ไลฟ์สไตล์

ทึ่ง! ครัวโรงเรียนลดน้ำตาล

ทึ่ง! ครัวโรงเรียนลดน้ำตาล

13 ม.ค. 2555

ทึ่ง! ครัวโรงเรียนลดน้ำตาล ลดโรค-เศรษฐกิจโรงเรียนรุ่ง โดย...ธานินทร์ อ่อนนุชมงคล

                  3 จังหวัดนำร่องโครงการครัวโรงเรียนลดน้ำตาล จ.ตรัง สร้าง 24 มาตรการเข้มแข็งสร้างพฤติกรรมบริโภคที่ดีแก่เด็ก จ.ลำปาง ใช้ผลไม้แทนน้ำตาลสุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค จ.ราชบุรี ประกาศนโยบาย “ราชบุรีหวานพอดีไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา" รณรงค์ลดหวานของแผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวานเน้นสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และเป้าหมายเดียวกันคือสุขภาพดีทั่วประเทศ

                   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการร่วมมือร่วมใจ มุ่งมั่นทุ่มเทของบุคลากรทางสาธารณสุข และการศึกษาทำให้เกิดกระแสสังคมในการบริโภคน้ำตาลที่ลดน้อยลง เกิดผลดีต่อเด็กๆทั้งเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กในโรงเรียน หนึ่งในโครงการที่น่าทึ่ง คือ "โครงการลดน้ำตาลในครัวโรงเรียน" จากการสรุปผลการดำเนินงานของแผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวานพบว่า

                   "โครงการลดน้ำตาลในครัวโรงเรียน" ประสบความสำเร็จ เกิดจากมาตรการที่ "ปฏิบัติได้ง่าย ทำได้จริง" ส่งผลให้เกิดการลดน้ำตาลในการปรุงอาหารในครัวโรงเรียนได้มาก แม้แต่ละจังหวัดจะตั้งอยู่ต่างภูมิภาคกัน มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่าง แต่มีจุดมุ่งหมายจะลดน้ำตาลในครัวรโรงเรียนลงเหมือนกัน จ.ตรังเป็นจังหวัดแรกทางภาคใต้ที่ประสบผลสำเร็จ

                   ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กลูกรัก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง(พมจ.ตรัง) มีเด็ก160 คน เข้าร่วม "โครงการเครือข่ายเด็กตรังไม่กินหวาน" ภายใต้โครงการเด็กไทยไม่กินหวาน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง (สสจ.ตรัง) เริ่มตั้งแต่ปี 2550-2555 โดยมุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางระหว่างศูนย์ กับผู้ปกครอง และรณรงค์ให้ความรู้เพื่อให้ครอบครัวรู้ทันการบริโภค เพื่อให้เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์และฟันไม่ผุ จึงจัดทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ ใส ใส หัวใจอ่อนหวาน, ลูกรักอ่อนหวาน และ รักษ์ฟัน ขึ้น

                   เพื่อกระตุ้นพ่อแม่ผู้ปกครองได้ตระหนักสร้างพฤติกรรมการมีสุขภาพที่ดีแก่เด็ก โดยศูนย์และผู้ปกครองได้ร่วมกันคิดและกำหนดข้อตกลง เป็นนโยบายศูนย์เด็กเล็กอ่อนหวาน ติดประกาศให้มองเห็นชัดเจน และศูนย์จัดให้เด็กรับประทานอาหารกลางวัน แนวธรรมชาติบำบัดตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ข้อ เน้นอาหารมีประโยชน์สูตรน้ำตาลน้อย (ลดหวาน มัน เค็ม) เน้นผักผลไม้ ดื่มน้ำสมุนไพร ดื่มนมจืด ไม่ดื่มน้ำอัดลม กินขนมถุง ขนมหวานต่างๆ สร้างกิจนิสัยในการรักษาอนามัยในช่องปากเด็กด้วยการแปรงฟันหลังอาหาร

                   ควบคู่ดูแลช่องปาก ด้วยการแปรงฟันทุกวัน และทันตบุคลากรตรวจสุขภาพฟันและเคลือบฟลูออไรด์วานิช ปีละ 2 ครั้ง ทุกปี รายงานผู้ปกครองทราบ ทุก 3 เดือน ส่งเสริมกิจกรรมการแสดงออก และการมีสุขภาพกายและใจที่ดี อาทิ ประกวดหนูน้อยฟันสวยทุกปี มีรางวัลจากฝ่ายทันตสาธารณสุขสนับสนุน สสจ.ตรัง, โรงพยาบาลตรัง และหน่วยงานอื่นๆ ทำให้การบริโภคน้ำตาลลดลงจาก 13-15 กิโลกรัม เหลือเป็น 7 กิโลกรัมต่อเดือน

                   จากภาคใต้ก็ขึ้นไปทางเหนือ สถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัยพีระยานาวิน ศูนย์ลำปาง (วัดศรีหลวง) จ.ลำปาง "ใช้ผลไม้แทนน้ำตาล" เพื่อสุขภาพแข็งแรงและปลอดโรค ศูนย์ยังสำรวจพบว่า เด็กที่ดื่มนมผสมน้ำตาลและขนมหวานหลังรับประทานอาหารกลางวัน ในหนึ่งเดือนใช้น้ำตาล 1 กระสอบ (50 กิโลกรัม) ตั้งแต่ปี 2543-2545 และหลังจากปี 2546-2555 ลดการใช้น้ำตาล ตกเดือนละ 5 กิโลกรัม

                   การบริโภคคำนึงถึงหลักโภชนาการหลัก 5 หมู่ ดื่มนมตอนเช้าไม่ใส่น้ำตาล ส่วนอาหารหวานรับประทานได้สัปดาห์ละ 1 วัน และกินผลไม้ตามฤดูกาลหลังอาหารกลางวัน และอาหารว่าง ไม่ให้เด็กกินขนมกรุบกรอบ ไม่ดื่มน้ำอัดลม แต่ดื่มนมแทน

                   ทางศูนย์ยังดูแลช่องปาก ด้วยการให้เด็กๆ แปรงฟันหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง และเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2 เดือน หากพบเด็กมีอาการเจ็บป่วยทางศูนย์จะแจ้งผู้ปกครองรับทราบเพื่อนำไปพบแพทย์ ผลจากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2543-2555 ได้รับเกียรติประวัติอันน่าภูมิใจ อาทิ ได้รับรางวัลสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนระดับดีเยี่ยม จาก พมจ.ลำปาง และ ศูนย์เด็กเล็กอยู่ระดับดีมาก จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

                   ขณะที่ จ.ราชบุรี รณรงค์ต่อเนื่องเพื่อลดน้ำตาลใน "ครัวโรงเรียน" เป็นเวลา 5 ปี สามารถขยายเครือข่ายจาก 18 โรงเรียน เป็น 229 โรงเรียน (ปี 2549-2553) และเข้าร่วมโครงการลดการใช้น้ำตาลใน "ครัวโรงเรียน" “การลดปริมาณน้ำตาลในครัวโรงเรียน”

                   จ.ราชบุรี เริ่มต้นจาก "โรงเรียนอ่อนหวาน” สร้างแกนนำยุวทูตอ่อนหวาน ที่โรงเรียนวัดเขาวัง (แสง ช่วงสุวณิช) ลดการใช้น้ำตาลปรุงอาหารในครัวของโรงเรียน มาตรการนี้เริ่มครั้งแรกในปี 2548 จากนั้นในปี 2554 ได้ขยายเครือข่ายโรงเรียนอ่อนหวานครอบคลุมร้อยละ 80 ของโรงเรียนในทุกสังกัด เพราะทำให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่อโรงเรียน และผู้ว่าฯ ได้ประกาศนโยบาย “จังหวัดราชบุรีหวานพอดีไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา” ให้ทุกหน่วยงานจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลดการบริโภคหวานในองค์กร ส่วนของโรงเรียนก็เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการทั้งในรั้วและรอบๆ รั้วโรงเรียน ให้จำหน่ายอาหาร ขนมที่มีประโยชน์ไม่เป็นพิษภัยต่อสุขภาพ ตลอดจนควรให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการลดการบริโภคหวานด้วย การดำเนินงานจึงมีประสิทธิภาพและบรรลุผล

                   การประเมินผลจากกิจกรรมในโรงเรียนและนโยบายระดับท้องถิ่นใน 3 จังหวัด คือ สระบุรี ราชบุรี และตรัง ทำให้เด็กบริโภคน้ำตาลลดลง โรงเรียนใน จ.ราชบุรี ลดการซื้อน้ำตาลลงถึง 1.8 หมื่นบาทต่อปี ทุกจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ พยายามทำให้เกิดนโยบายท้องถิ่นเรื่อง โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม บางจังหวัดขยายผลถึงเรื่องขนมถุง นมเปรี้ยว ไปสู่การลดอาหารไขมันและโซเดียมสูง ส่งเสริมพฤติกรรมกินผัก มีการทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง เคลื่อนงานจากโรงเรียนสู่ครอบครัว ชุมชน และตลาด มีการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ทำข้อตกลงกับร้านค้าให้วางขนมไว้สูงเพื่อมิให้เด็กหยิบเอง และไม่ขายขนมให้เด็กเล็กหากไม่มากับผู้ปกครอง มีการพัฒนาไปถึงการทำข้อตกลงหรือการเปลี่ยนวัฒนธรรมชุมชน เช่น ค่านิยมใหม่ในการจัดน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม ในงานพิธีต่างๆ ใช้ประเด็น "ไม่กินหวาน" เคลื่อนไปสู่การสร้างนิสัยพอเพียงและการออมเงินของเด็ก

                   ผลการดำเนินการของ 3 จังหวัด 3 ภูมิภาค จะเห็นว่าการลดน้ำตาลในครัวโรงเรียนทำให้เกิดผลต่างๆ ขึ้นอีกมากมาย ทั้งด้านสุขภาพและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโรงเรียน อีกทั้งส่งผลดีในระดับประเทศอีกด้วย 

.........................................
(ทึ่ง! ครัวโรงเรียนลดน้ำตาล ลดโรค-เศรษฐกิจโรงเรียนรุ่ง โดย...ธานินทร์ อ่อนนุชมงคล)