ไลฟ์สไตล์

ตร.900นายรับถกสธ.อาเซียน7-8พ.ค.

ตร.900นายรับถกสธ.อาเซียน7-8พ.ค.

07 พ.ค. 2552

"วิทยา" ย้ำไทยปลอดผู้ติดเชื้อ "หวัด 2009" จวก ตม.ซ้ำไร้ประสิทธิภาพชง เสธ.หนั่น ส่งทีมติวเข้ม ถก รมต.สธ.อาเซียน 7-8 พ.ค. เล็งเพิ่มสต็อกยาต้านไวรัสป้องกันประชากร 500 ล้านชีวิต ขณะที่เม็กซิโกเข้าสู่ภาวะปกติ

 สถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ล่าสุดเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการเฝ้าระวังอยู่ 3 คน ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เหลือเพียงการรอตรวจสอบยืนยัน ก็ปล่อยตัวกลับได้ ส่วนคณะครูและนักเรียนไทยที่เดินทางกลับจากเม็กซิโก ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร 3 คนนั้น ขณะนี้กลับบ้านแล้ว 2 คน เหลืออีก 1 คน ยังมีอาการไข้หวัดธรรมดาทั่วไป คาดว่าวันนี้ (6 พ.ค.) คงกลับบ้านได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า องค์การอนามัยโลก หรือ ฮู ระบุให้เฝ้าระวังการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในรอบสองที่อาจจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจะเฝ้าระวังอย่างไร นายวิทยากล่าวว่า ประเทศไทยจะเฝ้าระวังจนกว่าองค์การอนามัยโลกจะส่งสัญญาณว่าวิกฤติและการแพร่ระบาดหมดไปแล้ว หรือสามารถผลิตวัคซีนรักษาโรคได้แล้ว คิดว่าคงใช้เวลาอีกนานพอสมควร

 นายวิทยากล่าวด้วยว่า คณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะขออนุมัติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดซื้อเครื่องเทอร์โมสแกน 10 เครื่อง สำหรับติดตั้งที่ด่านแนวชายแดนที่มีประชาชนและรถเดินทางเข้าออกจำนวนมากวันละ 500-1,000 คน หากมีความจำเป็นในภายหลังก็จะขอจัดซื้อเพิ่มเติม ส่วนด่านที่มีคนเดินทางเข้าออกจำนวนไม่มาก ก็จะใช้ปรอท

 ทั้งนี้การเฝ้าระวังของประเทศไทยอาจจะต้องเพิ่มความเข้มข้นอีกเล็กน้อย และปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังทั้งหมดให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนการควบคุมสถานการณ์โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นั้น ขณะนี้จำนวนผู้ป่วยอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การขยายตัวไม่รุนแรงเท่าที่ควร
จวกตม.ซ้ำหย่อนประสิทธิภาพ

 เมื่อถามว่า มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ให้ความร่วมมือในการเฝ้าระวัง นายวิทยากล่าวยืนยันว่า เป็นความจริง เพราะมีการนิ่งเฉย ละเลย และได้รายงานให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบแล้ว ไปเจอมากับตัว บอกได้เลยว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอนักท่องเที่ยวมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่กลับให้ถอดหน้ากากป้องกันออกเฉย และตัวเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ใส่หน้ากากป้องกัน

 "ถ้าตายคนแรกที่ตาย คือเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ คงต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน คิดว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะรู้เรื่อง สุดท้ายก็ต้องอบรม คงต้องให้ พล.ต.สนั่นสั่งเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคไปอบรมเรื่องการเฝ้าระวังให้" นายวิทยากล่าว
หั่นงบสกัดหวัดเหลือ100 ล้าน

 นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2552 เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเดิมที่ พล.ต.สนั่นขอไป 120 ล้านบาท แต่นายกฯ เห็นตัวเลขของงบประชาสัมพันธ์ที่ระบุมาถึง 51 กว่าล้านบาท ซึ่งเห็นว่ามากเกินไป จึงขอให้ตัดลงไปให้เหลือ 30 ล้านบาท โดยบอกว่าเอาไปแค่ 100 ล้านบาทก่อน หากไม่พอค่อยมาขอใหม่ ซึ่ง พล.ต.สนั่นก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด

