
ปลูกแฝกฟื้นดินใน'สวนพุทรา'
ปลูกแฝกฟื้นดินใน 'สวนพุทรา' ทางเพิ่มรายได้เกษตรกรอีสาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
จากสภาพดินทรายที่ไม่อุ้มน้ำ น้ำระเหยและซึมลงดินในระยะเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ลาดเทเกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดินทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ในพื้นที่ ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเลือกที่จะปลูกอ้อยและมันสำปะหลังเท่านั้น เนื่องจากสภาพดินไม่เหมาะสมที่จะปลูกพืชชนิดอื่น
แต่หลังจาก วิกุล กงสะเด็น หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ตั้งใจทดลองเปลี่ยนการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง มาเพาะปลูกไม้ผลแทน ซึ่งน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยไปรับจ้างอยู่ในสวนที่ จ.นครปฐม ปลูกไม้ผลพวก พุทรา ฝรั่ง ชมพู่ โดยได้นำความรู้และประสบการณ์เมื่อครั้งไปรับจ้างทำสวนผลไม้อยู่ 9 ปี มาลองปลูกในพื้นที่ของตนเอง
ปรากฏว่าก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ไม้ผลไม่เจริญเติบโต แคระแกร็น เพราะปัญหาในเรื่องของสภาพดินทำให้ต้องขวนขวายหาความรู้ด้านการปรับปรุงดินจากแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะได้รับความรู้จากสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นในเรื่องการปลูกหญ้าแฝกช่วยรักษาให้ดินชุ่มชื้นได้ตลอดปี และได้รับการสนับสนุนกล้าหญ้าแฝกมาด้วย จึงเริ่มลงมือปลูกหญ้าแฝกมาตั้งแต่ปี 2548
แต่ด้วยความสนใจและตั้งใจการปลูกหญ้าแฝกอย่างจริงจัง ไม่นานนักผืนดินจำนวน 8 ไร่ ที่ปลูกไม้ผล ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกพุทราเป็นหลักก็มีสภาพเปลี่ยนไป หญ้าแฝกเริ่มทำหน้าที่ของพืชมหัศจรรย์ ช่วยให้ดินมีสภาพดีขึ้นสามารถรักษาความชุ่มชื้นในดินได้นาน ช่วยดักตะกอนดินและปุ๋ยไม่ให้ไหลไปกับน้ำยามหน้าฝน
ทว่าการปลูกหญ้าแฝกทำให้ผลผลิตในสวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ได้เก็บข้อมูลมาเปรียบเทียบและหาบทพิสูจน์ว่าหญ้าแฝกดีจริงหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ก่อนดำเนินการปลูกหญ้าแฝก ผลผลิตพุทราได้จำนวน 732 กก.ต่อไร่ หลังดำเนินการปลูกหญ้าแฝกผลผลิตพุทราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 915 กก.ต่อไร่ เมื่อผลเป็นที่ยอมรับว่าดีจริง วิกุลก็สมัครเข้าเป็นหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้การใช้ประโยชน์หญ้าแฝกให้เกษตรกรคนอื่นๆ ซึ่งสวนของวิกุลได้รับคัดเลือกจากสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น ให้เป็นจุดเรียนรู้การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ปลูกไม้ผล
"เป็นวิธีการปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในสวนไม้ผล โดยปลูกหญ้าแฝกขนานไปกับแถวของไม้ผลทุกแถว หรือเว้น 1-2 แถวจึงปลูกหญ้าแฝก 1 แถว ที่ระยะกึ่งกลางของแถวไม้ผล และปลูกเป็นรูปครึ่งวงกลมโดยให้ห่างจากโคนต้นไม้ผล ประมาณ 1.5-2 เมตร และให้รูปครึ่งวงกลมหงายรับน้ำที่ไหลบ่ามาเพื่อกักเก็บน้ำและตะกอนดิน ในขณะที่ไม้ผลยังเล็กสามารถตัดใบหญ้าแฝกมาคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นได้ เมื่อไม้ผลเจริญเติบโตขึ้นร่มเงาจะคลุมพื้นที่หญ้าแฝกจะตายกลายเป็นอินทรียวัตถุในดินต่อไป" หมอดินวิกุลกล่าวย้ำ
จากความสำเร็จจากการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในพื้นที่ของตนเอง และเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกร ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้และแจกจ่ายกล้าหญ้าแฝกให้ผู้ที่สนใจได้รู้จักกับพืชมหัศจรรย์นี้ ทำให้หมอดินวิกุลได้รับการเสนอผลงานเข้าสู่การประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปี 2550 และคว้ารางวัลประเภทการปลูกบุคคล ซึ่งทุกวันนี้หมอดินวิกุล ก็ยังคงเดินหน้าเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อพลิกฟื้นผืนดินให้อุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง
"รู้สึกภูมิใจที่ได้ปลูกหญ้าแฝกตามพระราชดำริของในหลวง และภูมิใจที่ได้รับรางวัลการปลูกหญ้าแฝก ซึ่งการปลูกหญ้าแฝกทำให้ดินอุ้มน้ำได้ดี หน้าดินไม่ถูกชะล้างเพราะมีหญ้าแฝกกั้นอยู่ เหมือนอยู่พื้นที่เรียบๆ ทั้งที่มีการลาดเท ผลผลิตก็เพิ่มขึ้น" หมอดินอาสาประจำหมู่บ้านคนเดิมกล่าวทิ้งท้ายและหากเกษตรกรสนใจขอรับความรู้เพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด และสำนักงานพัฒนาที่ดินทั้ง 12 เขต หรือหมอดินอาสาใกล้บ้าน
...........................................
(ปลูกแฝกฟื้นดินใน 'สวนพุทรา' ทางเพิ่มรายได้เกษตรกรอีสาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



