ไลฟ์สไตล์

รพ.จุฬาฯพร้อมตรวจหวัดสายพันธุ์ใหม่ใน4ชม.

รพ.จุฬาฯพร้อมตรวจหวัดสายพันธุ์ใหม่ใน4ชม.

06 พ.ค. 2552

สธ.เผย ยังไม่มีเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในไทย ขณะที่ รมต.สาธารณสุข ทุกประเทศตอบรับร่วมประชุมพรุ่งนี้ แล้ว เว้นพม่าขอส่งทูตแทน เตรียมเชิญอีกครั้ง

 (6พ.ค.) ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬา และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก และพญ.เลลานี ไพฑูรย์พงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อ ร่วมแถลงข่าว "หน่วยงานรับตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009" โดย ศ.นพ.อดิศร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้รับตัวอย่างเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ที่ตายแล้วและไม่ก่อให้เกิดโรค หรือที่เรียกว่า อาร์เอ็นเอ (RNA) ซึ่งเป็นไวรัสที่สกัดแยกสารพันธุกรรมจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค( CDC) ของสหรัฐอเมริกา โดยได้ทำการพัฒนาชุดตรวจสอบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยเฉพาะขึ้น ซึ่งสามารถตรวจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจะเป็นตัวสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) หากต้องการตรวจเชื้อดังกล่าวก็สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้

 ศ.นพ.ยง กล่าวว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ระบาดอย่างรวดเร็วมากกว่า 21 ประเทศ และมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการมากกว่า 1,400 คน โดยครึ่งหนึ่งอยู่ที่เม็กซิโก อย่างไรก็ตาม การควบคุมและป้องกันโรคให้ได้ผลอย่างถูกต้องและแม่นยำ จึงเป็นวิธีป้องกันการแพร่ระบาด ที่ผ่านมาโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ติดต่อกับ cdc โดยได้ขอสารพันธุกรรมของไวรัสต้นแบบสายพันธุ์ดังกล่าวที่ระบาดในอเมริกาเหนือ ซึ่งหลังจากได้รับสารดังกล่าว ทีมวิจัยได้ทำการเพิ่มจำนวนและคัดลอกแบบไวรัสดังกล่าวขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบและพัฒนาการตรวจให้ได้ผลถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ทราบได้ทันทีว่าเชื้อดังกล่าวเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ขณะที่วิธีการตรวจสอบแบบเดิมจะใช้เวลาร่วม 18 ชั่วโมง และต้องใช้หลายขั้นตอนจึงจะทราบผล

 "โรงพยาบาลจุฬาฯ ยังมีห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจยืนยันเชื้ออีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งได้รับมาตรฐานสากลเช่นกัน โดยการตรวจสอบจะมีการเปรียบเทียบผลระหว่าง 2 ห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้อง แต่หากกรณีที่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จริงๆ ก็ต้องมีการได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจะต้องมีการส่งไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อยืนยันด้วย แต่ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบเชื้อดังกล่าว" ศ.นพ. ยง กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจุฬาฯ พร้อมที่จะถ่ายทอดวิธีการตรวจ รวมทั้งได้เตรียมตัวควบคุมผลบวกของเชื้อไวรัสต้นแบบชนิดนี้ หรือที่เรียกว่า โพสสิทีฟ คอนโทรล (Positive Control)  ในรูปแบบของพลาสมิด ( Plasmid ) ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมที่ทำการขยายในแบคทีเรีย โดยโรงพยาบาลจุฬาฯ จะทำการถ่ายทอดตัวอย่างดังกล่าวให้แก่ห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยในประเทศไทยเพื่อให้ได้ผลถูกต้องแม่นยำ

 ด้าน พญ.เลลานี กล่าวว่า ล่าสุดจากข้อมูลของ CDC ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยยืนยัน 403 ราย เสียชีวิต 1 ราย จะเห็นว่าอัตราการตายต่ำกว่าร้อยละ 1 ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดตามฤดูกาลทั่วๆ ไป ของสหรัฐอเมริกาที่ทำให้คนอเมริกันนอนโรงพยาบาลมากกว่า 2 แสนคนและเสียชีวิต 36,000 คนในแต่ละปี นอกจากนี้ ยังไม่พบรายงานการเสียชีวิตนอกทวีปอเมริกาเลย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยาต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ ยังสามารถรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้ และประเทศไทยก็ยังไม่พบการติดเชื้อดังกล่าว

สธ.เผย ยังไม่มีเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในไทย

 ที่กระทรวงสาธารณสุข – นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลัง การประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก รวมถึงกรณีการเสียชีวิตรายที่ 2 ของสหรัฐฯ ซึ่งกรณีการเสียชีวิตนี้ยังต้องรอการรายงานที่ชัดเจน เนื่องจากการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะร่างกายอ่อนแอ เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน จึงต้องรอดูรายละเอียดอีกครั้ง

 ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ผู้ที่เข้าข่ายเฝ้าระวัง 3 ราย ซึ่งเป็นคนไทยซึ่งเฝ้าระวังอาการอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ และอุบลราชธานี รวมทั้งชาวเยอรมัน 1 ราย ที่เข้าเฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลราชวิถี ล่าสุดผลตรวจยืนยันเป็นลบทั้งหมด ไม่พบเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ส่วนนักเรียนไทยที่เดินทางกลับจากเม็กซิโก ซึ่งยังคงรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร 3 รายวานนี้ (5 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 2 ราย ส่วนอีก 1 รายที่ได้ให้ยาโอเซลทามีเวียร์นั้น จะเฝ้าดูอาการต่อ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้หากมีอาการดีขึ้นจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ในส่วนของยานั้นยังคงต้องให้กินจนครบโด๊สเพื่อป้องกันการดื้อยา

 ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ว่า ขณะนี้รัฐมนตรีสาธารณสุขทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนและอีก 3 ประเทศ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้แล้ว ยกเว้นพม่าที่จะส่งทูตเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างการประสานงานอีกครั้งเพื่อขอให้รัฐมนตรีสาธารณสุขพม่าเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง