ไลฟ์สไตล์

พระมหาเจดีย์เจริญรุ่งเรือง  
"ตระกูลเฮงเส็ง" ศรัทธาสร้างที่วัดวังขนายทายิการาม

พระมหาเจดีย์เจริญรุ่งเรือง "ตระกูลเฮงเส็ง" ศรัทธาสร้างที่วัดวังขนายทายิการาม

07 พ.ค. 2552

วัดวังขนายทายิการาม ต.วังขนาย อ. ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ อายุนับร้อยปี นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อสรรเพชร คือ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่องลือในเรื่องของ "โชคลาภ" และ น้ำพุร้อน ในวัดที่ มีอุณหภูมิประมาณ ๔๒ องศาเซลเซียส ถือ

 นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระมหาธาตุเจดีย์ เจริญรุ่งเรือง ที่สร้างโดยศรัทธาของตระกูล "เฮงเส็ง"

 พระมหาธาตุเจดีย์เจริญรุ่งเรือง ประดิษฐานอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดวังขนาย เป็นพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่ทรงจอมแห  ลักษณะคล้ายกับพระมหาเจดีย์แบบเจดีย์ศรีสุริโยไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ) กทม. เป็นศิลปกรรมสมัยสุโขทัยประยุกต์ มีขนาดความสูง  ๓๘  เมตร  และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ ๑๖ เมตร

 ส่วนยอดของพระมหาธาตุเจดีย์ ประดับด้วยฉัตร ครอบลูกแก้ว ซึ่งวางไว้บนยอดปลี ถัดจากยอดปลีลงมาเป็นส่วนของจอมแห แบบย่อมุมไม้ ๑๒ เหลี่ยม

 ส่วนองค์พระมหาธาตุเจดีย์ สร้างไว้ด้วยกันถึง ๓ ชั้น  ส่วนฐานล่างรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์เป็นแบบฐานสิงห์  และผนังด้านนอกขององค์พระมหาธาตุเจดีย์วางพื้นด้วยลายปั้น แปะลงสีปิดทองทั่วองค์พระมหาธาตุเจดีย์

 บริเวณหน้าบันของพระมหาธาตุเจดีย์มีทั้งหมด ๔ ด้าน โดยแบ่งเป็น ๔ ทิศ คือ ทิศใต้ ด้านหน้าองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปบูชายืน ปางอุ้มบาตร ทิศตะวันออก

 ด้านขวาองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปบูชายืน ปางถวายเนตร ทิศตะวันตก ด้านซ้ายองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปบูชายืน ปางห้ามญาติ ทิศเหนือด้านหลังองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปบูชายืน ปางรำพึง

 ด้านหลังขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ทำเป็นซุ้มคูหามีบันไดขึ้น เพื่อเข้าไปด้านในพระมหา ธาตุเจดีย์

 พระมหาธาตุเจดีย์เจริญรุ่งเรือง สร้างขึ้นโดยความศรัทธาของ นายณฮิ้น และ นางยุพิน เฮงเส็ง เริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙ ใช้เวลากว่า ๓ ปี จึงแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ 

 ในการก่อสร้าง ได้ลงเสาเข็มแบบมาตรฐาน ใช้อิฐมอญดินเผาที่สั่งทำขึ้นพิเศษจำนวนกว่าล้านก้อน ใช้เงินในการ ก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวนหลายล้านบาท

 วัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา  และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ไว้ห้องด้านบนของพระเจดีย์

 ห้องถัดมา ได้อัญเชิญพระพุทธรูปบูชาขนาดใหญ่   พร้อมพระเครื่องหลายแสนองค์ และสิ่งสูงค่าศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จำนวนมาก

 สุดท้าย ห้องด้านล่างเป็นที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษให้ลูกหลานได้กราบไหว้บูชา เพื่อเป็นอนุสรณ์สาธุชนต้นตระกูลสืบพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนบนแผ่นดินไทย                 

 นายฮิ้น เฮงเส็ง เล่าให้ฟังว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบสะสมพระเครื่องและวัตถุโบราณมาตั้งแต่เด็กๆ ชีวิตประจำวันก็มักจะวนเวียนอยู่กับพระกับวัดเป็นส่วนใหญ่  เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๙๙ ได้รู้จักกับ พระอาจารย์อิ๋น อวยพร (กนฺตาจาโนภิกขุ) ซึ่งท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองขาว ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

 ในครั้งนั้น ทำให้ได้มีโอกาสสักการบูชา พระธาตุ เป็นครั้งแรก ซึ่งมีจำนวนอยู่หลายองค์
 พระอาจารย์อิ๋น เล่าให้ฟังว่า พระธาตุทั้งหมดนี้ได้ตกทอดกันมา และท่านเป็นผู้เก็บรักษาไว้ เดิมที่นั้นพระธาตุได้บรรจุไว้ในพระปรางค์ ครั้นต่อมาพระปรางค์ชำรุดหักพังลง  จึงได้พบพระธาตุบรรจุไว้ด้านใน

