
คอมพิวเตอร์ 'อ่านใจ'
'ชื่อเรื่อง' ของเราวันนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งใน 'พาดหัว' อันหวือหวาของสื่อออนไลน์ระดับโลกแทบทุกสำนักตลอดช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ชื่อเรื่อง" ของเราวันนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งใน "พาดหัว" อันหวือหวาของสื่อออนไลน์ระดับโลกแทบทุกสำนักตลอดช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจาก ไอบีเอ็ม ได้เผยแพร่รายงานประจำปีฉบับที่ 6 เกี่ยวกับแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ในอีก 5 ปีข้างหน้า
หนึ่งในห้าเทรนด์นวัตกรรมที่มีแนวโน้มว่าจะมาแน่ๆ ตามรายงาน "IBM 5 in 5" ประจำปี 2554 ก็คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่อ่านใจมนุษย์ได้ (Mind-reading technology) หรือชีวสารสนเทศ (ไบโออินฟอร์เมติกส์) ที่จะไม่ได้เป็นแค่นิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดย ไอบีเอ็ม นับจากนี้ไป 5 ปีข้างหน้า จะพัฒนาจากรูปลักษณ์ของอุปกรณ์สวมศีรษะ ที่มีเซ็นเซอร์ไว้อ่านการทำงานของสมอง ซึ่งสามารถจดจำการแสดงความรู้สึกทางใบหน้า ระดับความใส่ใจ และความตื่นเต้นได้ ไปสู่แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่นำไปใช้กับอุตสาหกรรมเกม บันเทิง ตลอดจนการใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ ทำความเข้าใจรูปแบบการทำงานของสมอง เพื่อเยียวยาผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง ให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารกับผู้อื่นได้
นอกจากนี้ การใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนก็จะง่ายยิ่งขึ้น เพียงแค่คิดชื่อคนที่อยากโทรหา โทรศัพท์มือถือก็จะดำเนินการให้ทันที หรือถ้ามีงานอะไรที่ต้องเร่งทำให้จบ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะรู้หน้าที่และเลือกทำให้ก่อน
ส่วนอีก 4 นวัตกรรมล้ำโลกที่จะเกิดขึ้นจริง (ตามคำพยากรณ์ของไอบีเอ็ม) ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้ ได้แก่ มนุษย์จะมีส่วนสร้าง "พลังงาน" ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะมีการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นไม่ใหญ่นัก ซึ่งอาจอยู่ในรูปรองเท้า หรือเป้สะพายหลัง เพื่อไว้คอยดักจับพลังงานที่เกิดจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งจ๊อกกิ้ง, ปั่นจักรยาน หรือแม้กระทั่งความร้อนจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังทำงานอยู่ ดังนั้น ในอนาคตเราอาจใช้พลังงานเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าในบ้าน หรือเห็นคนชาร์จแบตมือถือจากรถจักรยานก็เป็นได้
การใช้เทคโนโลยีระบุตัวตน (ไบโอเมตริกซ์) เป็นรหัสผ่านด้าน ความปลอดภัย" แทนการจดจำรหัสลับแบบเดิมๆ และยังมีประสิทธิภาพเหนือกว่า อย่างเช่น การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถทำได้ง่ายดาย โดยใช้วิธีสแกนม่านตา หรือจดจำใบหน้า รวมถึงการใช้เสียงสั่งงานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเชื่อว่าปัจจุบันหลายๆ คนก็เริ่มคุ้นเคยกับนวัตกรรมด้านนี้กันแล้ว
โลกไร้พรมแดนด้วย "โทรศัพท์มือถือ" โดยคาดการณ์ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า จำนวน 80% ของประชากรโลก ที่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา แตะหลัก 7,000 ล้านคนไปแล้ว จะมีโทรศัพท์มือถือใช้ และคงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า "การเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือสักเครื่องง่ายดายยิ่งกว่าการเปิดบัญชีธนาคารเสียอีก"
นวัตกรรมมาแรงลำดับสุดท้ายก็คือ จะไม่มี "อีเมลขยะ" มากวนใจอีกต่อไป เพราะด้วยความสามารถใน "เชิงวิเคราะห์"ของเทคโนโลยีจะล้ำหน้ายิ่งขึ้น โดยทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คุณใช้งาน รวมถึงการใช้งานออนไลน์ต่างๆ จะทำหน้าที่คัดกรองเอาไว้เฉพาะอีเมลซึ่งมีข้อมูลที่คุณต้องการ หรือสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานที่ผ่านมา…จนถึงขั้นเรียกได้ว่า ถ้ามีวงดนตรีสุดโปรดมาเยือนเวทีเมืองไทยเมื่อไหร่ โทรศัพท์มือถือของคุณก็จะดำเนินการจองบัตรเข้าชมให้คุณทันที
มาถึงบรรทัดนี้ คงยืนยันได้แล้วว่า "เทคโนโลยี" สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตเราทุกคนได้จริงๆ



