหญ่ของประเทศปลูกข้าวเป็นพืชหลัก ปัจจุบันข้าวยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น วช. จึงเล็งเห็นว่าการวางแผนยุทธศาสตร์วิจัยข้าวไทยจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดข้อมูลสถานภาพข้าวไทยในปัจจุบันทั้งด้านจุดเเข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม
ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์วิจัยข้าวไทย ปี 2555-2559 ว่าเป็นการนำผลการวิเคราะห์ สังเคราะห์ โดยการวิจัยด้านข้าว พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่ได้มากำหนดทิศทางงานวิจัยข้าวไทยในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเผยเเพร่ให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางประกอบการทำโครงการวิจัยข้าวที่เป็นเอกภาพเพื่อให้งานวิจัยข้าวไทยสัมฤทธิผลภายใต้การใช้ทรัพยากรที่จำกัด
"ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิดังกล่าวนี้คณะผู้วิจัยได้สังเคราะห์และนำเสนอเพิ่มเติมไว้อย่างละเอียด และครอบคลุมทิศทางงานวิจัยข้าวไทยที่ใช้ฐานทรัพยากรทางการเกษตรอย่างเหมาะสม บนพื้นฐานของข้อมูลและองค์ความรู้ใหม่ ในการเพิ่มผลิตภาพและศักยภาพในการเเข่งขันที่สอดคล้องกับตลาด และวิถีชีวิตของเกษตรกร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการที่ดี พร้อมด้วยการพัฒนานักวิจัยและเครือข่ายวิจัยที่มีคุณภาพ สร้าง ประสาน ส่งเสริมสนับสนุนและเชื่อมโยง ความร่วมมืองานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ"
ทั้งนี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์งานวิจัยออกเป็น 5 ยุทธศาสตร์ ประการแรก ยุทธศาสตร์ด้านพันธุ์ข้าว ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ 4 กลยุทธ์ คือ 1.การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวลูกผสมเพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ 2.การวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ 3.การวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่นา น้ำฝนและนาชลประทาน เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ 4.การวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มคุณภาพทางโภชนาการหรือข้าวลักษณะเฉพาะ
ส่วนในภาพรวมเรื่องความหลากหลายในพันธุกรรมของข้าวสูง และตอบสนองความต้องการ แต่งานวิจัยยังไม่พอต่อการพัฒนางานเเละยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการลงทุนภาครัฐ รวมถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนมีผลประทบต่อการผลิตในภาพรวม
ประการต่อมา ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ 5 กลยุทธ์ คือ 1. การวิจัยผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 2.การวิจัยเพิ่มศักยภาพการผลิตและประสิทธิภาพนาข้าวชลประทาน 3.การวิจัยประสิทธิภาพเพิ่มการผลิตและลดต้อนทุนการผลิตข้าวในนิเวศชลประทาน 4.การวิจัยใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพข้าว 5.การวิจัยและพัฒนาสถาบันชาวนาและส่งเสริมสร้างขีดความสามารถของเกษตรกร ในภาพรวมเห็นได้ว่าเทคโนโลยีการผลิตจะมีศักยภาพในเรื่องที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมข้าวสูง แต่มีจุดอ่อนในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตข้าวต่ำ
ประการที่3 ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีการจัดการหลังเก็บเกี่ยว ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ 4 กลยุทธ์ 1.การวิจัยและพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพ 2.การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมในเขตผลิตข้าวนาปรัง และข้าวหอมมะลิ การผลิตข้าวในเขตชลประทาน 3.การวิจัยประเภทข้าวที่ผู้บริโภคนิยมในแต่ละภูมิภาคของประเทศและต่างประเทศ 4.การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาข้าวเปลือกและข้าวขาวเพื่อชลอการเสื่อมคุณภาพ
ประการที่ 4 ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีการแปรรูป ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ 4 กลยุทธ์ คือ 1.การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพข้าวไทยที่มีคุณภาพหลากหลาย เช่น ข้าวเหนียวและข้าวเจ้า 2.การวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวสู่อุตสาหกรรม 3.การวิจัยเเละพัฒนาเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์จากข้าวเพื่อการโภชนาการและเภสัชกรรม 4.การวิจัยเเละพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวคุณภาพต่ำและข้าวนึ่ง
และประการที่ 5 ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและการตลาดข้าว ประกอบด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ 4 กลยุทธ์ คือ 1.การพัฒนาเศรษกิจการผลิตข้าว 2.การรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของภาคเกษตรกร 3.การส่งเสริมตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ 4.การสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจการค้าข้าวของรัฐบาล
โดยในภาพรวมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและการตลาดข้าว มีโอกาสในเรื่องของความต้องการของโลกยังขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังมีจุดอ่อนที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังขาดเอกภาพในการทำงาน และงานวิจัยไม่เพียงพอต่อการพัฒนา รวมถึงข้อจำกัดจากปัจจัยภายนอกเรื่องมาตรการกีดกันการค้าที่เพิ่มมากขึ้น และประเทศคู่เเข่งที่เริ่มมีความเเข็งเเกร่งมากขึ้น
ศ.นพ.สุทธิพรระบุอีกว่า ในส่วนของงบประมาณเพื่อการวิจัยในจำนวนโครงการที่ดำเนินงาน 970 โครงการ และงบประมาณที่จัดสรรไป 1,282.34 ล้านบาทนั้น พบว่าจำนวนโครงการงานวิจัยที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเรียงตามลำดับจากน้อยไปหามาก คือ โครงการงานวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้รับงบประมาณเป็นอันดับ 1 จำนวน745.24 ล้านบาท (139 โครงการ) โครงการงานวิจัยเทคโนโลยีผลิตข้าว จำนวน 285.59 ล้านบาท (463 โครงการ) งานวิจัยด้านเทคโนโลยีการแปรรูป จำนวน 158.51 ล้านบาท (จำนวน 250 โครงการ) งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว จำนวน 52.8 ล้านบาท (88 โครงการ) และงานวิจัยด้านเศรษฐกิจและการตลาดข้าว จำนวน 40 ล้านบาท (30 โครงการ) ตามลำดับ
"สำหรับกระบวนการวางแผนจัดทำแนวทางยุทธศาสตร์วิจัยข้าวนี้ เป็นการนำข้อมูลจากการวิเคราะห์วิจัยด้านข้าวนำไปสู่ประชาพิจารณ์ และการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ ได้เเก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการโรงสี กลุ่มผู้ประกอบการแปรรูป กลุ่มผู้ส่งออกข้าวและนักวิจัย ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 443 คนใน 8 พื้นที่ทั่วประเทศ"เลขาธิการ วช.เผย พร้อมระบุที่มายุทธศาสตร์ดังกล่าว
โดยข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่ได้รับ คณะผู้วิจัยได้สังเคราะห์ข้อมูลร่วมกับข้อมูลที่รวบรวมย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2449-2554 และคณะได้เสนอแนวทางการวิจัยข้าวในอนาคต 5 ปี เริ่มจากปี 2555-2559 โดยจะครอบคลุมเนื้อหาวิจัยตั้งเเต่ระดับพื้นฐานถึงระดับนโยบาย เพื่อการสร้างงานวิจัยที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมข้าวไทยเพื่อการนำไปสู่เป้าประสงค์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับการผลิตเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคตอีกด้วย
----------
(หมายเหตุ : วช.ร่างยุทธศาสตร์วิจัยข้าว 5 ปีข้างหน้า ยกระดับการผลิตสู่ความมั่นคงทางอาหาร : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)
----------



