ไลฟ์สไตล์

ปี 2555 อียูเอาจริงเรื่อง CSR

ปี 2555 อียูเอาจริงเรื่อง CSR

04 ม.ค. 2555

คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เปิดเผยรายงานเชิงนโยบาย เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate social responsibility - CSR) ฉบับใหม่ ตามคำร้องขอของประเทศสมาชิกอียูและสมาชิกสภายุโรป ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการควบคุมความประพฤติของบริษัท

 แทนที่จะปล่อยให้เป็นไปตามความสมัครใจของบริษัทต่างๆ เช่นที่เคยเป็นมา นั่นหมายถึงนโยบาย CSR ของสหภาพยุโรปที่มีความเป็นหนึ่งเดียวและมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ
 บริษัทในยุโรปประมาณ 2,500 บริษัทที่จัดพิมพ์รายงาน CSR และรายงานด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี ยังถือได้ว่า เป็นสัดส่วนเพียงน้อยนิด หากเทียบกับจำนวนตัวเลขของจำนวนบริษัทขนาดใหญ่ในยุโรป ซึ่งมีจำนวน 42,000 บริษัท นอกจากนี้ ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกยุโรปเพียง 15 ประเทศที่มีนโยบายส่งเสริม CSR   
 คณะกรรมาธิการยุโรป จึงจะออกข้อเสนอระเบียบ เพื่อปรับปรุงแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้บริษัทต่างๆ จะต้องยึดมั่นที่จะส่งเสริม CSR ภายในปี พ.ศ. 2555 และตั้งเป้าหมายสำหรับปีพ.ศ. 2558 และ 2563 ต่อไป โดยอียูอาจสนับสนุนให้บริษัทขนาดใหญ่ในยุโรปพิจารณารับหนึ่งในสามมาตรฐาน CSR ชั้นนำของโลก ได้เแก่ UN Global Compact, OECD guidelines for multinational enterprises และ the ISO 26000 standard มาใช้ พร้อมพิจารณาว่าควรจะมีข้อกำหนดให้สถาบันการเงินซึ่งเป็นสมาชิกให้ข้อมูล รวมไปถึงมาตรการเพื่อจัดการกับการโฆษณาสินค้าที่อวดอ้างความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เกินจริง หรือที่เรียกว่า "green washing" ด้วย
 คณะกรรมาธิการยุโรปจะร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพัฒนาแนวปฏิบัติ ในการตรวจสอบตนเองและการให้ผู้อื่นมาตรวจสอบร่วม พร้อมจัดตั้งเวที CSR platform ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ และจะมีการจัดทำโครงการรางวัลด้าน CSR ต่อไป
 จะเห็นได้ว่านอกจากการบริหารจัดการเรื่อง CSR ภายในยุโรปกับภาคธุรกิจยุโรปเองแล้ว สหภาพยุโรปยังพยายามผลักดันกระแสแนวคิด CSR แบบของยุโรปให้เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายมากขึ้นในเวทีโลก เน้นความรับผิดชอบของบริษัทและองค์กรธุรกิจต่อประเด็นด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ นอกเหนือไปจากการมอง CSR เป็นเพียงการจัดกิจกรรมเพื่อคืนกำไรแก่สังคมของบริษัทเท่านั้น
คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป