ไลฟ์สไตล์

เลื้อยเลาะเจาะถิ่นมังกร

เลื้อยเลาะเจาะถิ่นมังกร

07 พ.ค. 2552

การเดินทางแต่ละทริปไม่ว่าระยะทางจะใกล้ ไกล ในบ้านหรือต่างเมือง ยังคงสร้างความตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นให้ฉันได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

 ดูอย่างเมื่อครั้งที่ไปเยือนถิ่นมังกรกับ "ไชน่าฮอลิเดย์" ในคราวก่อนโน่นสิ เพราะใช่ว่าจะได้ตะลุยแค่บริเวณหัวมังกรอย่าง "นครปักกิ่ง" ซะเมื่อไหร่ ฉันยังมีโอกาสได้เลื้อยเลาะไปลอดท้องมังกรที่ "เกาะฮ่องกง" แผ่นดินซึ่งทุกชีวิตผูกติดกับศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างเหนียวแน่น ก่อนจะตวัดไปที่ส่วนหางอย่าง "เมืองเสิ่นเจิ้น" ด้วยการเดินทอดน่องท่อง "โอซีที เอิร์ท รีสอร์ท" ศูนย์บันเทิงครบวงจรแห่งใหม่และใหญ่สุดของจีน ซึ่งใครบางคนแอบกระซิบว่า นี่แหละเมืองต้นแบบในฝันของอดีตท่านนายกฯ ของไทย

 “ผู้ที่จะมาเที่ยวเมืองจีน ต้องฟิตร่างกายให้พร้อม เพราะที่นี่เป็นเมืองใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวก็มีแต่ใหญ่ๆ”...เสียงบอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจติดจะโอ่อยู่เล็กๆ ของ “อาต้า” มัคคุเทศก์หนุ่มร่างสันทัด ในความรู้สึกของฉัน ดังรอดผ่านเยื้อบุหูซ้ายทะลุออกหูขวา โดยที่ฉันไม่รู้สึกยินดียินร้าย เพราะมัวแต่ลำพองใจว่าตัวเองก็หนึ่งในตองอู ผ่านสมรภูมิท่องเที่ยวมาพอสมควรถึงจะไม่เข้าขั้นว่าโชกโชนก็ตามเถอะ ทั้งขึ้นเขาเดินป่า ข้ามห้วย กะอีแค่ทัวร์ในเมืองจะสักเท่าไหร่กันเชียว!!

 จนเมื่อสองเท้าจรดย่างก้าวเข้าสู่ "สนามบินนานาชาติปักกิ่ง" ความอลังการงานสร้างตามแบบฉบับของชาวจีนที่ว่า "เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ใช่เลย"  ด้วยความใหญ่สนามบินแห่งนี้ไม่มากไม่น้อย เพียงแค่หลังจากเสร็จขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ทุกๆ คนต้องนั่งรถไฟเพื่อไปรับกระเป๋าอีกอาคารก็เท่านั้น
ดูๆ ไปจากโครงสร้างหน้าตาสนามบินแห่งนี้ออกจะละม้ายคล้ายๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิบ้านเราเอาการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งโล่งสว่าง ทั้งความกว้างใหญ่ไพศาลของเราก็ไม่เป็นรอง จะมีข้อต่างก็เพียงเรื่องเดียวนั่นคือ ระยะเวลาในการก่อสร้างน่ะสิ แต่ว่าอย่างว่าแหละก็น้องไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเฉกเช่นพี่ใหญ่จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างโดยใช้เวลาแค่ 3 ปีเท่าของเขานี่นะ!!

