ไลฟ์สไตล์

หยุดไวรัสตับอักเสบบี 
ต้านภัยมะเร็งตับ "เฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา”

หยุดไวรัสตับอักเสบบี ต้านภัยมะเร็งตับ "เฉลิมพระเกียรติ 84พรรษา”

28 ธ.ค. 2554

สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิโรคตับ จัดโครงการ "หยุดไวรัสตับอักเสบบี ต้านภัยมะเร็งตับ... เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา” เร่งส่งเสริมและรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพดูแลตัวเอง เฝ้าระวังโรคไวรัสตับอักเสบบี ภัยร้ายใกล้ตัวที่มักถูกละเลย

 เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่คุกคามคนไทย และนำไปสู่โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ อย่างมะเร็งตับ
 คนไทยถูกไวรัสตับอักเสบบี คุกคามแล้วกว่า 3.5 ล้านคน สถิติของผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับสูงถึง 80% ส่งผลให้สถานการณ์มะเร็งตับในประเทศไทย ยังคงมีสถิติสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าเป็นห่วง
 จากสถิติพบว่า ทั่วโลกมีผู้เป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังกว่า 350 ล้านคน และมีผู้ได้รับเชื้อชนิดนี้กว่า 2,000 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย พบว่ามีผู้เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีกว่า 3.5 ล้านคน ซึ่งมีสถิติพบว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไวรัสตับอักเสบบีที่ไม่ได้รับการรักษา 1 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้สถิติการเสียชีวิตจากโรคนี้สูงตามไปด้วย และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
 ปัจจุบันคนไทยยังมองข้ามอันตรายของโรคไวรัสตับอักเสบบี โดยเห็นว่าโรคนี้เป็นโรคที่ไม่น่ากลัว จึงละเลยในการดูแลรักษา รวมถึงบางรายไม่รู้ตัวเองว่าเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ โรคไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคที่รุนแรง เพราะโรคนี้ไม่แสดงอาการ และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ และเมื่อแพทย์ตรวจพบก็มีระยะโรคที่รุนแรงแล้ว เช่น ตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับ เป็นต้น
 โรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่านคนได้ โดยจากการสัมผัสเลือด และน้ำคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ซึ่งการแพร่ของเชื้อชนิดนี้แตกต่างกันขึ้นกับพื้นที่ หรือภูมิภาค ในยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่เชื้อจะแพร่ทางการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน สำหรับในเอเชียและตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่เชื้อจะแพร่จากแม่สู่ลูก และระหว่างเด็กๆ ด้วยกัน
 นอกจากนี้เชื้ออาจจะแพร่โดยการใช้ของมีคม ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟันร่วมกับผู้ติดเชื้อ และการใช้เครื่องมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อในการสักผิวหนัง ทั้งนี้ มีผลการสำรวจของหลายสถาบันพบสถิติว่า ผู้ที่เป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบบี มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตับสูงถึง 80% เรียกได้ว่า เป็นภัยเงียบสู่มะเร็งตับที่ต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ
 โรคไวรัสตับอักเสบ เป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ วันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปีเป็น “วันตับอักเสบโลก” เพื่อให้แต่ละประเทศตระหนักถึงความสำคัญของโรคไวรัสตับอักเสบ
 มูลนิธิโรคตับ ร่วมกับ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการ “หยุดไวรัสตับอักเสบบี ต้านภัยมะเร็งตับ...เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา” เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา มหาราชา และเพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการดูแลสุขภาพที่ดี รู้จักโรค รู้อาการ รู้อันตรายและรู้วิธีการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีที่ถูกต้องเหมาะสม
 โดยในปี 2555 จะจัดกิจกรรมตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี...ฟรี! จำนวน 8,400 ราย ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคคลใกล้ชิดเตรียมพร้อมรับมือเมื่อรู้ว่าเป็นพาหะของเชื้อ และเป็นการลดความเสี่ยงของมะเร็งตับที่มาจากไวรัสตับอักเสบบี  
 ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เรื้อรังให้หายขาด แต่มีการรักษา 2 แบบซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้โรคเลวร้ายลง และป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งแบบแรกเป็นการรักษาโดยใช้ยาอินเทอเฟอรอนเพื่อช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในการติดเชื้อ และแบบที่สองเป็นการใช้ยาต้านเชื้อไวรัส ซึ่งจะเป็นการลดปริมาณไวรัสในเลือด เป้าหมายการรักษา คือ การลดจำนวนไวรัสในเลือด หรือการรักษาระดับไวรัสให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้
เลือกการรักษาที่ถูกต้อง
 1.ประสิทธิภาพของยา ในการคุมระดับปริมาณเชื้อไวรัส ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดที่ตรวจไม่พบในระยะยาว บางกรณีในการรักษาจะต้องถูกแสดงให้เห็นว่าพยาธิสภาพตับดีขึ้นและตับสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้
 2.การดื้อยา ในการยาต้านเชื้อไวรัส จำเป็นที่จะต้องใช้ยาที่มีความต้านทานต่อการต่อดื้อยาที่สูง (High genetic barrier) และต้องมีตำแหน่งการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง (multiple mutations) เพื่อให้แน่ใจว่าไวรัสจะไม่เกิดขึ้นอีก
 3.ความปลอดภัย การรักษาควรมีความปลอดภัยในระยะยาวและสามารถทนต่อยาหรือสามารถใช้ยาอย่างต่อเนื่องได้ความปลอดภัยในการรักษาอาจจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่นอกเหนืออื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการติดตามผล
มูลนิธิโรคตับ
โทร.0-2255-3051