ไลฟ์สไตล์

สปส.เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้าย

สปส.เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้าย

06 ม.ค. 2555

สปส.เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้าย 'แก้ปัญหา' รพ.ยื้อส่งต่อผู้ป่วย : โดย ... ธรรมรัช กิจฉลอง

          เปิดศักราชใหม่ ผู้ประกันตนกว่า 9 ล้านคน ได้รับข่าวดีกันถ้วนหน้า เมื่อสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน (รง.) เริ่มใช้ระบบจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกลุ่มโรคร้ายแรง เช่น โรคสมอง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคไต โรคปอดติดเชื้อ โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 โดยคำนวณตามระดับความรุนแรงของโรคหรือภาษาทางการแพทย์เรียกว่า Relative Weight (RW) ซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป และเริ่มต้นระดับละ 1.5 หมื่นบาท ทั้งนี้ผู้ประกันตนเข้ารักษาได้ในโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม รวมถึงโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ ทุกแห่งนอกเครือข่ายประกันสังคม

          "ปัจจุบันมีผู้ประกันตนส่วนหนึ่งป่วยเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต และต้องเสียค่ารักษาจำนวนมาก เมื่อเข้ารักษาโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมก็จะมีปัญหาเรื่องไม่ยอมส่งต่อผู้ป่วย เพราะกังวลเรื่องงบค่ารักษาพยาบาล   เชื่อว่าระบบนี้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างดี สปส.ได้ตั้งงบกองกลางรองรับไว้  4,460 ล้านบาท" นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) อธิบาย

          พร้อมกันนี้ "นพ.สมเกียรติ" ยืนยันการจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกลุ่มโรคร้ายแรงโดยคำนวณที่ RW ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป และเริ่มต้นระดับละ 1.5 หมื่นบาทนั้น สปส.ได้เก็บรวบรวมสถิติค่ารักษาพยาบาลมากว่า 10 ปี จากโรงพยาบาลทุกสังกัด รวมทั้งใช้ข้อมูลของสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) ซึ่งทำวิจัยตั้งแต่ปี 2550-2553 มาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยเพื่อให้ได้ค่า RW ที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ โดยอ้างอิงจากมาตรฐานที่วงการแพทย์สากลใช้กันอยู่ 

          ทั้งนี้ โรคที่มีระดับความรุนแรงเกิน RW 2 ที่มาตรฐานสากลจัดไว้ ยกตัวอย่างเช่น การปลูกถ่ายไขกระดูก อยู่ในระดับ RW 53 เมื่อนำ 1.5 หมื่น มาคูณ 53 จะคิดเป็นค่ารักษา 7.95 แสนบาท การผ่าตัดเปลี่ยนตับ ระดับ RW 44 คิดเป็นเงิน 6.6 แสนบาท ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ระดับ RW 43 คิดเป็นเงิน 6.45 แสนบาท ผ่าตัดเปลี่ยนปอด ระดับ RW 41 คิดเป็นเงิน 6.15 แสนบาท ผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจโดยมีหัวกรอ PTCA ระดับ RW 28.33 คิดเป็นเงิน 424,965 บาท

          ผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจและสายสวน ระดับ RW 18.10 คิดเป็นเงิน 271,548 บาท ผ่าตัดสมองและประสบอุบัติเหตุร่างกายผ่าตัดหลายส่วน ระดับ RW 17.14 คิดเป็นเงิน 257,170 บาท ผ่าตัดท่อเลือดหัวใจ ระดับ RW 15.81 คิดเป็นเงิน 237,213 บาท โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากเส้นเลือดหลายเส้นต้องใช้หัวกรอและสเต็นท์ ระดับ RW 11.88 คิดเป็นเงิน  177,264 บาท

          ผ่าตัดต่อทวารหนัก ระดับ RW 4.79 คิดเป็นเงิน 71,970 บาท ผ่าตัดเปลี่ยนเข่า ระดับ RW 4.25 คิดเป็นเงิน 63,762 บาท ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ระดับ RW 4.17 คิดเป็นเงิน 62,614 บาท ปอดเป็นหนอง ระดับ RW 4 คิดเป็นเงิน 6 หมื่นบาท อุบัติเหตุได้รับการผ่าตัดสมองไม่มีโรคแทรกซ้อน ระดับ RW 3.98 คิดเป็นเงิน 59,776 บาท โรคของลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่และได้รับการผ่าตัด ระดับ RW 3.88 คิดเป็นเงิน 58,297 บาท ผ่าตัดไส้ติ่งและมีโรคแทรกซ้อนรุนแรง ระดับ RW 3.77 คิดเป็นเงิน  56,553 บาท

