ไลฟ์สไตล์

เปิด(ใจ)ตู้เพชร..จรินทร์ สุมานนท์

เปิด(ใจ)ตู้เพชร..จรินทร์ สุมานนท์

14 ม.ค. 2555

แม้จะไม่มีชื่อติดอันดับ 1 ใน 10 คนเงินถุงเงินถังใต้ฟ้าเมืองไทย และแม้ประชากร 65 ล้านคนของประเทศ

                 แม้จะไม่มีชื่อติดอันดับ 1 ใน 10 คนเงินถุงเงินถังใต้ฟ้าเมืองไทย และแม้ประชากร 65 ล้านคนของประเทศ จะไม่รู้จักชื่อของเธอทั้งหมด ทว่าชื่อของ "หลี" จรินทร์ สุมานนท์ กลับเป็นที่กล่าวถึงกันในวงสังคมระดับไฮโซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอประโคมเครื่องประดับออกงานแต่ละครั้ง เชื่อขนมกินได้ว่าบรรดาช่างภาพต่างไม่ยอมพลาดสาดแสงแฟลช และนั่นก็ยิ่งเหมือนเป็นการช่วยสะท้อนเพชรเม็ดเป้งๆ บนเรือนกายของสาวสังคมรุ่นใหญ่ให้เปล่งแสงวาววับ กระทั่งเธอได้ฉายาหยิกแกมหยอก "ตู้เพชรเคลื่อนที่" ไปครองโดยที่เจ้าตัวหาได้แยแส

- โดนแซวว่า "ตู้เพชรเคลื่อนที่" รู้สึกอย่างไร

                 เพราะคุณแม่ของดิฉันชอบใส่เพชร ดิฉันเองใส่เพชรครั้งแรกตั้งแต่อายุ 15 ปี จำได้ว่าเป็นแหวนแถว และเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วตอนนั้นแต่งงานใหม่ๆ เวลาไปไหนกับสามี ทุกคนก็จะแซวว่าตู้เพชรเคลื่อนที่ ก็ไม่ได้โกรธอะไรนะรู้สึกดีใจซะด้วย ใส่แล้วมีความสุขดีว่าเราเกิดมามีฐานะดี สมัยนั้นคนจีนจะเรียกว่า "โกวเนี้ย" ถ้าคนไทยก็เรียกว่า "คุณหนู" คุณพ่อคุณแม่ทำธุรกิจโรงพิมพ์ ตอนสาวๆ คุมคนงานทำปฏิทินสมัยก่อนไม่ใช่แผ่นหนาๆ เหมือนทุกวันนี้หรอก ปีหนึ่งมี 365 วัน เป็นแผ่นเล็กๆ เวลาเก็บต้องมีเทคนิคในการเก็บ ก็สนุกดี

- คิดว่าตัวเองเป็นคนยึดติดกับวัตถุไหม

                 ก็เหมือนกับคนเข้าบ่อนการพนัน ถ้าวันไหนกระเป๋ามีทรัพย์ก็จะเดินเข้าร้านเพชร แต่ถ้าวันไหนกระเป๋าไม่มีทรัพย์ก็ไม่เข้า แล้วไม่เคยมีประวัติเสียเรื่องซื้อของ ทั้งที่เจ้าของร้านเพชรจะบอกว่าเอาไปก่อน แต่เราไม่เอาไปก่อน เพราะไม่ใช่คนอย่างนั้น แล้วไม่ใช่ว่าจะไปขอผ่อนเพชร นี่ก็ไม่เอาเหมือนกัน แต่ถ้าพูดถึงเล่นการพนันถ้าติดมากก็เล่นมากๆ พอไม่มีเงินก็จะไปติดบ่อนเขา ส่วนดิฉันไม่ใช่ ถ้ากระเป๋ามีทรัพย์ก็ซื้อๆๆๆ ซื้อเก็บซื้อเก็บ รู้ว่านิสัยไม่ดีหรอกนะที่เป็นอย่างนี้ เพราะเป็นผู้หญิงใช้เงินเยอะแล้วไม่มีเงินเก็บ พวกลูกๆ ก็คงไม่ค่อยชอบที่แม่ทำแบบนี้ แต่ความสุขของเราอยู่ตรงไหน วันนี้เราคุยกันพรุ่งนี้อาจจะไม่ตื่นก็ย่อมได้ ดังนั้น เมื่อทำงานมาพอสมควร อายุก็ถึงหลักเลข 7 แล้ว อยากทำอะไรก็ทำ อะไรมีความสุขก็ทำ