นร.ทุนเอเอฟเอสกลับบ้านแล้ว

 วันเดียวกัน หลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง แก้ไข ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ของกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนักเรียนทุนเอเอฟเอส 1 คน ที่ยังพักรักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร ว่า แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ตามกระบวนการรักษาที่ต้องให้ยาภายใน 48 ชั่วโมง นักเรียนรายนี้ไม่มีไข้แล้ว แพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่จะต้องเฝ้าระวังโรคที่บ้านต่ออีก 7 วัน และจะต้องรับประทานยาโอเซลทามิเวียร์ต่ออีก 5 วัน วันละ 2 เม็ด เพื่อไม่ให้เกิดการดื้อยา

 ส่วนการติดตามสถานการณ์ของผู้ป่วยรายสงสัย 3 คน ได้แก่ หญิงชาวเยอรมัน อายุ 50 ปี ที่โรงพยาบาลราชวิถี รวมทั้งชายไทย 2 คน ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการทั้ง 3 ราย พบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อาการวันนี้ไม่มีไข้ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน และให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตามอาการที่บ้านเป็นเวลา 7 วัน

ส่งยา-หน้ากากให้สถานทูตไทยทั่วโลก

 โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าวอีกว่า ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อจัดส่งเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไปให้สถานทูตไทยใน 70 ประเทศ สำหรับให้เจ้าหน้าที่สถานทูตและคนไทยในแต่ละประเทศใช้ในการป้องกันและรักษาโรค ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดอยู่ระหว่างหารือร่วมกัน

 นพ.สุพรรณกล่าวอีกว่า ได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้สนามบินนานาชาติทุกแห่ง จำนวน 2.5 ล้านฉบับ และจะเร่งผลิตเพิ่มแจกจ่ายประชาชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะเร่งจัดมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ ทางรถไฟ 3 ขบวน ได้แก่ บัตเตอร์เวิร์ท-กรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ และสิงคโปร์-กรุงเทพฯ

เล็งเพิ่มสต็อกยาในคลังอาเซียน

 ส่วนการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน บวก 3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-8 พฤษภาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเด็นหนึ่งที่จะมีการหารือกันคือ เรื่องของสต็อกยาต้านไวรัสในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งขณะนี้สต็อกยากลางของอาเซียนมีอยู่ประมาณ 5.5 ล้านเม็ด โดยเก็บไว้ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอาจจะต้องมีการหารือถึงความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนยาต้านไวรัสในสต็อกยาในคลังยาระหว่างประเทศ

เล็งคัดกรองผู้โดยสารขาออก

 ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ นอกจากประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว ยังมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ประกอบด้วย องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และองค์การภายใต้องค์การสหประชาชาติ ได้แก่ ยูเอ็นเอสไอซี องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) องค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) และศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง ยกเว้น พม่า ที่ยังไม่มีความชัดเจน เบื้องต้นได้แจ้งว่ามอบหมายให้เอกอัครราชทูตพม่าประจำประเทศไทยมาร่วมประชุมแทน

 ทั้งนี้ การประชุมระดับรัฐมนตรีสาธารณสุข เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบาย และลงนามในร่างแถลงการณ์ความร่วมมือระดับอาเซียน ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาของอาเซียนบวก 3 ร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบการสกัดกั้นโรคของภูมิภาคมีความแข็งแกร่ง ป้องกันชีวิตของประชากรกว่า 500 ล้านคนในภูมิภาคนี้ให้ปลอดภัยจากโรคระบาดใหม่

 "ไฮไลท์สำคัญคือ การร่วมรับฟังประสบการณ์โดยตรงจากประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา ที่พบการระบาดเป็นแห่งแรกในโลกและองค์การอนามัยโลกที่รายงานสถานการณ์ของโรค ผ่านวิดีโอลิงก์ รวมทั้งระดมความคิดเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่จะทำร่วมกัน” นพ.คำนวณกล่าว

 นพ.คำนวณกล่าวอีกว่า สำหรับกรอบการหารือร่วมกันเบื้องต้น ประกอบด้วย ความพร้อมในการซ้อมรับมือการระบาดใหญ่ในอาเซียน ผลกระทบความเสียหายหลังการระบาด การสำรองยาต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ของแต่ละประเทศ การใช้คลังยาอาเซียนที่สิงคโปร์ และมาตรการสกัดตามรอยต่อของประเทศต่างๆ พร้อมทั้งเตรียมเสนอให้ใช้คัดกรองผู้โดยสารขาออกจากประเทศต้นทาง

ใช้ตร.900นายเข้มถกอาเซียน

 ส่วน พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน บวก 3 ว่าใช้กำลังตำรวจทั้งหมด 6 กองร้อย หรือ 900 นาย ดูแลโดยรอบพื้นที่ที่มีการจัดงาน ส่วนการดูแลความปลอดภัยรัฐมนตรีและผู้นำอาเซียนที่เข้าประชุมนั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาล
จุฬาฯ ยันตรวจหวัดรู้ผลใน4ชม.

 ขณะเดียวกัน ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้รับตัวอย่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ตายแล้ว และไม่ก่อให้เกิดโรค หรือที่เรียกว่า อาร์เอ็นเอ ซึ่งเป็นไวรัสที่สกัดแยกสารพันธุกรรมจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาชุดตรวจสอบเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยเฉพาะขึ้นซึ่งสามารถตรวจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่วิธีการตรวจสอบแบบเดิมจะใช้เวลาร่วม 18 ชั่วโมง และต้องใช้หลายขั้นตอนจึงจะทราบผล

พบชาวสหรัฐเหยื่อหวัดมรณะคนแรก

 ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ มีรายงานผู้ติดเชื้อทั่วโลกตามข้อมูลของอนามัยโลกในขณะนี้อยู่ที่ 1,516 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 29 คนที่เม็กซิโก 2 คนที่สหรัฐ โดยผู้เสียชีวิตคนล่าสุดในสหรัฐ ซึ่งเป็นครูสตรีวัย 33 ปีที่อาศัยอยู่ในรัฐเทกซัสนั้น ถือเป็นชาวอเมริกันรายแรกที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดมรณะนี้ เพราะผู้เสียชีวิตคนแรกในสหรัฐเป็นทารกชาวเม็กซิกัน วัย 20 เดือน ที่เสียชีวิตขณะเดินทางมาเยี่ยมญาติในสหรัฐ

 ด้านกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโกเพิ่มตัวเลขผู้เสียชีวิตเพราะติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็น 29 คน ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 913 คน ทั้งยังเผยว่ายังมีผู้เสียชีวิตอีก 39 คนที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบว่าเสียชีวิตเพราะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หรือไม่

 ส่วนชาวเม็กซิโกได้กลับมาดำเนินชีวิตกันตามปกติแล้วเมื่อร้านอาหารและสถานที่ชุมชนที่ถูกปิดไปนาน 5 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติเมื่อวันพุธ ตามด้วยโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเฟลิเป คัลเดรอน ยังออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์กล่าวเตือนประชาชนว่า ไวรัสยังคงระบาดอยู่ และขอให้ใช้มาตรการป้องกันต่อไป

 รัฐมนตรีคลังเม็กซิโกแถลงว่า การปิดสถานที่ชุมชน และผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำให้เม็กซิโกได้รับความสูญเสียจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ไปประมาณ 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 0.3% ของจีดีพี

 ขณะที่เครื่องบินที่ทางการเม็กซิโกส่งมารับชาวเม็กซิกัน 71 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ในจีนและฮ่องกงได้บินกลับประเทศแล้วเมื่อช่วงเช้าวันพุธ ส่วนเครื่องบินที่ทางการจีนส่งไปเม็กซิโกเพื่อรับชาวจีนราว 100 คนกลับประเทศก็เดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้ในวันพุธเช่นกัน

จีนงดให้วีซ่าด่วนแก่ชาวอเมริกัน

 เว็บไซต์สถานทูตจีนในสหรัฐแถลงว่า จีนขอระงับการให้บริการวีซ่าด่วนและด่วนพิเศษแก่ชาวอเมริกัน แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาดเข้าจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่ ทั้งยังไม่ได้แถลงว่าการเปลี่ยนแปลงบริการนี้ครอบคลุมถึงประเทศอื่นด้วยหรือไม่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าจีนมีความเข้มงวดมากเรื่องการป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 แพร่เข้าสู่ประเทศของตน ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ

เกาหลีเหนือกักตัวชาวต่างชาติ

 ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือกลับประกาศว่าได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังไข้หวัด 2009 ซึ่งจะรวมถึงการกักตัวชาวต่างชาติเอาไว้ตรวจอาการด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด อย่างไรก็ตาม ทางการเปียงยางไม่ได้แจ้งว่ามีชาวต่างชาติกี่คนที่ถูกกักตัวเอาไว้ดูอาการ และเป็นคนสัญชาติใดบ้าง โดยกล่าวแต่เพียงว่ายังไม่มีคนในเกาหลีเหนือติดเชื้อหวัดมรณะนี้