ไลฟ์สไตล์

ลีลาศิลปะพื้นบ้านนานาชาติ

ลีลาศิลปะพื้นบ้านนานาชาติ

05 ม.ค. 2555

ลีลาศิลปะพื้นบ้านนานาชาติ

          ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงภูมิปัญญาของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นความภาคถูมิใจและทรัพย์สินทางปัญญาที่ควรอนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน ดังนั้นเพื่อทำนุบำรุงรักษาและส่งเสริมเอกลักษณ์ พร้อมร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะพื้นบ้าน ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ โครงการ "เทศกาลการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ" (Surin International Folklore Festival : SIFF) จึงถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2549 และยังคงจัดต่อเนื่อง โดยมี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ซึ่งล่าสุดครั้งที่ 7 นี้ก็ได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ออกแรงสนับสนุน
 
          รศ.ดร.สารภี วรรณตรง รักษาการรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เล่าถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในแต่ละครั้งนี้ว่า เพื่อสร้างเครือข่าย ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการด้านศิลปะดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้านนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งเพื่อพัฒนาการศาสตร์ทางด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล ซึ่งจะทำให้ศิลปินเกิดความมั่นใจและภูมิใจ ที่จะอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านอันล้ำค่าสืบทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง โดยอาศัยกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเป็นสื่อกลาง
 
          "จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่อยู่ชายแดน ถ้าพูดถึงอีสานใต้คนส่วนใหญ่จะนึกถึงสุรินทร์ เพราะมีความโดดเด่นทางด้านศิลปวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของชน 3 เผ่าที่อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว คือ คนเชื้อสายเขมร ซึ่งมีความสามารถด้านดนตรีกันตรึม ขณะที่คนเชื้อสายลาวก็มีฝีมือทางด้านผ้าฝ้าย ส่วนคนเชื้อสายกูย (คนเลี้ยงช้าง) ก็จะมีเอกลักษณ์เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ท่าทางการร่ายรำ ภาษาผี ภาษากูย เป็นต้น" รศ.ดร.สารภี
 
          พัฒน์มาศ วงศ์พัฒนศิริ ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า เทศกาลนี้ ไม่เพียงอนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟู และทำนุบำรุงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ยังช่วยสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติด้านศิลปะการแสดงอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากครั้งแรกที่เริ่มต้นโครงการนี้ มีเพียง 8 ประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมงาน จากนั้นก็เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี โดยล่าสุดครั้งนี้ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับของศิลปินกว่า 300 คนจาก 16 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี ลิทัวเนีย ตุรกี อิสราเอล ศรีลังกา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เนปาล บังกลาเทศ จีน และไทย จึงนับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันให้ภาคอีสานและประเทศได้อย่างดี โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ที่ทุกวันนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมไปแล้วด้วย
 
          ขณะที่ ผศ.ฉลอง สุขทอง ผอ.สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เสริมว่า โครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการแรกที่รวบรวมเอาศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติไว้ด้วยกัน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนไทยและต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาที่สนใจทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้เรียนรู้ศิลปะจากศิลปินทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทางไกล และจากการทำงานและติดต่อสื่อสารกับศิลปินนานาชาติมาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนในต่างประเทศอีกด้วย
 
          "ไฮไลท์ของกิจกรรมหลัก 4 อย่าง ได้แก่ 1.ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 2.กิจกรรมสัมมนาวิชานานาชาติ ซึ่งจัดควบคู่มาทุกปี โดยการเชิญอาจารย์ของแต่ละประเทศที่เข้าร่วมมาร่วมนำเสนองานวิจัยและบทความวิชาการ ซึ่งปีนี้กำหนดหัวข้อ "การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิต" 3.แสดงแบบผ้าและชุดแต่งกายนานาชาติ ครั้งที่ 6 โดยจะจัดขึ้นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา และการนำนักแสดงต่างชาติแต่งกายด้วยผ้าไหมไทยถ่ายแบบแล้วจัดทำเป็นหนังสือ โดยทำเป็น 2 ภาษา เพื่อแจกจ่ายไปสู่มหาวิทยาลัยและโรงแรมต่างๆ
 
          และ 4.กิจกรรมการชุมนุมเพื่อสันติภาพโลก ณ วัดป่าวังน้ำทิพย์ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ในวันที่ 19 มกราคม โดยจะเปิดเวทีให้ศิลปินแต่ละประเทศกล่าวสุนทรพจน์ และขับร้องบทเพลงเพื่อสันติภาพโลก โดยกิจกรรมต่างๆ จะกระจายออกไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งใน จ.สุรินทร์ อำนาจเจริญ ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม ระหว่างวันที่ 15-25 มกราคม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์" ผศ.ฉลอง แจกแจงรายละเอียด