
อาบสายหมอกหิมาลัยที่ภูทับเบิก
ชวนเที่ยว : อาบสายหมอกหิมาลัยที่ภูทับเบิก
หลังจากลุยงานมาทั้งปี เหนื่อยล้ากับน้องน้ำมาหลายเดือน ช่วงวันหยุดยาววันพ่อนี้น่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้ชาร์จแบตให้ชีวิตบ้างแล้ว ผมวางแผนเที่ยวกับครอบครัวใหญ่ของผมในช่วงนี้ทุกปี เดิมทีอยากเที่ยวงานพืชสวนโลกแต่งานก็เลื่อนไปก่อน เลยวางแผนไปแอ่วดอยที่เชียงรายสัก 4 วัน 3 คืนแทน แต่พอถึงเวลาเดินทางจริงๆ ก็มีเหตุที่ทำให้สมาชิกไม่ครบจนได้ ครั้นจะยกเลิกทริปทั้งหมดก็สงสารสมาชิกตัวน้อยๆ ที่อุตส่าห์เตรียมตัวเที่ยวกันมาเป็นเดือน ผมเลยลดเวลาเหลือแค่ 2 วัน 1 คืนแทน แพลนที่วางไว้ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ผมคิดถึงสถานที่ที่ไม่ไกลมากนัก เพื่อร่นระยะเวลาเดินทางให้น้อยที่สุด ที่ไหนดีล่ะ?
มีหลายสถานที่ผุดเข้ามาในความคิด ด้วยเวลาที่จำกัดผมจึงตัดสินใจไป "ภูทับเบิก" แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเพชรบูรณ์ แต่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภูทับเบิกเลย ดูจากแผนที่คร่าวๆ แล้วผมจึงไปเริ่มต้นที่เขาค้อ...
ตามรอยประวัติศาสตร์เขาค้อ-ภูหินร่องกล้า
ออกเดินทางกลางดึกเพื่อที่จะไปเช้าที่เขาค้อพอดี ถึงเขาค้อแต่เช้าตรู่ แวะเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ระหว่างคอมมิวนิสต์กับทหารไทย ให้ลูก และหลานๆ ได้เรียนรู้ความเป็นมากัน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถาน ฯลฯ
อากาศที่เขาค้อยามเช้าเย็นสบาย สดชื่น สมกับสโลแกน “พักเขาค้อหนึ่งคืนอายุยืนหนึ่งปี” พอได้เจออากาศแบบนี้ ลูกทัวร์ดูกระปรี้กระเปร่าลืมความผิดหวังที่ไม่ได้ไปสัมผัสความหนาวบนดอยเชียงรายได้บ้าง
อย่างที่บอกผมมาที่นี่แบบไม่ได้ตั้งหลัก ไม่รู้แม้กระทั่งว่าภูทับเบิกอยู่ส่วนไหนของเพชรบูรณ์ รู้จักแต่เขาค้อเท่านั้น แต่นั่นมัน 20 ปีแล้วที่ผมได้มาเยือนเขาค้อ ครั้งนี้เลยต้องอาศัยดูแผนที่ท่องเที่ยวเอาแถวเขาค้อนี่แหละ ผมเลือกเดินทางผ่านเขาค้อ มุ่งหน้าภูทับเบิก โดยขึ้นทาง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อที่จะได้แวะเที่ยวภูหินร่องกล้า ระหว่างทางแวะซื้อสับปะรดแล้วแอบถามแม่ค้าว่าภูทับเบิกไปไกลไหม แม่ค้าบอกไม่รู้จัก เล่นเอาใจแป้ว มาถูกทางหรือเปล่าหนอ?
ภูหินร่องกล้า ยังมีมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์ ร่องรอยการต่อสู้ยังมีให้เห็นอยู่ไม่จางหาย ระหว่างที่แวะเที่ยวชมลานหินแตก โรงเรียนการเมืองการทหาร ฯลฯ ผมเล่าให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงการต่อสู้ทางการเมืองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เสียดายที่ไม่ได้แวะอีกหลายที่ด้วยความที่กลัวว่าจะไปถึงภูทับเบิกเย็นมากไป แต่ที่ไหนได้ภูทับเบิกห่างภูหินร่องกล้าแค่ 25 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ผมไปถึงภูทับเบิกแค่บ่ายสองโมงเท่านั้น
ภูทับเบิก - สูดอากาศให้เต็มปอด
ภาพแรกที่มองเห็นภูทับเบิก ภูเขาที่เต็มไปด้วยไร่กะหล่ำของชาวม้ง มองไปเบื้องหน้าจะเห็นวิวเบื้องล่างของจังหวัดเพชรบูรณ์สุดสายตา ผมเลือกกางเต็นท์กลางไร่กะหล่ำที่ชาวม้งเก็บผลผลิตไปแล้ว และเปิดให้กางเต็นท์ คิดค่ากางเต็นท์คนละ 40 บาท มีให้เลือกหลายที่ครับ บางที่กางมันกลางดงกะหล่ำนั่นเลย เรียกว่าตื่นมาลืมตาก็เจอกะหล่ำก่อนเลย
วันที่ผมไปเป็นช่วงวันหยุดยาว ภูทับเบิกจึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเยอะพอสมควร ผมถามเจ้าของไร่กะหล่ำว่าคนเยอะแบบนี้ทุกวันหรือเปล่า ลุงม้งบอกผมว่าถ้าเยอะแบบนี้ทุกวันคงไม่ปลูกกะหล่ำขายแน่ (ผมคิดในใจถ้าไม่มีกะหล่ำภูทับเบิกคงไม่มีจุดขายแน่) ลุงม้งบอกว่าคนจะเยอะเฉพาะช่วงวันหยุด หลังจากปีใหม่แล้วผืนดินที่ผมพักจะถูกไถปลูกกะหล่ำอีกครั้ง
หลังกางเต็นท์เสร็จผมออกเดินชมธรรมชาติบนภู มีเด็กชาวม้งแต่งตัวพื้นบ้านออกมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหาค่าขนม มีร้านรวงขายของเยอะแยะ ส่วนมากก็จะเป็นสินค้าการเกษตรพื้นเมือง กะหล่ำ แครอท ฯลฯ
สายลมแห่งหิมาลัย
ที่นี่พอเย็นลงหน่อยอากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวแทบไม่ทัน สายลมหนาวทำเอาหลายคนหนาวสั่น อุณหภูมิประมาณ 10 กว่าองศา กลางดึกจะมีน้ำค้างลงจนมีหยดน้ำเกาะพราวเต็มหลังคาเต็นท์ และหยดลงมาจนแฉะพื้นดิน
หลานสาวผมถามว่า "น้าๆ สายลมหนาวนี่มาจากไหน?"
ผมอำหลานไปว่า “มันคงมาตามแม่น้ำโขงมั้ง”
อากาศกลางดึกหนาวเย็นต่ำกว่า 10 องศา ผมขดตัวในถุงนอน นอนฟังเสียงน้ำค้างหยดลงผ้าพลาสติกปูพื้นหน้าเต็นท์เพลินดี รอเวลารุ่งสางเพื่อจะได้จิบกาแฟยามเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น
วันนี้ผมตื่นตั้งแต่ตี 5 เป็นการตื่นเช้าที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ ผมตื่นมาสัมผัสไอหนาวยามเช้า จุดเตาต้มน้ำชงกาแฟรอดูพระอาทิตย์ ช่างเป็นสิ่งที่คนเมืองอย่างผมโหยหาเสียเหลือเกิน
อากาศยามเช้าที่นี่สดชื่นมาก ขอบฟ้าเริ่มมีสีแดงของพระอาทิตย์ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ แต่ว่าวันนี้มีเมฆมาบดบังแสงของดวงอาทิตย์ ทำให้เราไม่ได้ดูดวงอาทิตย์กลมๆ แดงๆ ชัดเจนเท่าไร ทำเอาผิดหวังเล็กๆ
แต่ทันใดนั้น...สายหมอกขาวโพลนเคลื่อนตัวมาปกคลุมยอดเขาอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่นาทีทั่วบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยหมอก จนมองแทบไม่เห็นอะไร
ผิวกายรับรู้ถึงสายหมอกที่พัดผ่านตัวเราไปอย่างช้าๆ เย็นยะเยือก หนาวเหน็บ ผมไม่รู้บรรยายเป็นตัวหนังสือได้อย่างไร แต่รู้ว่ามันสุขใจเหลือเกิน ผมนั่งให้สายหมอกไหลเอื่อยผ่านร่างกายอยู่อย่างนั้นนานเป็นชั่วโมง กว่าหมอกจะสลายหายไปหมดก็เกือบจะ 9 โมงเช้าเข้าไปแล้ว
...