          ปอดทะลุลมออกในช่องทรวงอก ระดับ RW 3.6 คิดเป็นเงิน 5.4 หมื่นบาท โรคหูน้ำหนวกได้รับการผ่าตัดกระดูกและแก้ไขหูชั้นใน ระดับ RW 3.6 คิดเป็นเงิน 5.4 หมื่นบาท โรคหูคอจมูกและได้รับการผ่าตัดใหญ่ ระดับ RW 3.51 คิดเป็นเงิน 52,741 บาท เนื้องอกในทางเดินหายใจ ระดับ RW 3.3 คิดเป็นเงิน 49,500 บาท

          มะเร็งระบบประสาทได้รับเคมีบำบัดไม่มีโรคแทรกซ้อน ระดับ RW 3.28 คิดเป็นเงิน 49,219 บาท หนองในช่องอก ระดับ RW 3.08 คิดเป็นเงิน 46,252 บาท กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและฉีดยาสลายลิ่มเลือด ระดับ RW 2.90 คิดเป็นเงิน 43,506 บาท สวนหัวใจและฉีดสี ระดับ RW 2.45 คิดเป็นเงิน 36,780 บาท ส่องกล้องผ่าตัดถุงน้ำดี ระดับ RW 2.45 คิดเป็นเงิน 36,757 บาท ส่องกล้องลำไส้ใหญ่และต้องตัดหรือจี้เพื่อรักษาในส่วนที่ยุ่งยาก ระดับ RW 2.33 คิดเป็นเงิน 35,053 บาท โรคจอประสาทตาและได้รับการผ่าตัด ระดับ RW 2.13 คิดเป็นเงิน 32,044 บาท

          "นพ.สมเกียรติ" แนะด้วยว่า กรณีผู้ป่วยจะใช้บริการระบบใหม่นี้ ควรสอบถามแพทย์ว่าป่วยเป็นโรคอะไรและอยู่ในระดับ RW เท่าไหร่ เพื่อประกอบการตัดสินใจที่จะเลือกรักษาพยาบาลโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิหรือโรงพยาบาลอื่นๆ ที่ผู้ประกันตนมั่นใจ หากผู้ประกันตนไปเข้ารับรักษาในโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมหรือโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิส่งต่อผู้ประกันตนไปรักษาโรงพยาบาลอื่น ทางผู้ประกันตนก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยสปส.จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่ถ้าผู้ประกันตนเลือกไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นๆ นอกเครือข่ายประกันสังคมเอง หากมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างเพิ่มขึ้นมา ผู้ประกันตนจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาเอง

          "ถือเป็นข้อดีของระบบนี้ ที่ผู้ป่วยสามารถเลือกโรงพยาบาลได้อย่างเสรี ส่วนกรณีที่เกรงว่าโรงพยาบาลเอกชนจะปกปิดข้อมูลการรักษาและอาการป่วยของผู้ประกันตนเพื่อยื้อผู้ป่วยไว้รักษาเองนั้น หากตรวจสอบพบโรงพยาบาลเอกชน จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และสปส.จะตรวจประเมินเวชระเบียนอย่างเข้มข้น โดยจัดจ้างที่ปรึกษาทางการแพทย์เพิ่มขึ้นจาก 8 คน เป็น 14 คน และจ้างที่ปรึกษาทางการพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 6 คน เป็น 13 คน 

          ตลอดจนประสานกับหน่วยงานตรวจสอบโรงพยาบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินของโรงพยาบาลเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนกรณีที่สปส.พบว่ามีการเบิกจ่ายไม่ตรงกับความเป็นจริง สปส.ก็มีมาตรการเรียกเงินคืนและตักเตือนโรงพยาบาลที่กระทำผิด" นพ.สมเกียรติ บอกทิ้งท้าย

 

 

----------

(หมายเหตุ : สปส.เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้าย 'แก้ปัญหา' รพ.ยื้อส่งต่อผู้ป่วย : โดย ... ธรรมรัช กิจฉลอง)

----------