
'ในหลวง'ในมุมมองนักภาพวาดบนผืนทราย
ไฮฮอตวันเสาร์ : 'ในหลวง' ในมุมมองนักภาพวาดบนผืนทราย
มีโอกาสเดินเข้าไปในงานบีโอไอ แฟร์ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ก็ทำเอาอึ้งกับนวัตกรรมที่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่นำเรื่องราวของเทคโนโลยีมาสื่อสะท้อนถึงความเป็นมาของแต่ละองค์กร ไล่เรียงไปจนถึงการดูแลในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เป็นโปรเจคใหญ่ที่องค์กรต่างๆ นำมารังสรรค์จัดแสดงเพื่อถ่ายทอดให้ผู้ชมได้เรียนรู้ได้อย่างง่ายๆ และให้มองว่าสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนควรตระหนักและร่วมมือร่วมใจกันในการอนุรักษ์และบำรุงรักษาไม่เบียดเบียนกันไปมากกว่านี้
และยิ่งอึ้งมากขึ้นไปอีกเมื่อเดินมาเจอศาลาสีทองอร่ามกลางงาน จนอดใจไม่ไหวกับต้องเลี้ยวเข้ายลกันอย่างชัดๆ จนเห็นว่านี้คือ "ศาลาศรัทธาศรม (Royal Pavilion)" นิทรรศการแสดงพระอัจฉริยะภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงโดยรวมประมาณ 1,500 ตารางเมตร แบ่งเป็น ส่วนแสดงนิทรรศการหลัก โดยใช้สื่อผสม (Multimedia) รูปแบบต่างๆ ที่ทันสมัย เช่น Mapping Projection , Multi Touch Interactive Wall รวมถึงมี Mini Theatre สำหรับการแสดงสั้นๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจธรรมชาติ รวมถึงจัดแสดงแนวพระราชดำริ และหลักการทรงงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ซึ่งส่วนนี้จะเปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ส่วนนิทรรศการในร่มนี้ แบ่งออกเป็น 7 ส่วนย่อยให้เข้าชมตามลำดับ ดังนี้
พื้นที่ A1 ชื่อว่า "พลังของน้ำ...ปฐมบทแห่งชีวิต" เป็นบทนำ (Introduction) นำเข้าสู่เรื่องราวแสดงถึงอิทธิพลของน้ำที่มีต่อมนุษย์ เพื่อทำให้ผู้เข้าชมตระหนักว่ากำลังจะเรียนรู้เรื่องของน้ำและความสำคัญไม่ใช่เพียงด้านกายภาพหรือการก่อกำเนิดของ สรรพชีวิตต่างๆ จัดแสดงผ่านการฉายภาพใช้เทคนิค Multiple Screen
พื้นที่ A2 ชื่อว่า "รู้จักน้ำ เข้าใจน้ำ อยู่กับน้ำ" เป็นส่วนการเรียนรู้และเข้าใจ (Learning & Understanding) เพื่อให้รู้จักการดำเนินชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งนำเสนอสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระฌเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการตามแนวพระราชดำริ ผ่านการเล่าเรื่องราวของต้นไม้ต้นหนึ่งด้วยเทคนิค Video Mapping
พื้นที่ A3 นิทรรศการเรื่อง "ป่า" นำเสนอทฤษฎีและแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาเรื่องป่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ในลักษณะการให้ข้อมูล ควบคู่กับ Interactive
พื้นที่ A4 นิทรรศรการเรื่อง "น้ำ" นำเสนอทฤษฎีและแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง น้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเสีย โดยมีลักษณะการให้ข้อมูลผสมกับ Interactive
พื้นที่ A5 นิทรรศรการเรื่อง "ดิน" นำเสนอทฤษฎีและแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาเรื่องดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับ ทฤษฎีแกล้งดิน การปลูกหญ้าแฝกเพื่อประโยชน์ในดูแลรักษาดิน มีลักษณะการจัดแสดงข้อมูลแบบลักษณะ โมเดลจำลองชั้นดิน ผนังดิน และรากหญ้าแฝก
พื้นที่ A6 นิทรรศรการเรื่อง "คน" นำเสนอแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาเรื่องคนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้คนสามารถมีอาชีพสามารถเลี้ยงดูตนเองได้ มีชีวิตอย่างพอเพียง ควบคู่ไปกับการรู้จักรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้ดำรงอยู่ได้อย่างเกื้อกูลกัน เช่น ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ มีลักษณะการให้ข้อมูลแบบลักษณะโมเดลจำลองและ Animation เรื่องราวเกี่ยวกับ การเกษตรทฤษฎีใหม่ ทั้งนี้พื้นที่นิทรรศการ A4-6 นี้ผู้ชมสามารถเดินชมนิทรรศการโดยไม่กำหนดเวลาในการชมเป็นลักษณะการเรียนรู้ด้วยตนเอง
