
สวยทันใจ รับเทศกาลแห่งความสุข
ลมหนาวมาเยือน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจดูแลความสวยความงามให้แก่ตัวเองมากขึ้น แต่งานประจำที่ทำอยู่ ก็มักจะยุ่งจนไม่มีเวลาทำอะไร ผลิตภัณฑ์ที่ใช้มานานเป็นปีๆ ก็ช่วยไม่ทัน ทำให้ขาดความมั่นใจ มีวิธีไหนที่ทำให้สวยทันใจสำหรับหน้าหนาวนี้ ลดรอยย่นได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร
ทั้งสองวิธีนี้ยังไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ผลการรักษาอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน ด้วยเทคนิคการฉีด ปัจจุบันสามารถฉีดเพื่อลดรอยย่นของผิวหนัง เช่น ลดรอยย่นที่หว่างคิ้ว ลดรอยขวางๆ ที่หน้าผาก รอยตีนกา ปรับแนวคิ้วให้ได้รูปทรง ลดรอยย่นเวลาย่นจมูก ลดปีกจมูก แก้ไขมุมปากที่ตกให้ยกขึ้น ลดอาการหย่อนคล้อยของแก้มและคาง ปรับแต่งรูปหน้าอื่นๆ การฉีดโบท็อกซ์ในปัจจุบัน สามารถใช้ฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดได้หลากหลาย ไม่เฉพาะแต่หน้าหนาว คนที่อยากสวย ไม่อยากเหี่ยวย่น ก็ทำได้ในเวลาอากาศทั่วไป
Botox หรือโบท็อกซ์ เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดเอ (Botulinum toxin type A) จากอเมริกา ซึ่งเป็นสารโปรตีนที่สร้างจากแบคทีเรีย (Clostridium botulinum) มีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว และสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม
ในทางด้านการแพทย์ เริ่มใช้โบทูลินัม ท็อกซิน มาตั้งแต่ปี 1980 โดยใช้รักษาอาการหนังตากระตุก ตาเหล่ และปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ซึ่งต่อมาพบว่า สามารถช่วยแก้ไขปัญหารอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาร่วมด้วย จึงได้มีการใช้โบทูลินัม ท็อกซิน เข้ามาแก้ไขปัญหาด้านความงามตั้งแต่ปี 1997 โบทูลินัม ท็อกซิน ได้รับการรับรองว่า มีความปลอดภัยทางการแพทย์ โดยผ่านการรับรองทั้งจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย แต่หากได้รับในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ดังนั้น การใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน ควรอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ฟิลเลอร์ ใช้เรียกสารหลายชนิดที่นำมาฉีดเพื่อ “เติมเต็ม“ หรือ “แก้ไข“ ปัญหาผิว เช่น แผลเป็นหลุมสิว ร่องลึกบริเวณแก้ม ร่องบริเวณมุมปาก แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องใต้ตา และยังสามารถใช้เสริมเติมให้โครงร่างของใบหน้าได้รูปอิ่มขึ้นตามที่ฟิลเลอร์ชนิดแรกๆ ที่มีการนำมาใช้กันในอดีต ได้แก่ ซิลิโคนเหลว ซึ่งเป็นสารที่มีความคงตัวสูง หลังฉีดจะเห็นผลอยู่ได้นานนับสิบๆ ปี แต่เนื่องจากพบว่า อาจทำให้เกิดการแพ้ หรือมีการไหลย้อยได้ ปัจจุบันจึงถือเป็นสารที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช้กันในวงการแพทย์
ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกนิยมใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในผิวหนังของมนุษย์ มาใช้เป็นสารเติมเต็ม สาร Hyaluronic Acid นี้ได้มาโดยสังเคราะห์ขึ้น สามารถสลายไปได้ด้วยกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูงมาก และอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน
นอกจากสาร Hyaluronic Acid นี้ ยังมีฟิลเลอร์ Fillers จากสารชนิดอื่นๆ มีผู้ใช้กันบ้างโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป คือสารจำพวก polymer ซึ่งมีทั้งที่เป็น polymer ล้วนๆ และที่ผสมกับ collagen หรือ hyaluronic acid ฟิลเลอร์กลุ่มนี้มีระยะคงตัวอยู่ในผิวได้นานเป็นปี แต่ยังพบว่ามีปัญหาเรื่องการแพ้ หรือเกิดเป็นก้อนแข็งได้ เพื่อความปลอดภัย หมอจึงยังแนะนำฟิลเลอร์แค่เฉพาะกลุ่ม hyaluronic acid ซึ่งผ่านการรับรองจาก อย.แล้วเท่านั้น
ปัจจุบันยังได้มีการฉีดฟิลเลอร์เทคนิคใหม่ ซึ่งมีใช้แล้วในยุโรปและอเมริกา เป็นการใช้เครื่องมือช่วยในการควบคุมประสิทธิภาพของการฉีด เรียกว่า Filler INJECTION PEN เพราะโดยปกติสาร Hyaluronic Acid (HA) นั้นจะมีความหนืดมาก ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงสามารถฉีดได้ในปริมาณที่เหมาะสม การใช้เครื่องมือช่วยฉีด จึงดีกว่าทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเที่ยงตรง
ทั้งโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ สามารถช่วยปรับแต่งแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดบนใบหน้าได้หลากหลายในการรักษาเพียงครั้งเดียว สำหรับโบท็อกซ์มีเพียงไม่ควรนอนราบ หรือนวดใบบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพราะจะทำให้โบท็อกซ์กระจายออกนอกตำแหน่งที่ฉีดไปที่อื่น และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ร้อน เช่น การซาวน่า การรักษาด้วยความร้อน เช่น RF และแนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการแดงเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นในวันแรก สามารถหลีกเลี่ยงการฟกช้ำภายหลังฉีดได้ด้วยการปฏิบัติดังนี้
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่วงหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง
- งดกินยาแอสไพรินประมาณ 1 สัปดาห์ และวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินอี น้ำมันตับปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน เพราะสารเหล่านี้จะทำให้เกิดการฟกช้ำได้ง่าย เนื่องจากไปทำให้ให้เลือดไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวช้า
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
โทร. 0-2910-1600



