ไลฟ์สไตล์

'มหัทธโนฤกษ์' ยกเสาพระเมรุเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ

'มหัทธโนฤกษ์' ยกเสาพระเมรุเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ

12 ม.ค. 2555

'มหัทธโนฤกษ์' ยกเสาพระเมรุเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด

                   จากการที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบออกแบบและก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รูปแบบพระเมรุแล้ว และพระราชทานกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพในวันที่ 9 เมษายน 2555

                   สุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ วธ. ได้เริ่มดำเนินการตามภารกิจต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของกรมศิลปากร ได้เตรียมความพร้อมในภารกิจงานพระราชพิธี 4 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบ 2.การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุ และหนังสือที่ระลึก 3.การบรรเลงดนตรีไทยและประโคมย่ำยาม และ 4.การจัดการแสดงมหรสพสมโภช ตามโบราณราชประเพณี และตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

                   พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะผู้ดำเนินการออกแบบพระเมรุ และควบคุมการก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างพระเมรุแล้ว ซึ่งคล้ายกับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  แต่เปลี่ยนยอดพระเมรุเป็นยอดมณฑป และมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย ให้เป็นไปตามพระเกียรติยศของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ส่วนขนาดของพระเมรุนั้นได้กำหนดขนาด กว้าง 28 เมตร ยาว 30 เมตร สูง 33 เมตร โดยยกพื้นเป็น 2 ระดับ ชั้นล่างเดินได้รอบ สูง 1.20 เมตร ส่วนชั้นบนที่ตั้งจิตกาธาน มีความสูง 3 เมตร

                   ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วย นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานโครงการก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ ท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ เป็นครั้งแรก โดย “รมว.วัฒนธรรม” เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ก่อสร้างรากฐานเสร็จแล้ว รวมทั้งพระที่นั่งทรงธรรม ได้มีการติดตั้งเสา มีความคืบหน้าไปแล้ว ร้อยละ 90 ศาลาลูกขุน ได้ประกอบเสาโครงสร้างหลังคาในพื้นที่แล้วเสร็จ ร้อยละ 60 และได้มีการนำโครงผ้าใบมาทดลองติดตั้งแล้ว ส่วนทับเกษตร ทิม สุขา รั้ว เสาโคม พลับพลายกหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม อยู่ระหว่างประกอบโครงสร้าง นอกจากนี้ยังได้มีการประกอบพลับพลายกสนามหลวง ภายในโรงขยายแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะนำมาติดตั้งที่ท้องสนามหลวงต่อไป

                   ที่สำคัญ วธ. ได้รับแจ้งจากพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ หัวหน้าพราหมณ์เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ถึงการกำหนดฤกษ์การประกอบพิธีทางสงฆ์และพราหมณ์ในการบวงสรวงยกเสาพระเมรุขึ้นตั้งตามแบบแผนประเพณี โดยได้กำหนดวันที่ 16 มกราคม 2555 ลัคนาสถิตราศีเมษ เวลา 11.59 น. ทุติยตรียางค์ ปัญจมนวางค์ เป็นมหัทธโนฤกษ์ พระอาทิตย์อยู่ศูนย์กลางขอบฟ้า เรียกว่า สนธยา พร้อมกันนี้ ได้รับการยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี และหลังจากเสร็จพิธียกเสาพระเมรุแล้ว ทางวิศวกร สถาปัตยกรรมจะได้ดำเนินการก่อสร้างตามรูปแบบพระเมรุทรงยอดปราสาท ที่ พล.อ.ต.อาวุธ เป็นผู้ออกแบบ

                    “เมื่อวันที่ 11 มกราคม ได้รายงานนายกฯ ทราบถึงความคืบหน้าการก่อสร้างและเครื่องประกอบอื่นๆ เช่น แบบขยายพระเมรุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปจนขั้นตอนดำเนินการตกแต่งประดับลวดลายด้วยผ้าทองย่น ติดตั้งรูปปั้นเทวดา สัตว์หิมพานต์ ตามแผนงานที่วางไว้แล้วเสร็จต้นเดือนเมษายนนี้ และในส่วนบูรณะเวชยันตราชรถ ราชรถน้อย พระยานมาศสามลำคาน เกรินบันไดนาค ตามที่กรมสรรพาวุธทหารบก ช่างสิบหมู่ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ได้ดำเนินการบูรณะให้อยู่ในสภาพพร้อมออกพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นางสุกุมล กล่าว

                    สำหรับ “มหัทธโนฤกษ์” นั้น พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ กล่าวว่า หมายถึงฤกษ์ใหญ่ ใช้ประกอบการมงคลทุกอย่าง เป็นปฐมฤกษ์ เช่นสร้างบ้านใหม่ ประกอบธุรกิจ มีความเจริญรุ่งเรือง เงินทองและฐานะสมบัติมั่งคั่ง ดังนั้นพิธียกเสาพระเมรุขึ้นตั้งนี้ปฏิบัติตามกันมา แต่ไม่มีการเรียกยกเสาเอกตามที่เข้าใจกัน เพราะไม่มีการปักเสาลงดิน มีแค่ตั้งเสาประกอบบนฐานพระเมรุเท่านั้น ทำให้พระเมรุเสมือนวิมานลอยบนอากาศ ทั้งการบวงสรวงนี้เป็นการไหว้ครูช่างคือพระวิษณุกรรม พระพิฆเนศคือครูที่ให้สติปัญญา และครูฤษีที่ถ่ายทอดการสร้างสรรค์งานวิจิตรศิลป์ทุกประเภท การก่อสร้าง การตกแต่ง ปั้นรูป ดังนั้นการสร้างพระเมรุเป็นการระดมช่างศิลป์มาอยู่ที่นี่ทั้งหมด และช่างที่ทำงานนี้จะขอพรจากบรมครูให้การสร้างสำเร็จลุล่วงด้วยดี ทั้งออกมาด้วยความประณีตวิจิตรศิลป์เหมือนอย่างที่เป็นวิมาน เพื่อส่งพระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์

.....................................
('มหัทธโนฤกษ์' ยกเสาพระเมรุเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ โดย...ผกามาศ ใจฉลาด )