ไลฟ์สไตล์

ทปอ.ทำหนังสือถึง 'วรวัจน์'ของบวิจัย

ทปอ.ทำหนังสือถึง 'วรวัจน์'ของบวิจัย

26 ธ.ค. 2554

ทปอ.ทำหนังสือถึง 'วรวัจน์'เรียกร้องของบวิจัย ติงรัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของงานวิจัย ส่งผลความสามารถในการแข่งขันลดลง ด้านว่าที่ประธานทปอ. ฝากไม่ต้องเรียกว่าม.วิจัยแห่งชาติ ถ้าให้งบน้อย เรียกมหาวิทยาลัยธรรมดาก็ได้

                 ศ.ดร.ประสาท  สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ทปอ.จะหนังสือ ถึงนายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เพื่อชี้แจงให้รัฐมนตรีว่าการศธ. เห็นความสำคัญของงบวิจัย และเรียกร้องให้ รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนงบวิจัยให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เท่าเดิมที่ได้เสนอไปคือ 2,000 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับงบวิจัยในต่างประเทศแล้ว ถือว่าไม่มาก

                 ส่วนกรณีที่ นายวรวัจน์ ระบุว่า เลยเวลาที่แปรญัตติต่อกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555  แล้วนั้นทปอ.เชื่อว่าหากรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง จะมีช่องทางที่สามารถจัดสรรงบประมาณกลางมาสนับสนุนได้  ไม่ถือว่าสายเกินไป อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีเความเห็นร่วมกันว่างบวิจัยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ  ดังนั้นหากรัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของงานวิจัยจะส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง  

                 ศ.ดร.ประสาท กล่าวต่อว่าสำหรับกรณีที่มีปัญหาว่ากำหนดการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ตและสอบรับตรงอื่น ๆของมหาวิทยาลัยที่เลื่อนออกมาเพราะน้ำท่วม ไปทับซ้อนกับการเข้าค่ายฝึกภาคสนามของนักเรียนร.ด.จนทำให้นักเรียนเกิดความกังวลว่าจะเสียสิทธิจากการไม่จบร.ด.เพราะต้องไปสอบ นั้น เรื่องนี้นายวรวัจน์ ระบุว่าจะไปประสานกับเจ้ากรมรักษาดินแดน เพื่อเลื่อนผลัดการเข้าฝึกร.ด. ซึ่งก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไรอีก 

                 ศ.ดร.สมคิด  เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า รัฐบาลควรสนับสนุบงบวิจัยให้การทำวิจัยเกิดความต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ตนจะผลักดันเมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานทปอ.คนใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2555  เพราะการที่รัฐบาลตั้งมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติขึ้นมา แต่ให้เงินสนับสนุนการดำเนินงานน้อย จนงานวิจัยที่ทำไว้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้จนจบก็คงไม่มีประโยชน์ และคงไม่ต้องเรียกว่าม.วิจัยแห่งชาติ เพราะคงไม่ต่างกับมหาวิทยาลัยทั่วไป อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลให้งบสนับสนุนต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางให้เป็นไปตามนโยบาย หรือทิศทางการพัฒนาประเทศในขณะนี้ด้วย