 นอกจากพบพระธาตุแล้ว ยังพบพระพุทธรูปหินเขียวแกะ ศิลปะอินเดียลังกานอก อีกองค์หนึ่ง ซึ่งตนก็เป็นผู้เก็บรักษาไว้เช่นกัน

 พระอาจารย์อิ๋น ได้กำชับกับไว้ว่า ถ้าที่ไหนมีการสร้างสถูป หรือพระเจดีย์ ก็ขอให้โยมฮิ้นนำพระธาตุทั้งหมดนี้อัญเชิญบรรจุเอาไว้ด้วย

 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นั้นมาก็ยังไม่สามารถหาที่เหมาะสมได้ จึงได้เก็บรักษาและสักการบูชาเรื่อยมา พร้อมทั้งอธิษฐานจิตว่า ให้ประสบความสำเร็จในชีวิต สมบูรณ์ พูนสุขด้วยลาภผล และหากมีเงินมีทองเมื่อไหร่ จะสร้างพระเจดีย์ที่สวยงามแล้วอัญเชิญพระธาตุทั้งหมดบรรจุไว้ในพระ เจดีย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทุกคนมีโอกาสได้สักการบูชา 

 "ปัจจุบันนี้ คำอธิษฐานของผมสัมฤทธิผลทุกประการ ผมและครอบครัวจึงพร้อมใจกันสร้างพระเจดีย์นี้ขึ้น โดยส่วนห้องด้านบนสุด ได้อัญเชิญพระธาตุทั้งหมดประดิษฐานไว้  ในห้องถัดมาได้อัญเชิญพระพุทธรูปบูชาขนาดใหญ่ พร้อมพระเครื่องและสิ่งสูงค่าศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จำนวนมาก ส่วนห้องด้านล่างสุดเป็นที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษ เพื่อให้ลูกหลานได้กราบไหว้บูชา และได้พร้อมใจกันขนานนามพระเจดีย์นี้ว่า 'พระมหาธาตุเจดีย์ เจริญรุ่งเรือง' ผมและครอบครัวมีความปรารถนาเป็นที่สุดให้ผู้ที่มาสักการบูชา ได้ทั้งบุญกุศลสูงสุด และเป็นสิริมงคลนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป” นายฮิ้น กล่าว

 ทางด้าน พระครูกาญจนาสุตาคม หรือ พระมหาสมพงษ์ พุทธฺสโร เจ้าอาวาสวัดวังขนาย บอกว่า "ตระกูล "เฮงเส็ง" กับ วัดวังขนาย มีความใกล้ชิด และมีความผูกกันมาช้านานแล้ว ตั้งแต่สมัย หลวงพ่อเสนาะ ยังอยู่ที่วัดต้นลำไย ในสมัยโน้น ภายหลังหลวงพ่อเสนาะได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดวังขนาย ก็ยิ่งมีความผูกพันกันมากขึ้น ทั้งนี้โยมฮิ้นได้สร้างกุฏิถวายวัดวังขนายขึ้น ๑ หลัง ต่อมาไม่นานก็ได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ไว้ในวัดวังขนายอีก ๑ องค์ และในช่วงที่ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดวังขนาย โยมฮิ้นได้มาปรารภว่า ได้รับมอบพระบรมสารีริกธาตุจากหลวงพ่ออิ๋นซึ่งเป็นพระภิกษุที่มีอายุ และอาวุโสที่สุดแห่งวัดหนองขาว   ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ โยมฮิ้นก็มาปรารภว่า  อยากจะบูรณะเจดีย์องค์เก่า และให้ช่วยออกแบบให้ จึงได้นำแบบมาจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) กรุงเทพฯ เมื่อนำมาให้โยมฮิ้นดูเป็นแบบแล้ว โยมฮิ้นก็พอใจพร้อม ทั้งให้ช่วยหาช่างมาก่อสร้าง โดยให้ นายช่างชุบ คงกระพันธ์ ซึ่งเป็นคน ต.วังขนาย หมู่ ๒ เป็นนายช่างก่อสร้าง โดยลงมือก่อสร้างเมื่อวันวิสาขบูชา พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา ไม่เคยหยุดเลย เมื่อสร้างแล้วเสร็จ ระหว่าง วันที่ ๘-๑๐ พฤษภาคม นี้ ทางวัดจัดให้มีงานสมโภช และ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม เวลา ๑๖.๐๐ น. จะประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระมหาธาตุเจดีย์ ในงานนี้ ตระกูล "เฮงเส็ง" ยังได้ทำหนังสือที่ระลึก ซึ่งเป็นหนังสือรวมภาพประวัติที่ชาวต่างชาติถ่ายไว้เมื่อก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ พิมพ์แจกฟรีผู้ไปร่วมงานด้วย

เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"