
1 ม.ค. อียู เก็บค่าปล่อยก๊าซจากสายการบิน กระทบ ค่าตั๋ว
อียูจะเรียกเก็บค่าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับธุรกิจการบินภายในและระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป ทั้งที่บินเข้ามายังและบินออกไปจากสนามบินใดๆ ในอียู ไม่ว่าจากแห่งใดในโลกจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการที่ต้องซื้อสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกร
ท่าทีของประเทศต่างๆ ที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนของกว่า 20 ประเทศได้แสดงท่าทีคัดค้านอียู ไม่ใช่เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตรงกันข้ามประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวไม่น้อยไปกว่าอียู แต่เห็นว่าการที่อียูดำเนินมาตการฝ่ายเดียวในการบังคับใช้กฎระเบียบ EU ETS กับอุตสาหกรรมการบิน มีลักษณะเป็นการสร้างกฎระเบียบในทางเทคนิคเพื่อกีดกันทางการค้าหรือเพิ่มภาระที่ไม่จำเป็นแก่ภาคธุรกิจ
ในส่วนของไทย รัฐบาลไทยโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งทำหน้าที่คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรปด้วย ได้เคยมีหนังสือย้ำจุดยืนคัดค้านข้างต้นถึงฝ่ายอียูเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ตั้งแต่อียูเริ่มประกาศว่าจะขยายให้มาตรการ EU ETS บังคับใช้กับสายการบินด้วย และล่าสุดได้มีหนังสือย้ำไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2554
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้นนอกจากจะหมายถึงผลกระทบและภาระโดยตรงต่อสายการบินจากประเทศที่สาม รวมทั้งสายการบินของไทย ยังส่งผลกระทบในเชิงพาณิชย์ต่อเอกชนที่ส่งออกสินค้าจากประเทศที่สามผ่านสายการบินมายังอียู รวมถึงผู้ส่งออกของไทยด้วย โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยก๊าซจะขึ้นอยู่กับระยะทางการบินจากประเทศที่สามนั้นๆ มายังอียู
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านี้ คือ แนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นที่ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ/กลุ่มประเทศ ใช้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นข้ออ้างในการออกมาตรการฝ่ายเดียวที่ส่งผลทางอ้อมในการจำกัดการค้า หรือเลือกปฏิบัติ ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่มาตรการดังกล่าวไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป



