ไลฟ์สไตล์

เยอรมนีช่วยอบรมกู้หนังสือจมน้ำ

เยอรมนีช่วยอบรมกู้หนังสือจมน้ำ

03 ม.ค. 2555

ทีมผู้เชี่ยวชาญการกู้หนังสือจมน้ำจากเยอรมนี ช่วยอบรมการทำให้หนังสือคืนสู่สภาพเดิมที่อยุธยา

          3 ม.ค.55  สำนักข่าว dpa ของเยอรมนี รายงานสภาพของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ได้มีกลิ่นอับชื้นลอยขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน อันเป็นผลมาจากการจมอยู่ในน้ำนานหลายสัปดาห์ จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้

          ดร.มานเฟรด อันเดอร์ส ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์อนุรักษ์หนังสือ หรือ เซเอฟเบ ในเมืองไลพ์ซิก ของเยอรมนี ได้เริ่มต้นปฏิบัติการกู้หนังสือจมน้ำ ด้วยการเปิดหน้าต่างทุกบาน เพื่อให้อากาศถ่ายเท และเพื่อระบายความอับชื้น เครื่องหมายบอกระดับน้ำสีน้ำตาลที่ผนังชั้นล่างของห้องสมุดในอดีต บอกถึงความสูงของน้ำว่าอยู่ที่ 1.5 เมตร พระสงฆ์สามารถขนหนังสือขึ้นที่สูงได้ 2 แสนเล่ม แต่ไม่อาจรักษาไว้ได้ทั้งหมด และที่นี่เป็นเพียงหนึ่งในห้องสมุดที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม เมื่อช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

          ยังมีหนังสืออีกหลายร้อยเล่มที่อยู่ในสภาพเปียกชื้นและส่งกลิ่นอับ มหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้ มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี แต่ไม่ทราบว่า มีหนังสือเก็บรักษาไว้ทั้งหมดกี่เล่ม ดร.อันเดอร์ส และเพื่อนร่วมทีม ได้แก่ โอลิเวอร์ เมสเซอร์ชมิดท์ และจาน่า มอชซาร์สกีแฮส ผู้เชี่ยวชาญการกู้หนังสือ ซึ่งได้รับเชิญจากสถาบันเกอเธ่ ให้ช่วยนำความรู้มาช่วยเหลือประเทศไทย ที่ขาดแคลนผู้ชำนาญการเก็บรักษาหนังสือที่มีคุณค่าจากความอับชื้น และหนังสือที่ถูกทำลายจนเสียหาย

          ศูนย์อนุรักษ์หนังสือ เซเอฟเบ เริ่มงานเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990 ในฐานะสาขาของห้องสมุดสาธารณะของเยอรมนี โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งได้เคยสร้างผลงานมาแล้ว เมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมตลอดแนวแม่น้ำเอลเบ้ เมื่อปี 2545 ที่ทำให้หนังสือหลายหมื่นเล่มจมน้ำ รวมถึงการดับเพลิงที่ทำให้หนังสือหลายพันเล่มได้รับความเสียหาย ในช่วงที่เกิดเพลิงไหม้ที่ห้องสมุดดัชเชสส์ แอนนา-อามาเลีย เมื่อปี 2547

          เมื่อปี 2552 ได้เกิดเหตุหอจดหมายเหตุพังถล่ม และส่วนหนึ่งของห้องสมุดร่วงลงไปในน้ำ ทีมเซเอฟเบ ได้เข้าไปช่วยกู้หนังสือเช่นกัน ส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดร.อันเดอร์ส ได้นำหนังสือออกจากถุงพลาสติก โดยระบุว่า นี่คือมลภาวะอย่างหนึ่งของหนังสือ จำเป็นต้องรีบระบายอากาศทันที แต่ความกระตือรือร้นของทีมผู้เชี่ยวชาญของเยอรมนี ต้องเจออุปสรรค จากการที่ผู้คนยังตกอยู่ในอาการช็อค และไม่ได้หยิบจับอะไร

          ทีมผู้เชี่ยวชาญของ เซเอฟเบ ยังได้ไปเยี่ยมห้องสมุดของนักเขียนชื่อดัง สุชาติ สวัสดิ์ศรี ที่หนังสือราว 5 หมื่นเล่ม จมอยู่ในน้ำเกือบหมด และพบว่า มีหนังสือที่วางอยู่ที่พื้น ที่สลายตัวเหลือแต่เยื่อกระดาษ พวกที่อยู่ชั้นบนยังคงแห้ง แต่ที่จริงควรจะถูกย้ายออกไปเมื่อนานมาแล้วเพราะเชื้อราก็เหมือนกับไวรัส ที่มันสามารถแพร่จากเล่มหนึ่งไปยังเล่มอื่น ๆ ได้

          เซเอฟเบ ได้เลือกหนังสือที่มีค่าที่สุด 10 เล่ม กลับไปยังไลพ์ซิก เพื่อนำไปแช่แข็งให้แห้งและฉายรังสีแกมม่าซ้ำ อันเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูงานเขียนที่มีค่า แต่ใช้ต้นทุนสูงมาก กระบวนการนี้มีมูลค่ากิโลกรัมละ 35 ยูโร หรือราว 1,350 บาท

          ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เชิญบรรณารักษ์จากทั่วประเทศ ไปพบกับผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี และดูการสาธิตการกู้หนังสือ ซึ่งคำแนะนำในเบื้องต้นก็คือ เมื่อหนังสืออยู่ในสภาพที่พอง ต้องทำให้เปียกอีก ก่อนจะรีดให้เรียบ และต้องกำจัดเชื้อราด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น พวกเชื้อรามีอันตราย สามารถทำให้เป็นหอบหืด หรือโรคร้ายที่ปอด

          หลังจากรีดจนหนังสือแบนราบแล้ว จะต้องนำไปแช่แข็ง ซึ่งเครื่องแช่แข็งหนังสือ มีมูลค่าเครื่องละ 4 แสนยูโร ส่วนการปล่อยให้หนังสือแห้งเองตามธรรมชาติ จะเลวร้ายเพราะหน้าหนังสือจะติดกัน และทำให้เชื้อรากลับมาอีก แต่ก็เป็นวิธีที่จำต้องเลือกสำหรับประเทศไทย ซึ่งก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการหมั่นสลับที่วางหนังสือทุกวัน และเปิดทุกหน้าทุกวัน เพื่อให้อากาศถ่ายเท และจะต้องกำจัดเชื้อราให้หมดไปทันที ก่อนที่มันจะแพร่ออกไป