หลานๆ มาตัดพ้อว่า "น้าโกหกหนู ลมหนาวไม่ได้มาตามแม่น้ำโขงเสียหน่อย" พร้อมโชว์หลักฐานรูปป้ายบอกที่มาของสายลมหลาวที่ภูทับเบิก
ในป้ายบอกว่าสายลมหนาวนี้เคลื่อนตัวมาจากเทือกเขาหิมาลัยโน่น
โอโห...มันมาไกลจัง
ผมหัวเราะเขินๆ ด้วยความสงสัย มันมาไกลขนาดนั้นได้อย่างไร
แต่ช่างเถอะขอให้มันพัดมาชโลมใจ เติมไฟให้เราตลอดไปเท่านั้นก็พอ
...
ทริปนี้ทำให้ผมรู้ว่าอากาศหนาวบนยอดดอยไม่ได้มีแค่ที่เมืองเหนือเท่านั้น หากว่าใครที่ต้องการซึมซับบรรยากาศแบบบนดอยเมืองเหนือ แต่มีเวลาน้อย ผมแนะนำว่าภูทับเบิกมีบรรยากาศไม่แพ้เลยทีเดียว ที่นี่มีขุนเขาสูงเสียดฟ้า มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี มีคนดอยที่มีชีวิตที่มีสีสันให้เราเยี่ยมชม ที่นี่ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่ามากมาย ผมแนะนำให้ท่านที่จะไปเที่ยวขึ้นทางอำเภอนครไทย เพราะทางไม่ชันมากนักขับรถง่ายกว่า และได้แวะเที่ยวภูหินร่องกล้าด้วยครับ ส่วนขากลับให้ลงทางอำเภอหล่มสัก เส้นทางคดเคี้ยวตามภูเขาสูง วิวสวยดีดูแล้วคล้ายๆ ทางแถวแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว
................................
เที่ยวงานประจำปี ประเพณีปีใหม่ม้ง 2555 ณ บ้านทับเบิก 9 วัน 9 คืน เริ่มแล้ว 25 ธันวาคมนี้-2 มกราคม 2555 ใครจะเดินทางไปเที่ยวภูทับเบิก ในระหว่างนี้ อย่าพลาดแวะชมประเพณีปีใหม่ม้ง มี 2 หมู่บ้านคือ บ้านดอยน้ำเพียงดิน และบ้านทับเบิก กำหนดการจัดงานเหมือนกันทั้ง 2 หมู่บ้าน ถ้าเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2331 ฝั่งอำเภอหล่มเก่า จะผ่านบ้านดอยน้ำเพียงดิน ก่อนถึงภูทับเบิก ประมาณ 6 กิโลเมตร สถานที่จัดงานจะเห็นได้อย่างเด่นชัดอยู่ตรงกลางหมู่บ้าน จะมีหนุ่มสาว เด็กๆ ใส่ชุดประจำเผ่ามาละเล่นปีใหม่กัน ส่วนบ้านทับเบิก ก็จะอยู่เลยภูทับเบิกไปอีก
..........................................................
(ชวนเที่ยว : อาบสายหมอกหิมาลัยที่ภูทับเบิก)



