ไลฟ์สไตล์

แม่เด็กหัวโตระนองวอนช่วยลูกสาว

แม่เด็กหัวโตระนองวอนช่วยลูกสาว

06 ม.ค. 2555

แม่เด็กหัวโตมาตั้งแต่กำเนิด จังหวัดระนอง วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ หลังพยายามรักษามานาน 8 ปี ยังไม่เป็นผล เผยแพทย์ยืนยันไม่สามารถรักษาให้หายได้

             6 ม.ค.54 นางศุธาทิพย์ วรพณิชย์วงษ์  หรือบุ๋ม อายุ 27 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่  226/1  ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์  อ.เมืองระนอง จ.ระนอง มารดา ด.ญ.กชกร วรพณิชย์วงษ์  บุตรสาว อายุ 8 ปี ซึ่งพิการมีศรีษะโตแต่กำเนิด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ด.ญ.กชกร หรือน้องปาล์ม บุตรสาวพิการมีศรีษะโต ปัจจุบันมี อายุ 8 ขวบ แต่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องนอนอยู่บนเตียงนอนตลอดเวลา สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันทั้งของ น้องปาล์ม และครอบครัว ที่จะต้องคอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิดมาถึง 8 ปี  โดยจากการสังเกตุพบว่าขนาดศรีษะของน้องปาล์มยังโตขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันโตกว่าาลูกแตงโมลูกใหญ่จากเดิมที่ขนาดเท่ากะลามะพร้าวลูกใหญ่ ในขณะที่ร่างกายไม่เจริญเติบโตมากนักยังมีลักษณะคล้ายเด็กแรกเกิด 1-2 ขวบ

             นางศุธาทิพย์ กล่าวว่า ตอนคลอดใหม่ๆ เมื่อทราบว่าลูกมีร่างกายผิดปกติก็ตกใจมาก แต่ก็พยายามทำใจและปลอบใจตนเองว่าคงจะสามารถมีวิธีที่จะรักษาได้ และพยายามเลี้ยงดูบุตรสาวอย่างดีที่สุดแม้ว่าตนเองจะมีฐานะไม่ดีมากนัก ปัจจุบันมีอาชีพขายอาหารในตลาดเมืองระนองบริเวณบ้านของสามี คือ นายทอมเดช  วรพณิชย์วงษ์ ที่บ้านเลขที่ 226/1  ถ.ท่าเมือง  ต.เขานิเวศน์  อ.เมืองระนอง ติดกับธนาคารทหารไทยสาขาระนอง ซึ่งตนกับสามีพยายามเลี้ยงดูน้องปาล์มอย่างดีที่สุด และพยายามนำไปปรึกษาแพทย์ทั้งใน จ.ระนอง และโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงใน กทม.แต่แพทย์ต่างให้ความเห็นตรงกันว่าไม่สามารถรักษาบุตรสาวให้หายจากความผิดปกติได้ โดยเฉพาะการผ่าตัดไม่สามารถทำได้

             ส่วนอาการของโรคแพทย์ที่ตรวจวินิจฉัยขณะนั้นแจ้งว่าสมองบวมน้ำ มีน้ำอยู่ตามเยื่อบุสมองเป็นจำนวนมาก  ซึ่งแพทย์และพยาบาลได้ให้หนังสือคู่มือเกี่ยวกับการดูแลบุตรสาวที่พิการ เพื่อให้ตนนำมาศึกษาและปรับใช้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ถึงกับสิ้นหวังยังมีความหวังอยู่ตลอดเวลาว่าด้วยวิทยาการเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่จะมีวิธีใดวิธีหนึ่งที่จะสามารถรักษาบุตรสาวได้ แม้ว่าจะไม่เป็นปกติ 100% เช่นคนทั่วไป ก็ขอให้บุตรสาวมีร่างการเช่นบุคคลทั่วไปและหากสามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้างก็จะดีมาก แต่หากการดำเนินการมีความเสี่ยงสูงก็จะเลือกที่จะไม่ทำ และจะขอเลือกใช้ชีวิตอยู่เช่นปัจจุบัน แต่หากมั่นใจว่ามีวิธีใดที่จะสามารถช่วยบุตรสาวได้ตนก็ยินดี

             นางศุธาทิพย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงบุตรสาวมากที่สุดคือการเกิดแผลกดทับบริเวณด้านหลังเนื่องจากบุตรสาวต้องนอนทั้งวันไม่สามารถช่วยตนเองหรือพลิกตัวได้ด้วยตนเอง ต้องคอยดูแลและช่วยเหลือจากบุคคลข้างเคียงตลอดเวลา รวมถึงการขับถ่าย ซึ่งปัจจุบันมีคุณยาย คือ นางดลยา  ศรประสิทธิ์ คอยดูและน้องปาล์มในช่วงที่ตนต้องทำงานขายอาหารบริเวณหน้าบ้าน

             ทั้งนี้ ในส่วนสิ่งที่ต้องการมากในขณะนี้นอกจากการใช้การช่วยเหลือด้านการรักษา สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วนคือเตียงคนไข้แบบพับได้ แบบของผู้ป่วยในโรงพยาบาล เนื่องจากปัจจุบันน้องปาล์มต้องนอนตลอดเวลาบนเตียงไม้ นอกจากเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับสูงแล้ว ยังยากลำบากในการดูแล หากมีเตียงที่สามารถปรับขึ้นลงได้ก็จะสามารถช่วยให้การดูแลน้องปาล์มสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น

             สำหรับครอบครัวของ นางศุธาทิพย์ ปัจจุบันมีบุตร 2 คน คนโคคือน้องปาล์ม ด.ญ.กชกร ซึ่งป่วยพิการหัวโต คนที่สอง ด.ช.ภัสกร อายุ 1 ปี 7 เดือน ล่าสุดได้ตั้งท้องบุตรสาวอีก 1 คน ซึ่งกำหนดคลอดในเดือน ม.ค. 2555 นี้  ซึ่งหลังจากคลอดบุตรคนที่สาม คงจะทำหมัน และตั้งใจที่จะเลี้ยงดูบุตรทั้งสามคนให้ดีที่สุด