 

-ถ้าเห็นคนมี (เพชร) เยอะกว่า แอบอิจฉาบ้างไหม

                 ไม่ๆๆๆ เวลาเห็นคนอื่นดีคนอื่นเขาร่ำรวยดิฉันก็ดีใจกับเขา ตรงข้ามหากเห็นคนลำบากก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ชีวิตดิฉันไม่เคยอิจฉาใคร เจอใครไม่สวยจับแต่งตัว ตั้งแต่สมัยสาวๆ พูดออกไปถ้าใครได้อ่านจะรู้ว่าเป็นความจริง เพราะชอบพาเพื่อนไปซื้อเสื้อผ้า พาไปทำผม คือชอบอย่างนี้

 

-ซื้อเพชรตั้งแต่เด็กๆ ดูเพชรเป็นหรือว่าแท้หรือปลอม

                  อืมมมม...เพชรนี่ดูลำบาก แต่พวกพลอยนี่ดูได้ ไพลินก็ดูยาก ทับทิมเจียรก็ดูยาก แต่เป็นหลังเบี้ยมีลักษณะเป็นกลมๆ มนๆ ดู ง่ายแต่ถ้าคัตเนี่ยดูยาก

 

-ไว้ใจได้อย่างไรว่าจะได้เพชรแท้

                 กว่า 50 ปีที่ซื้อเพชรมา ปลอมหรือไม่ปลอมดิฉันไม่เคยรู้หรอก รู้แต่ว่าตัวเองไม่เคยซื้อของปลอม เพราะจะซื้อกับคนรู้จัก ซื้อกับเจ้าประจำ ไว้ใจกัน ไม่ใช่จู่ๆ จะเดินเข้าไปซื้อ แต่ส่วนมากร้านค้าเขาก็ไม่กล้าเอาของปลอมมาตั้งขายหรอก ถามว่าอยากดูเป็นไหม ก็อยากนะ แต่ว่าไม่ค่อยได้ศึกษา แค่ชอบอย่างเดียว ซื้อเพราะความไว้ใจ เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น

 

-เคยใส่ของปลอมไหม

                 ไม่เคย แต่ถ้าเป็นแบบราคาถูกๆ คู่ละพันกว่าบาทเคยนะ ใส่เล่นๆ เป็นของเลียนแบบ จะใส่บ้างบางครั้งอย่างเวลาเดินไปต่างจังหวัด โอ้โห ถ้าใส่ของแท้มันก็เสี่ยงนะ แต่อย่างตอนไปเมืองนอกก็เอาของแท้ไปหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งไปอังกฤษและฝรั่งเศส เขาเห็นพี่แต่งตัวเขาตกใจ นึกว่าเป็นเจ้ามาจากต่างแดน เขายังทักว่าใส่เครื่องเพชรขนาดนี้เลยรึ เราเองก็นึกว่านี่เอามาชุดเล็กๆ นะเนี่ย 10 กว่าปีก่อนโน้น ไปเที่ยวที่ฝรั่งเศสจะไปซื้อหลุยส์วิตตอง ลูกค้าคนอื่นเขาเข้าคิวกัน ดิฉันไม่ต้องเลยแถมพนักงานเขาเชิญเข้าไปนั่ง แล้วเอากระเป๋าใบจริงมาให้เลือก อีกแห่งที่ประเทศอังกฤษ พอเราเข้าร้านหลุยส์ พนักงานถามเลยว่าเราจะซื้อหลุยส์ทำไม เพราะที่ถืออยู่ตอนนั้นไม่ต้องถือหลุยส์แล้ว ก็ตอบไปว่าเป็นค่านิยม ตอนนั้นหลุยส์กำลังเฟื่อง คนนั้นหลุยส์ คนนี้หลุยส์ เราก็เอาหลุยส์ แบบว่า หลุยส์ก็หลุยส์ซิ

 

-เคยใส่เพชรซ้ำกับคนอื่นบ้างไหม

                 ถ้าเป็นของบิวตี้เจมส์มีซ้ำบ้าง เวลาเราใส่พอคนเห็นจะเอาเหมือนเรา เราก็เป็นต้นแบบให้เขา แนะนำไปบ้าง มีหลายครั้งที่ใส่แล้วชนกันก็มี อย่างไข่มุกเซ้าท์ซี ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น 

