
ศิลปวัฒนธรรม:'สิมกลางน้ำ'วิถีอีสานขนานแท้
ศิลปวัฒนธรรม : 'สิมกลางน้ำ' วิถีอีสานขนานแท้
"ภาคอีสาน" พื้นที่ใหญ่สุดและประชากรมากสุดของประเทศไทย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายในดินแดนที่ราบสูงล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของ วิถีชีวิตประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อสะท้อนและอนุรักษ์ถ่ายทอดเรื่องราวความชาวไทยอีสานดั้งเดิมให้สืบทอดและยังคงอยู่สืบต่อไป จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้เกษตรเชิงวัฒนธรรม จึงเปิดฟาร์มด้วยการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ "คืนถิ่นอีสาน" โดยไฮไลท์ปีนี้อยู่ที่ "สิมกลางน้ำ"
อ.พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกหมู่บ้านอีสาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อธิบายถึง "สิมกลางน้ำ" ว่า ในภาคอีสานพระอุโบสถจะเรียกกันว่า “สิม” ซึ่งเป็นรูปของเสียงที่กร่อนมาจากคำว่า “สีมา” หมายถึงเขตหรืออาณาเขตที่กำหนดขึ้น เพื่อใช้ทำกิจกรรมในพระพุทธศาสนา สิมอีสานมี 3 ประเภท คือ คามสีมา สิมที่สร้างในชุมชน อัพภันตรสีมา สิมที่สร้างในป่า และ อุทกกเขปสีมา สิมที่สร้างในน้ำ แต่ส่วนมากเป็นสิมที่สร้างในชุมชน ส่วนสิมที่สร้างในป่า และสร้างในน้ำมีน้อย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังพอมี "สิมกลางน้ำ" เหลือให้ได้ศึกษาชื่นชมความงามอยู่บ้าง
"การสร้าง สิมกลางน้ำ ที่หาชมได้ยากมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำเอารูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงามของสิมที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง จำลองขึ้นมาในขนาดจริง โดยเอาเอกลักษณ์เด่นๆ ของสิมอีสานมาประยุกต์ใส่เข้าไปในทุกรายละเอียด เพื่อสืบสานและเป็นแหล่งเรียนรู้งานสถาปัตยกรรมอีสาน โดยภายในสิม ยังได้อัญเชิญพระพุทธรูปไม้ที่ได้อัญเชิญมาจากวัดชัยศรี บ้านสาวัตถี ตำบลสารภี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปไม้ที่สร้างขึ้นมาจากฝีมือชาวบ้านอีสาน เก็บอนุรักษ์รวบรวมไว้เป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งก็ว่าได้ในภาคอีสาน และนับวันพระพุทธรูปเหล่านี้ก็จะหาชมได้ยากแล้วเช่นกัน ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดชัยศรีเห็นว่า จิม ทอมป์สันฟาร์ม เองมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ของอีสานอย่างชัดเจน จึงได้มอบพระพุทธรูปไม้ มาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาชมความสวยงาม ภายในสิมกลางน้ำ
กฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน กล่าวว่า ปีนี้ได้นำเสนอผลงาน อาร์ต ออน ฟาร์ม ปี 2554 หัวข้อ “ถิ่นอีสาน” ที่ได้เชิญศิลปินและสถาปนิกมาทำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสถานที่และวัฒนธรรมอีสาน โดยดึงเอาประสบการณ์ในฐานะที่เป็นคนท้องถิ่นที่เติบโต อาศัย และทำงานในภูมิภาคที่มีความสำคัญกับประเทศไทยแถบนี้ มาสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาสำหรับฟาร์ม ทัวร์ โดยเฉพาะ ประกอบด้วยงานแนวจิตรกรรม วิดีโอ ผลงานประติมากรรมกลางแจ้ง และ ผลงานศิลปะจัดวางตามสถานที่ต่างๆ เช่น ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ศิลปินหนุ่มยโสธร ในผลงาน “เด้อนางเดอ ตึงๆๆ” ผลงานน่ารัก ๆ เปี่ยมอารมณ์ขัน ตุ๊กตาหุ่นชักสีสด หลากหลายคาแร็กเตอร์ ที่สร้างรอยยิ้มเมื่อได้กระตุก ตุ๊กตาหุ่นชัก ซึ่งมีอยู่เกือบ 100 ตัว มนตรี มุงคูณ ในผลงาน “ใกล้เหมือนไกล ผ่านตาทุกวัน” อดิศักดิ์ ภูผา ในผลงาน “ฮีตบวกคลอง ทำนองชนบท” สิทธิกร ขาวสะอาด ในผลงาน “เปิดผ้าม่านกั้ง 2554” รัชพร ชูช่วย กับกลุ่ม ออลโซน ในผลงาน “ทำเป็นธรรมชาติ”
ชุติมา ดำสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ทางฟาร์มตั้งใจถ่ายทอด ความหมายของคำว่า “ถิ่นอีสาน” ให้มีความชัดเจนและสมบูรณ์แบบมากขึ้นผ่านรูปแบบและกิจกรรมต่างๆ ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ งานศิลป์ สถาปัตยกรรม ควบคู่กับความงดงามของสีสันแห่งธรรมชาติที่สะท้อนผ่านมนต์เสน่ห์แห่งการผลิบานของต้นไม้ พืชผัก และดอกไม้นานาพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็นจุดชมวิว 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ทุ่งปอเทืองที่เหลืองอร่ามและแปลงผักปลอดสารพิษที่มีความสวยงาม ด้วยการจัดวางเป็นลวดลายผ้าขิด “สามไม้ใหญ่” ของอีสาน ซึ่งสามารถเก็บผักสดใหม่จากแปลงติดมือกลับบ้านได้ จุดที่ 2 ทุ่งทานตะวันและลานฟักทอง ชมความพลิ้วไสวของทุ่งดอกทานตะวันและคอสมอสหลากสี ตื่นตากับภูเขาฟักทองยักษ์ และลานฟักทองนับหมื่น หรือจะเลือกพักผ่อนตามรอยวิถีแบบอีสานกับซุ้มเครื่องจักสานยักษ์ที่มีต้นแบบจากเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอีสาน อาทิ กระติ๊บข้าว ข่อง ซุ่ม และแง่บ
จุดที่ 3 หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านศิลปิน พร้อมสัมผัสกับความน่ารักของครอบครัวบุญหลายควายแสนรู้ ชมกระบวนการผลิตผ้าไหมแบบดั้งเดิมของจิม ทอมป์สัน และการสาธิตการพิมพ์ผ้าและทดลองพิมพ์ผ้าด้วยตัวเอง เพื่อนำกลับบ้านเป็นที่ระลึก และ จุดที่ 4 สวนไม้ดอกและตลาดจิม ทอมป์สัน แหล่งรวมของผลผลิตจากฟาร์ม ที่จำหน่าย ดอกไม้ ผัก ผลไม้สด และแปรรูป
จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2554 พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้ว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 8 มกราคม 2555 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.