 การเดินท่องยุทธภพชมประวัติศาสตร์ชาติจีนประเดิมที่ “หอบูชาเทียนถาน” แบบไม่หักโหมมากนัก ซึ่งไกด์หนุ่มเลือดมังกรเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า หอแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1420 อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับพระราชวังต้องห้าม มีความสูง 38 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 30 เมตร และความสำคัญของที่นี่ในอดีตก็คือ เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินของจักรพรรดิในสมัยโบราณ เพื่อคุ้มครองเหล่าปวงประชาชนชาวจีน ให้มีความสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ธัญญาหาร

 ถัดจากนั้นมาก็เป็น “จัตุรัสเทียนอันเหมิน” ลานโล่งกว้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนยุคใหม่ "อาต้า" หนุ่มขาสั้นแต่เดินเร็วชะมัด เล่าพลางนับจำนวนลูกทัวร์ไปพลางๆ ว่า ที่นี่จะใช้สำหรับจัดงานพิธีเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ แต่ในวันธรรมดาจัตุรัสแห่งนี้ไม่เคยร้างลาจากผู้คน แค่เฉพาะนักท่องเที่ยวเจ้าถิ่นยังไม่ต้องนับรวมต่างชาติผู้ไปเยือนในแต่วันละว่าน่าจะถึงหลักหมื่นปลายๆ

 จากลานประวัติศาสตร์ฉันไม่อาจจะเดินถอดน่องปล่อยอารมณ์โรมานซ์ท่ามกลางอากาศไม่ถึง10 องศาเซลเซียสได้อย่างใจหมาย นั่นเป็นเพราะตลอดเส้นทางทอดยาวสู่ “พระราชวังกู้กงหรือพระราชวังต้องห้าม”  ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 700,000 ตารางเมตร นั้น คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล จึงต้องรีบสลับขาซ้ายขวาจ้ำพรวดจ้ำพรวด ตามพรรคพวกให้ทัน มิฉะนั้นจะเกิดเหตุการณ์การพลัดหลงเอาได้อย่างง่ายดาย

 ฉันชักเริ่มไม่ค่อยมั่นใจว่าไกด์เลือดมังกรกำลังทดสอบความฟิตของนักเที่ยวชาวไทย หรือเพียงแค่ต้องการจะให้ลูกทัวร์ได้ดื่มด่ำกับความรุ่งเรืองเมื่อครั้งในอดีตของบรรพชนของตัวเองกันแน่  เพราะแต่ละโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น กำแพงเมืองจีน หรือ สนามกีฬารังนก ล้วนตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของผู้ซึ่งกำลังได้ชื่อว่าเป็นผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจโลกอยู่ในขณะนี้ทั้งสิ้น และที่สำคัญแต่ละแห่งนั้นต้องออกกำลังเดินเท้าเข้าชมล้วนๆ

 ใช่ว่าในดินแดนหัวมังกร จะมีจุดขายเพียงอันใหญ่โตโอฬารของประติมากรรมล้ำสมัยเท่านั้น หากยังพอมีเรี่ยวแรงหลงเหลือจากการเดิน...เดิน และเดินจากเวลากลางวัน ในยามพลบค่ำที่ "เดอะ เพลส" หรือ ซื่อ เม่า เทียน เจีย ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่สุดในเอเชีย ก็มีอภิมหาเพดานจอแอลซีดีขนาดความกว้างถึง 6,000 ตารางเมตร เป็นแม่เหล็กดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความแปลกใหม่แบบหญ่าย..หญ่าย..ให้ไปจับกลุ่มยืนแหงนคอชมอีกด้วย

 วันนี้แม้ว่าถิ่นมังกรจะพัฒนารุดหน้าไปจนถึงขั้นส่งยานอวกาศไปนอกโลกแล้วก็ตาม แต่หากถามถึงเรื่องวัฒนธรรมการถ่มถุยเสมหะในพื้นที่สาธารณะ และสภาพห้องน้ำห้องท่า ก็ยังคงบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของผู้คนในถิ่นแถบนี้อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นหากผู้ที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ชั่วชีวิตหนึ่งจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งก็พึงระลึกเอาไว้เสมอว่า...ต้องทำใจ

 เรื่องราวในถิ่นมังกรยังมีอีกมากมาย เอาไว้ฉบับหน้าจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า ณ ที่ส่วนท้องและหางมังกรยังมีสิ่งที่น่าตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นอีกเยอะ...