ไลฟ์สไตล์

มองผ่านเลนส์คม - เปลี่ยนแปลงและเป็นไป

มองผ่านเลนส์คม - เปลี่ยนแปลงและเป็นไป

07 พ.ค. 2552

นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและนักสิ่งแวดล้อมทั่วโลก กำลังเป็นห่วงหมู่เกาะมัลดีฟส์ หรือสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นหมู่เกาะปะการังแสนงาม ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียและศรีลังกา

  เหตุเพราะหมู่เกาะมัลดีฟส์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 1,192 เกาะ แต่มีประชากรอาศัยอยู่ได้แค่ 250 เกาะ และในจำนวนนั้นยังพัฒนาเป็นรีสอร์ทกับโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว (โดยผู้ลงทุนจากต่างชาติ) อีกกว่า 70 เกาะ จะจมทะเลภายใน ค.ศ.2550 หรือ พ.ศ.2593 หรืออีก 41 ปีข้างหน้า

 เวลานี้หมู่เกาะมัลดีฟส์อยู่ในระดับความสูงเหนือน้ำทะเลเพียง 3 ฟุตเท่านั้น
 แผนยื้อชีวิตแผ่นดินจากทะเลด้วยการสร้างแนวป้องกันชายฝั่ง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับนานาชาติหลายฝ่ายกับรัฐบาลมัลดีฟส์ในทศวรรษที่แล้ว ด้วยงบประมาณกว่า 63 ล้านเหรียญสหรัฐ ดูท่าจะรับมือไม่อยู่

 ความวิตกกังวลเรื่องหมู่เกาะมัลดีฟส์จะจมทะเลมีมานานแล้ว แต่ได้รับการตอกย้ำถี่ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะจากวงการท่องเที่ยวและแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ

 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไปเยือนมัลดีฟส์ ปีละกว่า 6 แสนคน ถ้ามัลดีฟส์หายไปจากแผนที่ ธุรกิจนี้ก็ต้องปรับโฉมหน้าในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศยิ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะรัฐบาลมัลดีฟส์ต้องเจรจากับประเทศใกล้เคียง อาทิ ศรีลังกา ออสเตรเลีย หรืออินเดีย ถึงความเป็นไปได้ที่จะอพยพพลเมืองกว่า 3.86 แสนคนไปอยู่ด้วย

 น่าคิดว่า อารมณ์จากข่าวสารเกี่ยวกับมัลดีฟส์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกตื่นตระหนก อาจเป็นเรื่องราวจากฝ่ายธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าฝ่ายอื่น

 คนมีเงินที่สามารถจ่ายเงินซื้อความสุข บ่นเสียดายว่าต่อไปจะไม่ได้เที่ยวหมู่เกาะที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโลกอีกแล้ว

 คนทำธุรกิจท่องเที่ยวถอนใจกับปริมาณเม็ดเงินที่จะต้องสูญเสีย
 กี่คนกันหรือคำนึงถึงความสูญเสียและความสะเทือนใจของพลเมืองมัลดีฟส์ในมุมมองของพวกเขา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง

 ในความเปลี่ยนแปลงเดียวกัน มีหลายมุมเมื่อพิจารณาจากต่างสภาพแวดล้อมและต่างประสบการณ์ แต่คนมีเงินและมีสถานะทางสังคมที่ชอบอวดอ้างว่าเป็นคนดีกว่าและฉลาดกว่า มักห่วงแต่โลกแคบของตนจนมองไม่เห็นความจริงทั้งหมดอย่างที่อ้าง

"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"