ไลฟ์สไตล์

ไปขึ้นสวรรค์ชั้นหิมาลัยที่เนปาล

ไปขึ้นสวรรค์ชั้นหิมาลัยที่เนปาล

08 ม.ค. 2555

ท่องไปกับใจตน : ไปขึ้นสวรรค์ชั้นหิมาลัยที่เนปาล เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล

               บ่อยครั้ง ที่เราพบว่า การเดินทางที่ราบรื่นไปหมด มักไม่ถูกจดจำ เท่าการเดินทางที่ติดๆ ขัดๆ สมบุกสมบัน หรือต้องฟันฝ่าอุปสรรค อย่างการเดินทางกลับจาก เมืองโปขรา สู่กาฐมาณฑุ นครหลวงของเนปาลครั้งล่าสุด เที่ยวบิน PKR 612 ของ Buddha Air ล่าช้ากว่ากำหนดถึง 5 ชั่วโมง กว่าเราจะได้ขึ้นเครื่องก็ปาเข้าไปห้าโมงครึ่ง นับเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของวันนั้นจริงๆ

               แต่พลันเมื่อเครื่องไต่ระดับถึงเพดานบินสูงสุด ซึ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไป ภาพที่ปรากฏทางหน้าต่างฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นทิศทางขนานกับแนวเทือกเขาหิมาลัยตอนกลาง แถบทิวเขามานัสลู ซึ่งสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก (8,156 เมตรจากระดับน้ำทะเล)...ช่างงามราวภาพฝัน ดั่งได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ขณะ "เทวีอุษา" นางฟ้าที่มีนิ้วสีชมพู กำลังคลี่พระวิสูตรแห่งทิวากาล เพื่ออัญเชิญสุริยเทพเสด็จกลับทิพยวิมาน เปิดทางให้จันทราเทพเสด็จขึ้นฟ้า ประทานแสงโสมสีเงินยวง ทาบทาพื้นพิภพแห่งราตรีกาล เป็นสัญญาณให้สรรพชีวิตได้ผ่อนพัก หลังกรำงานหนักมาตลอดวัน

               แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนชีวิตชีวาเพิ่งเริ่มต้น เพราะนั่งหงอยคอยเที่ยวบินดีเลย์มาครึ่งค่อนวัน เจอภาพฝันประจันอยู่เบื้องหน้า คว้ากล้องแทบไม่ทัน ขณะลั่นชัตเตอร์ นึกขอบคุณเพื่อนร่วมทาง ระหว่างการรอคอยอันน่าเบื่อหน่าย เขาให้ข้อคิดคมคายกับผมว่า...เมื่อเหตุที่เกิดมันไม่อยู่ในความควบคุมของเรา ก็จงปล่อยวางเสีย แล้วแสวงหาความสุขจากสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเราเถิด... ขอบคุณครับ ที่การดีเลย์ทำให้ผมมีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์จริงๆ เพราะในความเป็นจริง ผมไม่มีทางได้ภาพนี้ เนื่องจากถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สายการบินในประเทศของเนปาล จะไม่บินตอนโพล้เพล้อย่างนี้แน่!

               นั่งปลื้มกับภาพฝันไปพลาง นึกถึงคำถามของเพื่อนร่วมทางอีกท่านหนึ่ง ที่ถามว่า "เนปาล-ายอะไร?" ในความหมายว่ารายได้หลักของเนปาลมาจากไหม? ผมตอบตรงโดยไม่รีรอเลยว่า "ประเทศนี้เขาขายภูเขาครับ" เพราะถึงแม้เนปาลจะมีโรงไฟฟ้าฟ้าพลังน้ำปั่นไฟขายอินเดีย และเนปาลมีสินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อมากมาย อย่างผ้าพาสมีนาร์ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ทำเงินให้ประเทศนี้มากที่สุดคือ ภูเขา หรือเจาะจงลงไปได้เลยว่า "เทือกเขาหิมาลัย"

               ต้องไม่ลืมว่า หิมาลัยนั้นทอดตัวยาวเหยียดถึงกว่า 1,000 กิโลเมตร ในจำนวนนั้นพาดผ่านเนปาลถึง 885 กม. พูดง่ายๆ ว่า เขตแดนด้านทิศเหนือทั้งหมดของประเทศนี้ อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของหิมาลัยทั้งหมด ที่สำคัญคือ 10 ยอดเขาสูงสุดของโลก ติดเขตแดนเนปาลถึง 8 ลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมายเลข 1 คือ "เอเวอเรสต์" ซึ่งชาวเนปาลถือเป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล และเรียกขานยอดเขานี้ว่า "สะกาละมาตา" หรือ "สกลมาตา" แปลว่า มารดาแห่งจักรวาล เรียกกันมานานมาก ก่อนที่จะอังกฤษจะขนานนาม "เอเวอเรสต์" ตามชื่อนายพลนักสำรวจของพวกเขา เมื่อราว 150 ปีมานี้เอง  

               ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาชื่นชมความงามของหิมาลัยหลากหลายวิธี นับตั้งแต่ไต่เขา ปีนเขา เดินชมธรรมชาติรอบๆ เขา และที่มากที่สุดคือไปชมหิมาลัยจากจุดชมวิว หลักๆ อาทิ ที่ป้อมนครา หรือนาการ์กต ชานเมืองกาฐมาณฑุ และโดยเฉพาะที่ "ซารังกต" ป้อมปราการแห่งเมืองโปขรา อดีตชุมทางการค้าทางตะวันตกของเนปาล ที่บัดนี้กลายเป็นชุมทางนักท่องเที่ยว ผู้ใฝ่ฝันจะได้สัมผัสหิมาลัยฝั่งตะวันตก ที่ถูกเรียกว่า "ทิวเขาอันนะปุรณะ" ซึ่งมียอดเขาสูงเกิน 8,000 เมตร คือ อันนะปุรณะ1 และเดาลาคีรี สูงเป็นอันดับ 7 และ 10 ของโลก แต่กระนั้น ก็ยังถูกยอดหางปลา หรือ "มัจฉาปูชเร" ที่สูงเพียง 6,997 เมตร บดบังรัศมี เพราะยอดเขานี้อยู่ใกล้เมืองโปขราที่สุด ชนิดที่สามารถมองเห็นได้จากทุกมุมเมืองในวันฟ้าใส 

               ชื่อ "อันนะปุรณะ" หมายถึงพระศรีอุมาเทวี ชายาพระศิวะ ในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าแม่ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์แก่พืชพรรณธัญญาหาร หรือผู้ดลบันดาลให้ข้าวงอกเงย อันเป็นเหตุให้รัฐบาลเนปาลสงวนยอด "หางปลา" ให้ปลอดจากนักไต่เขา เพื่อเทวีอันนะปุรณะจะได้สถิตสถาพรอย่างเป็นสงบสุขสักยอด เพราะยอดอื่นๆ ในแถบทิวอันนะปุรณะ ล้วนถูกมนุษย์พิชิตแล้ว โดยเฉพาะยอดอันนะปุรณะ 1 นับเป็นยอดเขาสูงเกิน 8,000 เมตรยอดแรกของโลกที่มีมนุษย์ไต่ถึง โดย เมารีซ เออร์โซ ชาวฝรั่งเศส ก่อนที่ เซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี ชาวนิวซีแลนด์ และเตนซิง นอร์เก เชอร์ปา ชาวเนปาลจะพิชิตยอด "เอเวอเรสต์" ในพ.ศ.2496 เสียอีก และถึงแม้ว่าเอเวอเรสต์จะโด่งดังในฐานะยอดเขาสูงสุดของโลก แต่ในความจริงมีนักไต่เขาหลั่งไหลสู่อันนะปุรณะถึงปีละกว่า 4 หมื่นคน มากกว่าเอเวอเรสต์ 2-3 เท่า

                เพราะอันนะปุรณะมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ นับตั้งแต่ทะเลสาบในหุบเขาโปขรา ไปจนถึงภูเขาน้ำแข็งเย็นยะเยือก ยังไม่นับพฤกษานานาพันธุ์ และสัตว์ป่าแปลกๆ อย่างแพะภูเขา เสือดาวหิมะ สรรพนกกว่า 400 สปีชีส์ กับชนเผ่าต่างๆ ถึง 7 เผ่า จนกล่าวกันว่า เส้นทางเดินเขารอบอันนะปุรณะ ถือเป็นเส้นทางคลาสสิกของโลก และยังเป็นแบบฝึกหัดชั้นดีของนักไต่เขา สำหรับคนขี้เกียจอย่างผม เพียงแค่ตัดใจสลัดผ้าห่มบนเตียงอุ่นๆ ก่อนไก่โห่ แล้วนั่งรถอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินขึ้นยอดซารังกตแค่อึดใจ ก็ได้ตื่นตะลึงกับปรากฏการณ์แสงสีทองทาบทายอดเขาหางปลา...ตระการตามิรู้ลืม

               แต่คงจะจริง ที่ว่าไม่มีแห่งหนใดในโลกนี้ จะเป็นสวรรค์ที่แท้จริง แม้ธรรมชาติผู้ยิ่งใหญ่จะประทานทิวเทือกหิมาลัยมาให้เนปาลขายกินชั่วลูกชั่วหลาน แต่ความสับสนอลหม่านทางการเมืองมิรู้จบ ก็ทำให้ประเทศที่น่าจะร่ำรวยมากประเทศนี้ ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม

(ท่องไปกับใจตน : ไปขึ้นสวรรค์ชั้นหิมาลัยที่เนปาล เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล)