
อยากได้รถคืน
เนื่องจากดิฉันมีอาชีพค้าขาย จึงได้ซื้อรถกระบะไว้ใช้งาน แต่อาชีพนี้ทำให้ไม่สามารถกู้ธนาคารได้ จึงได้ให้พี่สาวของพี่เขยเป็นคนดำเนินเรื่องให้ และใช้ชื่อของเธอเป็นเจ้าของรถ โดยที่ดิฉันเองเป็นคนผ่อนรถทุกเดือน แล้วรถก็นำมาใช้งานและอยู่กับดิฉันตลอดเวลา
ดิฉันเชื่อใจพี่สาว และพี่สาวแนะนำให้ใช้ชื่อของพี่สามีเป็นเจ้าของ แต่ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือน รถคันนี้ก็จะผ่อนหมดแล้ว ดิฉันคุยกับพี่สาวผ่านไปบอกพี่สาวของพี่เขย ปรากฏ เธอบอกว่า เนื่องจากรถคันนี้เป็นชื่อของเธอ ถ้าดิฉันผ่อนหมดเธอจะเอาไปขาย ทำให้ดิฉันตกใจ คุยกับพี่สาว พี่สาวคุยให้แล้ว เกิดเรื่องทะเลาะกัน ทำให้ไม่สามารถช่วยอะไรดิฉันได้เลย
อยากทราบว่า กรณีอย่างนี้ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ รถผ่อนมาเพื่อทำมาหากิน อยากได้รถคืนมาใช้งานค่ะ เพราะถ้าไม่มีรถก็คงค้าขายลำบาก
นัยนา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เริ่มที่ซื้อรถ ใช้ชื่อคนอื่นเป็นเจ้าของแทน โดยที่คุณเป็นผู้ส่งเงินเองเช่นนี้ถือว่า แสดงเจตนาซ่อนเร้น ซึ่งในทางกฎหมาย ถือว่าสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างพี่สาวของพี่เขย เป็นสัญญาที่สมบูรณ์ที่ทำกับไฟแนนซ์
ดังนั้นเมื่อส่งเงินครบกำหนดแล้ว ไฟแนนซ์มีสิทธิที่จะโอนลอยให้แก่เธอ เพื่อให้ไปทำนิติกรรมเพื่อเป็นเจ้าของรถที่แท้จริงได้ ซึ่งคุณมีเพียงหลักฐานการที่ส่งเงินเพียงอย่างเดียว แต่สิทธิทั้งหมดเป็นของเธอ เนื่องจากมีชื่อเป็นเจ้าของ
สิ่งที่คุณทำได้ในขณะนี้คือ ลองเจรจากับไฟแนนซ์ดูว่า กรณีนี้จะช่วยอะไรคุณได้บ้าง แต่ถ้าเจรจาแล้วไม่มีผล ก็มีสองทางเลือกให้คุณ คือ คุณส่งต่อจนหมด แล้วหลังจากนั้นก็ร้องต่อศาลเพื่อขอกรรมสิทธิ์รถของคุณที่ให้เขาถือครองกรรมสิทธิ์แทน แต่กรณีนี้คงต้องต่อสู้กันอีกนาน และต้องมีพยานหลักฐานหลายอย่างไปยืนยันต่อศาลด้วย
ส่วนกรณีที่สองคือ หยุดไปเลย แต่ก็จะทำให้คุณเสียเปรียบด้วย หากฝ่ายโน้นส่งเงินที่เหลือเองก็จะทำให้คุณมีปัญหา ถ้ามีการฟ้องร้องกันอีกเช่นกัน เพราะเขาก็อ้างได้ว่าเขามีส่วนในการส่งเงินที่เหลือด้วย
ถ้าเจรจากันได้ก็ควรจะทำ หรือให้ทางโน้นทำหนังสือไว้ว่าจะโอนให้คุณหลังจากส่งหมด แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ก็คงต้องพึ่งศาล และต้องแล้วแต่คำพิพากษาของศาลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ลุงแจ่ม



