
เวทีวิสาขบูชาโลกชี้เหตุวิกฤตศก.ใจคนไร้ศีลธรรม
ผู้นำชาวพุทธกว่า 70 ประเทศชี้เศรษฐกิจโลกตกต่ำ เพราะคนไร้ศีลธรรม เสนอปฎิญญากรุงเทพฯให้ทั่วโลกปลูกฝังความซื่อสัตย์ ให้กับประชากรตัวเอง หวังช่วยฟื้นระบบการเงิน ความโปร่งใสกลับคืน "อภิสิทธิ์"หวังเป็นเวทีช่วยส่งเสริมความเข้าใจในหลักธรรมของพระพุทธเจ้า สร้างสุข
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2552 โดยมีพระมหาเถระ ผู้นำชาวพุทธ และนักวิชาการทางพระพุทธศาสนากว่า 70 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการประชุม
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์ ใจความสำคัญว่า วันวิสาขบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีนั้น เป็นที่ทราบกันดีในหมู่พุทธศาสนิกชนว่า เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ ในปี พ.ศ. 2552 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยที่ 45 จึงได้รับรองข้อมติประกาศให้วันวิสาขบูขาเป็นวันสำคัญสากลของโลก และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการปะรชุมนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก
"รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญนี้ และในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอขอบคุณบุคคลในหน่วยงานต่างที่ร่วมจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะช่วยส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสร้างความสุขแห่งมวลมนุษยชาติสืบไป"นายกรัฐมนตรี กล่าว
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) ในฐานะประธานการจัดงานการประชุมพระพุทธศาสนาชาติครั้งที่ 6 เนื่องในวันวิสาขบูชาวันสำคัญของโลก กล่าวว่า ที่ประชุมได้ประกาศปฎิญญากรุงเทพในเรื่องพระพุทธศาสนากับการแก้วิกฤตการณ์ของโลก 9 ข้อ ดังนี้
1. ที่ประชุมรับรู้ถึงผลกระทบของวิกฤตทั่วโลกและตระหนักว่า วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และสังคมมีสาเหตุมาจากการไร้ศีลธรรมภายในจิตใจของมนุษย์จึงต้องเพิ่มความพยายามมากยิ่งขึ้น ในการส่งเสริมศีลธรรมภายในจิตใจ ซึ่งจะช่วยแก้วิกฤตการณ์ของโลกได้ 2. สนับสนุนให้มีระบบการเงินและเศรษฐกิจที่โปร่งใส และเอื้ออาทรต่อกัน ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมที่สำคัญ เช่น ซื่อสัตย์ ความเพียร ไม่เบียดเบียน และการสงเคราะห์เพื่อให้เกิดความมั่นคงในสังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน 3. สนับสนุนให้ใช้หลักธรรมาภิบาล ทำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเพื่อยุติความขัดแย้ง พัฒนาสันติภาพ และความสามัคคีในสังคม
4. ตระหนักถึงผลกระทบที่พฤติกรรมของมนุษยที่มีต่อโลก รวมทั้งส่งเสริมให้ตระหนักรู้ถึงหลักอิทัปปัจจยตาในพระพุทธศาสนา 5. ส่งเสริมความเข้าใจเรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในหมู่สาธารณชนให้ดียิ่งขึ้น โดยเรียบเรียงตำราทางพระพุทธศาสนาฉบับสากลให้เห็นคำสอนที่หลากหลายของฝ่ายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน 6. พัฒนาสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติในการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนบุคลากร นิสิต นักศึกษา และตั้งกองทุนร่วมกัน
7. ริเริ่มแหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในสมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ ในหัวข้อ “โครงการระบบดิจิตอลหลักในพระพุทธศาสน์ศึกษา” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจาก 23 สถาบันชั้นนำใน 16 ประเทศ รวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูล และตั้งโครงการร่วมมือกันพัฒนาบัญชีรวมตำราพระพุทธศาสนาครั้งที่ 1 จากภาษาบาลี สันสกฤต จีน ทิเบต มองโกเลีย 8. รับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และ 9. เห็นชอบให้ศูนย์ประชมสหประชาชาติกรุงเทพมหานครเป็นที่จัดประชุมวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2553 และให้ประเทศไทยและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน



