ไลฟ์สไตล์

2ขวบหัวโตพ่อแม่วอนช่วยรักษาลูก!

2ขวบหัวโตพ่อแม่วอนช่วยรักษาลูก!

25 ธ.ค. 2554

น้องกาน วัย 2 ขวบ 7 เดือน สมองโต ใช้ชีวิตบนที่นอนในห้องเช่าแคบ ๆ กว่า 1 ปี พ่อ แม่ และครอบครัว รอความหวัง วอนคนใจบุญ โรงพยาบาลที่มี แพทย์ - เทคโนโลยีทันสมัย เข้าช่วยเหลือ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.54  นางอัมพร อ่วมประเสริฐ อายุ 44 ปี พร้อม ด.ช.ราชันย์ อ่วมประเสริฐ บุตรชายวัย 7 ขวบ และด.ญ.ขวัญฤดี อ่วมฤดี บุตรสาววัย 4 ขวบ ได้เปิดเผยถึงอาการของ ด.ช.นพกร อ่วมประเสริฐ หรือน้องกาน บุตรชายวัย 2 ขวบ 7 เดือน ลูกคนสุดท้องที่ล้มป่วยด้วยโรคสมองบวมแต่กำเนิด ได้เพียงแต่นอนรอผู้ใจบุญมาช่วยเหลือ อยู่ภายในห้องแถวเช่า หมายเลข 12 เลขที่ 82/95 ซ.เทพบูรพา ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          น.ส.อัมพร เปิดเผยว่า หลังคลอด น้องกาน เมื่อวันที่ 20 เม.ย.52 ที่ โรงพยาบาลกิโลเมตรที่ 10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ เมื่อลืมตาดูโลกก็มีความผิดปกติเป็นเด็กที่มีศีรษะนิ่ม จากนั้นประมาณ 1 เดือน ศีรษะเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ จนมีขนาดใหญ่เท่าที่เห็น จึงได้นำตัวเข้ารักษายัง โรงพยาบาลกิโลเมตรที่ 10 แต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถรักษาโรคดังกล่าวได้ จึงส่งตัวไปรักษาต่อยัง โรงพยาบาลจังหวัดชลบุรี โดยใช้บัตร 30 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งจากการตรวจของแพทย์ และผลการเอ็กเซรย์ ระบุว่าน้องกาน ได้ป่วยเป็นโรคสมองบวม หรือมีน้ำในสมองมากกว่าปกติ แพทย์ของทางโรงพยาบาล ได้เรียกไปพบพร้อมบอกให้ครอบครัวทำใจ เนื่องจากไม่มีหนทางรักษาให้หายได้ จึงได้รับตัวกลับมาดูแลที่ห้องเช่า

          จากวันนั้นเป็นเวลานานกว่า 1 ปี ที่น้องกานต้องใช้ชีวิตอยู่แต่บนที่นอน ไม่สามารถอุ้มพาไปไหน ไม่ได้เห็นโลกภายนอกเหมือนคนทั่วไป เนื่องจากศีรษะมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก ส่วนด้านสุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงดี เว้นแต่เวลาที่มีอาการปวดศีรษะจะมีอาการเกร็งไปทั้งตัว ที่ผ่านมาทุกคนในครอบครัวต่างให้การดูแลเป็นอย่างดี ด้วยความรัก และความเอาใจใส่ โดยเฉพาะ นายปราโมทย์ อ่วมประเสริฐ อายุ 43 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ขับรถ ของทางเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ แม้รายได้เพียง 6,500 บาท ก็ดิ้นรนหารายได้เสริมมาเลี้ยงดูลูกทุกคนไม่ให้ต้องลำบาก

          น.ส.อัมพร ยังเปิดความในใจอีกว่า เวลานี้ทุกคนในครอบครัว ต่างมีความหวังที่จะให้น้องกานหายจากโรคร้ายนี้ และมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ จึงตัดสินใจติดต่อผ่านผู้สื่อข่าวในการเป็นสื่อกลาง ขอความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีใจบุญ พร้อมรับน้องกานเป็นคนไข้ และให้การรักษา ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะยอมรับ ดีกว่าต้องให้น้องกานนอนอย่างไร้ความหวัง อยู่อย่างทุกข์ทรมาน นอนรอความตายเท่านั้น