และพื้นที่ A7 บทสรุป "สายน้ำ สายฝนแห่งชีวิต" เป็นการแสดงให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อราษฎรและพสกนิกรของพระองค์ เปรียบเสมือน สายฝน สายน้ำ ที่ฉ่ำเย็นที่ประชาชนได้รับเมื่อยามที่ชีวิตมีแต่ความแห้งแล้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลแห่งน้ำพระราชหฤทัย คือ ความสุขใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน เป็นบทสรุปนำมาสู่ความมุ่งมั่น ที่พวกเราต้องร่วมกันที่จะรักษาและสืบสานสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มต้นไว้ต่อไป จัดเป็นลักษณะ Mini Theater มีจอภาพขนาดใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยศิลปะการวาดภาพด้วยทราย ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน โดยศิลปินชื่อดังก้องโลกจากประเทศยูเครน "ซีเนีย ซิมโมโนว่า" และเธอนี้ละค่ะทีททำเอาเราอึ้งและภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่เกิดมาภายใต้ร่วมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซิเนีย ซิมโมโนว่า เดินทางตรงมาจากประเทศยูเครน พร้อมกับทรายละเอียดจากแม่น้ำในยูเครน โดยเธอเปิดใจเล่าให้ฟังว่า เมื่อได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จากประเทศไทย เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมฉายาลักษณ์อีกหลายภาพ ครั้งแรกที่เธอเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ก็รู้สึกอึ้งมากอยู่แล้ว และนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปให้คนในครอบครัวได้ดู
"เมื่อแม่และสามีได้เห็นภาพของพระมหากษัตริย์ของคนไทย ทุกคนอึ้งมากและบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแค่เห็นรูปก็รู้พระองค์ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเราๆ ต้องเป็นผู้ที่สูงส่ง บวกกับเรื่องราวที่ทางทีมงานส่งไปให้และการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตยิ่งทำให้อึ้งมากขึ้นไปอีกว่าในโลกนี้มีพระมหากษัตริย์ที่ทำเพื่อคนในประเทศได้มากขนาดนี้จริงๆ ยิ่งได้ศึกษาเรื่องราวของพระองค์ท่านยิ่งทำให้ซาบซึ้งและจินตนาการที่จะวาดภาพพระองค์ท่านเพื่อสะท้อนความเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่" นักวาดภาพจากทรายฝีมือระดับโลก ให้รายละเอียด
เรื่องราวที่ร้อยเรียงออกมาจึงสะท้อนในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ทรงไปช่วยให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชผักเมืองหนาว ที่ศิลปินจากเม็ดทรายก็ถ่ายทอดเม็ดทรายเป็นภาพชาวเขาถือดอกป็อปปี้ที่สื่อจนสลายกลายเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถือแผ่นที่ในพระหัตถ์และชาวเขาก็ยกมือไหว้ด้วยความเคารพรักและศรัทธา "ต้องศึกษาเรื่องราวของพระองค์เพิ่มเป็นอย่างมาก ประกอบกับเรื่องราวที่ทีมงานส่งไปให้ จนทำให้รู้ว่าเพราะอะไรคนไทยถึงได้รักพระมหากษัตริย์มาก การได้วาดภาพครั้งนี้จึงเป็นอีกความภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว ตื่นเต้นและภาคภูมิใจจริงๆ ยิ่งได้วาดภาพหน้าพระพักตร์พระธิดาในพระองค์ยิ่งปลื้มใจ" ศิลปินจากยูเครน กล่าว
และพร้อมกันนี้ศิลปินวาดภาพจากเม็ดทรายบอกด้วยว่า การวาดภาพประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ยิ่งเป็นการเพิ่มอารมณ์และจินตนาการในการวาดภาพมากยิ่งขึ้น ครั้งแรกก็งงและไม่เข้าใจว่าทำไมในพระมหากษัตริย์ของไทยนอกจากจะทรงเป็นนักบริหารและนักจัดการในเรื่องต่างๆ รวมทั้งทรงเป็นนักจิตวิทยาที่เก่งมากแล้ว ทำไมทรงเป็นศิลปินในคราวเดียวกัน ทำไมพระราชนิพนธ์บทเพลงเองได้ เพราะเท่าที่รู้จักนักบริหารก็บริหาร ศิลปินก็ศิลปิน ทำไมพระมหากษัตริย์ของคนไทยทรงทำได้ทุกอย่าง บวกกับรู้ว่าบทเพลงที่ต้องนำมาประกอบในการวาดภาพครั้งนี้เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ยิ่งตื่นเต้นมาก และต้องจินตนาการในการวาดภาพและสื่ออารมณ์ให้ดีที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ทุกวัน ตลอดเวลาจนเอาไปฝันกันเลย(หัวเราะ)
"หลังจากรับรู้เรื่องราวของพระมหากษัตริย์ของไทยแล้วประทับใจพระองค์ท่านมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ทรงเป็นศิลปินเฉกเช่นเดียวกัน ยิ่งได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านยิ่งศรัทธาและรู้เลยว่าพระเนตรที่ทอดพระเนตรไปยังพสกนิกรในพระองค์นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ทรงมีให้ และอีกเรื่องที่ประทับใจคือความรักที่คนไทยมีต่อพระองค์นั้นคือความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง" ซีเนีย กล่าวปิดท้ายก่อนจะไปซ้อมอีกครั้งก่อนจะแสดงจริงอีก 3 รอบ คือในรอบการแสดงหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 5 ม.ค.เนื่องในวันเปิดงานอย่างเป็นทางการ
และอีกสองรอบคือในวันนี้ ( 6 ม.ค.) ในรอบเวลา 16.00 น. และ 19.00 น. สำหรับประชาชนทั่วไป แล้วคุณจะพลาดได้อย่างไรกับมุมมองของศิลปินต่างชาติต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน
...................................................
(ไฮฮอตวันเสาร์ : 'ในหลวง' ในมุมมองนักภาพวาดบนผืนทราย)