-จ่ายค่าเพชรสูงสุดในหนึ่งครั้ง

                 ไม่แน่หรอก ครั้งเดียวเหรอประมาณ 6-7 ล้าน ซื้อให้ตัวเอง เพชรไม่เคยซื้อให้ใคร ยังไม่มีเงินซื้อให้ใคร เอาไว้มีเครื่องพิมพ์แบงก์

-เวลาออกงานดูออกหรือไม่ว่าใครใส่ของปลอม

                  ดูออกค่ะ ก็เห็นบ้างเหมือนกัน เขาใส่ก็เพื่อสวยงาม คงไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคนอื่นว่าของตัวเองเป็นของแท้ คนอื่นคิดก็เรื่องของใคร ไม่เคยหักหน้าใคร แต่เราดูแล้วแค่แปลกๆ คิดในใจ เป็นคนไม่แน่ใจก็จะไม่พูดอะไร ถ้าเขาจะพูดว่า เป็นของจริงเราก็โอเคฟังเขาไป เราไม่ใช่คนขายเพชร หรือดูเพชรเก่งมากๆ

-เลือกซื้อเพชรแต่ละครั้งพิจารณาจากอะไร

                  ดูจากดีไซน์ดูจากแบบว่าแบบไหนสวยหรือแบบน่าสนใจ ดูจากทรัพย์ในกระเป๋า ถ้ามีความพร้อมก็เลือกไม่นาน ตัดสินใจได้ทันที

 

-พกเงินครั้งละ 6-7 ล้านบาทเลยหรือ

                  ไม่ได้พกแต่ซื้อด้วยการรูดการ์ด แต่ว่าถ้าพอมี

-สามีตกใจหรือไม่เวลาซื้อเพชร

                 เขาเป็นคนที่เฉยมาก พี่แต่งงานพี่มีฐานะมาก่อน ดังนั้นเขาก็ไม่เคยมาห้ามเรา แต่เรารู้จักประมาณตัวเองว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ลูกเต้ามีอยู่มีกิน ไม่ต้องไปหยิบยืมใครมาซื้อเพชร พวกลูกๆ รู้ว่าแม่ชอบ แล้วแม่ก็ไม่เคย เป็นหนี้สินคนอื่นเพราะซื้อเพชร หรือมีคนมีทวงเงินว่าเอาเพชรมาแล้วยังไม่จ่ายเงิน หรือว่าทำให้ลูกเดือดร้อนนี่ไม่เคยมี เพชรนี่ถ้าเก็บนานๆ ก็เหมือนการลงทุน บางชิ้นเก็บมาถึงวันนี้มีเงินแต่หาซื้อไม่ได้ก็มี ซื้อเพชรซื้อทองเป็นการลงทุนแต่พี่ไม่ชอบทอง ถ้าชอบป่านนี้พี่คงรวยเละไปแล้ว ทุกวันนี้แค่พอมีกินมีใช้
 

-เพชรในฝันที่อยากได้แต่ยังไม่ได้

                 โชคดีพอสมควร ตอนนั้นอยากได้เพชรเม็ดหนึ่งสัก 10 กะรัต ตอนนี้ก็ได้แล้ว คิดว่าพอแล้ว ในชีวิตนี้อายุ 70 ปีก็ใกล้ฝั่งแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้ก็ได้หมดแล้ว ได้สามีที่ดี ได้ลูกที่ดี ได้เพื่อนฝูงที่ดีๆ เราเป็นคนโชคดี พี่เองเป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ส่วนคนที่แสดงตัวว่ามีเงินเราก็ไม่เคยไปขอเขากิน เราก็ออกห่างๆ เขาแค่นี้ พี่เป็นคนนิสัยอย่างนี้

-ซื้อเพชรล่าสุดเมื่อไหร่

                 หลายเดือนก่อนหน้าน้ำ พอน้ำมาก็ไม่ได้ไปไหน

 

-มีเครื่องเพชรชุดไหนนำโชคให้ตัวเองบ้างไหม

                  ไม่มีค่ะ เป็นคนที่ไม่เคยถือเคล็ด ไม่สนใจเรื่องโฉลก เรื่องสี เน้นที่ชอบใส่เพราะความสวยงามอย่างเดียว แต่ก็มีเรื่องแปลกๆ อยู่เหมือนกันอย่างสมัยก่อนเคยมีสร้อยข้อมือพลอยเก่าหลายๆ สีที่ฮิตๆ กัน ว่ากันว่าขุดมาจากสุโขทัยอยู่หนึ่งเส้น พี่ใส่ไปซื้อรองเท้าที่ร้านนันทิกา ปรากฏว่าเจ้าของร้านเห็นแล้วชอบมากๆ ก็ขอซื้อพี่ก็ขายให้ ตอนนั้นเส้นไม่กี่พันบาท พอเจอกันอีกทีเขาก็เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ได้สร้อยเส้นนั้นไปเขามีปัญหาเจ้าของเก่ามาเข้าฝันทวงคืน บอกให้เอาไปไว้ที่วัดแห่งหนึ่งในสุโขทัย แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาเจ็บไข้ไม่สบายมากจนเกือบตาย สุดท้ายพอเอาสร้อยไปคืนอาการเจ็บไข้ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย แต่ตอนอยู่กับเราก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ ตอนนั้นถ้าทราบก็คงจะขอซื้อเอากลับมาบูชาแล้วล่ะ

-มีเยอะจำได้ทั้งหมดหรือไม่

                 ของพี่ฝากตู้เซฟไว้ที่ธนาคาร พอจะใช้ทีก็เบิกออกมาที แต่ก็มีบ้างที่หายไป อย่างนาฬิกาบริเกต์ หายไปเกือบสองปี เพราะใส่กล่องแล้วลืมไปเลย เอาไปวางรวมกับกล่องเปล่าๆ พอรู้สึกอยากจะใส่อีกทีก็นึกไม่ออกแล้วว่าอยู่ไหน หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ กลุ้มใจมาก จนเมื่อน้ำจะท่วมเตรียมเก็บของย้ายของก็ค่อยๆ เก็บเปิดกล่องโน้นหยิบกล่องนี้เตรียมทิ้งก็เลยเจอ ดีใจมาก ตอนนี้ยังหานาฬิกาคริสเตียนดิออร์ เป็นพลอยสีน้ำเงินยี่หร่า หลังเบี้ย ก็เครียดๆ อยู่ ถ้าหาไม่เจอก็ต้องทำใจว่าหาย

-เคยจดบ้างไหมว่ากว่าจะมาถึงวันนี้หมดค่าเพชรไปเท่าไหร่

                  ไม่เคยค่ะ ซื้อแล้วก็แล้วไป ก็มีที่แพงสุด 5-6 ล้านบาท

-ช่วงไหนซื้อเพชรเยอะที่สุด

                  ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว พอดีมีเรื่องเครียดมากๆ พี่ก็จะซื้อ ซื้อ ซื้อ ซื้อเพชรแก้ความเจ็บใจ

-ชุดที่ภูมิใจสุด

                  เป็นชุดมรกตกว่า 100 กะรัต เพราะเป็นคนที่ชอบสีเขียวและที่เมืองไทยก็ยังไม่เคยเห็นมีใครใส่ นอกจากนี้ก็มีแหวนเพชร 17 กะรัต อีกหนึ่งวง

-ถ้าวันหนึ่งไม่อยู่แล้ว สิ่งที่สะสมมาเตรียมจัดการอย่างไร

                 จริงๆ ถ้าแม่เสียเมื่อไหร่ ก็จะแบ่งให้ธุรกิจที่เป็นหุ้นส่วนอยู่ให้ลูก 5 คน ลูกชาย 4 ลูกสาว 1 เท่าๆ กัน และวันนี้มีสะใภ้อีกสองคน เวลาจะเป็นการพิสูจน์ถ้าคนไหนมีน้ำใจมีความจริงใจกับแม่สามีก็จะได้แบ่งไปอีก หลังจากที่วันงานแต่งเราก็จัดให้อย่างเต็มที่อย่างที่เห็นๆ กันแล้ว

-ถ้าเปรียบตัวเองเป็นอัญมณีสักชนิด คิดว่าเป็นอะไร

                  มรกตค่ะ มันใส สวย ล้ำค่า แล้วส่วนตัวก็ชอบสีเขียวอยู่แล้วด้วย