ไลฟ์สไตล์

จิตอาสา

จิตอาสา

22 ธ.ค. 2554

หัวใจไทย : จิตอาสา

             “จิตอาสา” ไม่ใช่คำใหม่แต่ถูกนำมาใช้กันมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงวิกฤติน้ำท่วมใหญ่มาหมาดๆ เกิดเป็นวัฒนธรรมของคนที่มีจิตใจอาสาทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่คิดถึงตัวเอง เสียสละแรงกาย แรงใจ เวลาตามกำลังของตนเพื่อสาธารณะ นับเป็นสิ่งที่ดีงามทำให้คนไทยกลับมาเห็นใจกันเข้าใจกันมากขึ้น และมีความร่วมมือกันมากขึ้น

              สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายอย่างมูลนิธิโกมลคีมทอง กลุ่มมะขามป้อม มูลนิธิสื่อชาวบ้าน ศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค) จัดกิจกรรมให้น้องๆ เยาวชนได้เรียนรู้ความสุขที่ไม่ต้องพึ่งวัตถุ รู้จักช่วยเหลือสังคม ดังเช่น "น้องอู๋" อรรถพล รอดสันเทียะ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้เรียนรู้คำว่า “จิตอาสา” ผ่านการทำละครชุมชน เรียนรู้ปัญหาของชุมชน ยอมรับความเป็นตัวเอง ไม่ปฏิเสธความเลวร้ายของมนุษย์ ว่ามีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งละครไม่สามารถเปลี่ยนคนดูได้ แต่สามารถกระตุ้นความคิดของเขาได้ เช่น ยามน้ำท่วมเราต้องหันมาดูแลสิ่งแวดล้อม รู้จักการอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อเขาดูซ้ำๆ ก็น่าจะทำให้คิดได้

              “ช่วงน้ำท่วมเราได้พากลุ่มไปทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น การปั้นอีเอ็มบอล การทำกิจกรรมละครให้น้องที่มาอยู่ในศูนย์อพยพได้เรียนรู้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราได้มาจากการฝึกโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ให้รู้จักทักษะ กล้าแสดงออก กล้าที่จะช่วยเหลือผู้อื่น”

              ขณะที่ ธนภัทร แสงหิรัญ หรือน้องตั้ม บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ในฐานะผู้ประสานงานศูนย์คนรุ่นใหม่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โครงการค่ายอาสาพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพ มูลนิธิโกมลคีมทอง เล่าว่า ตอนนี้มาทำกิจกรรมช่วยน้ำท่วมอยู่ โดยคิดโครงการที่จะทำให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่นยืนเมื่อยามมีภัย ซึ่งจะมีการถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อนำมาถ่ายทอดให้แก่ชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้ การที่ตนได้เข้าร่วมโครงการและมาทำงานกับกับมูลนิธิทำให้ได้เรียนรู้ตัวเอง ได้พัฒนาระบบการทำงานความคิด กระบวนการทำงาน การบังคับจิตใจ เข้าใจปัญหา เหตุผล อารมณ์ มาใช้กับตัวเรา โดยเหตุการณ์พวกนี้ไม่มีสอนในห้องเรียน ยิ่งการพัฒนาตนเองรู้ว่า การเป็นผู้ให้มีความสุขมากกว่าการเป็นผู้รับเป็นเช่นไร

--------------------------------

(หัวใจไทย : จิตอาสา)