
สธ.เฝ้าระวังป่วย"หวัด 2009"อีก3คน
จับตาสาวใหญ่เยอรมันบินเข้าไทยไข้สูง 39 องศาเซลเซียส ส่วน 14 ครู-นร.มาจากเม็กซิโกกลับบ้านแล้ว รมว.สธ.เผยหวัดร้ายชะลอการระบาด แต่ไม่ประมาทคุมเข้มทุกด้าน เล็งสต็อกยาต้านไวรัสที่สถานทูตไทยทั่วโลก พบแม่ชีเกาหลีติดจากคนสู่คนรายแรกในเอเชีย ยอดป่วยทั่วโลกเฉียด 1,
สถานการณ์เฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับทีมนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญโรคไข้หวัดใหญ่
นายวิทยา กล่าวว่า หลังจากครูและนักเรียนไทย 14 คน เดินทางมาจากเม็กซิโก และสมัครใจเข้ามาอยู่ในความดูแลของสถาบันบำราศนราดูรเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยันชัดเจนว่า ไม่พบเชื้อไข้หวัด 2009 โดยในจำนวนนี้มีเพียง 1 คน ที่ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาทั่วไป ขณะนี้ทั้งหมดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งได้เริ่มทยอยออกจากสถาบันบำราศนราดูรตั้งแต่เวลา 10.00 น. อย่างไรก็ตาม กระทรวงแนะนำให้ทั้ง 14 คน ดูแลตัวเองอีก 7 วัน เช่น เช็กอุณหภูมิร่างกาย ไม่คลุกคลีกับญาติอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงไปในที่ชุมชนหนาแน่น และติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีหากมีอาการผิดปกติหรือมีไข้
"ขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่ยังคงมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทุกสนามบินที่มีการเดินทางเข้า-ออก กรณีที่มีประวัติการเดินทางผ่านประเทศที่มีการแพร่ระบาด หากผ่านการตรวจสอบที่สนามบินแล้วไม่มีอาการไข้ ให้กลับไปพักที่บ้านได้ ขอความร่วมมืออยู่ในบ้าน 7 วัน" นายวิทยา กล่าว
สต็อกยาต้านไวรัสไว้สถานทูต
รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า กระทรวงมีนโยบายกำหนดยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษเนื่องจากต้องติดตามการดื้อยาและอาการอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีผลต่อระบบจิตประสาททำให้เกิดภาพหลอนได้ ดังนั้นจึงให้ใช้เฉพาะในสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน และแพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยา การใช้ยาดังกล่าวโรงพยาบาลต้องมีใบสั่งแพทย์ ดูแลควบคุมการใช้ยาอย่างเข้มงวดตามแนวทางของกระทรวง พร้อมทั้งรายงานการใช้ยาต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อป้องกันการใช้ไม่ถูกต้องและการดื้อยา
ส่วนการกระจายยาโอเซลทามิเวียร์ นอกจากให้โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศแล้ว จะส่งไปให้โรงพยาบาลเอกชน สถานทูตทุกแห่งในประเทศไทยที่มีแพทย์ประจำ รวมทั้งเตรียมส่งยาไปให้สถานทูตไทยทั่วโลกสำรองไว้ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดของโรค
ย้ำไม่ประมาทพร้อมรับระลอก 2
นายวิทยา กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกว่า การแพร่ระบาดในคลื่นลูกแรกเริ่มมีการชะลอตัวลงแล้ว จำนวนผู้ป่วยเริ่มชะลอตัวลง จำนวนผู้เสียชีวิตก็หยุดนิ่งแล้ว แต่ในส่วนของประเทศไทยยังต้องเตรียมความพร้อมและคงมาตรการในการป้องกันและควบคุมไว้ เนื่องจากมีสัญญาณเตือนถึงการระบาดที่อาจเกิดขึ้นในคลื่นลูกที่ 2 และอาจแรงกว่าคลื่นลูกแรก ดังนั้นกระทรวงจึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมด
ถกสร้าง รง.วัคซีนเวทีอาเซียน
ส่วนการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ในวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ในวันแรก (7 พ.ค.) นอกจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและควบคุมโรคแล้ว จะมีการประชุมผ่านทางไกลของผู้บริหารในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด องค์การอนามัยโลก หรือ ฮู และธนาคารโลก ซึ่งจะนำผลสรุปที่ได้จัดทำเป็นข้อเสนอในการหารือระดับรัฐมนตรีสาธารณสุขในการประชุมวันที่สอง (8 พ.ค.)
"ที่ประชุมจะมีการจัดทำข้อตกลงและลงนามร่วมกัน สำหรับสาระสำคัญของเนื้อหาการประชุมที่ทางไทยจะนำเสนอนั้น เนื่องจากประเทศไทยอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานวัคซีน จำเป็นต้องได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี จึงจะมีการขอความร่วมมือในเรื่องนี้ รวมทั้งการหารือแลกเปลี่ยนด้านความก้าวหน้าการแพทย์และการสาธารณสุข" นพ.ปราชญ์ กล่าว
สาวใหญ่เยอรมันไข้สูง 39 องศา
ด้าน นพ.ไพจิตร์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ในประเทศไทยขณะนี้มีผู้ป่วยที่เข้าข่ายเฝ้าระวังสะสม 17 คน ตัดออกจากบัญชีการเฝ้าระวังแล้ว 14 คน ซึ่งทั้งหมดไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ส่วนผู้ที่ต้องเฝ้าระวังอีก 3 คน คือ 1.หญิงชาวเยอรมัน อายุ 52 ปี ซึ่งเดินทางมากับสามี ตรวจวัดอุณหภูมิได้ 39 องศาเซลเซียส ส่งเข้าพักและสังเกตอาการที่โรงพยาบาลราชวิถีเช้าวันนี้ (5 พ.ค.) 2.ชายไทย อายุ 34 ปี เป็นชาว จ.อุบลราชธานี ทำงานรับจ้างอยู่ในเกาหลีใต้ 3 ปี เดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ามีอาการเป็นไข้ เจ็บคอ เข้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และ 3.ชายไทย อายุ 60 ปี ป่วยเป็นไข้หวัดหลังจากท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ โดยเดินทางไปยังประเทศอียิปต์ เบลเยียม อิตาลี และกลับถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ขณะที่เข้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์
ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเฉียด 1,300 คน
สำหรับยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากทั่วโลกในขณะนี้พุ่งเป็น 1,296 คน ใน 20 ประเทศ และ 1 ดินแดน โดยเม็กซิโกมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วมากที่สุดถึง 776 คน ตามด้วยสหรัฐที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 17 คน ในรัฐนิวยอร์ก ทำให้ยอดผู้ป่วยเพิ่มเป็น 286 คน ส่วนแคนาดามีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่อีก 39 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มเป็น 140 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 27 คน ในจำนวนนี้อยู่ในเม็กซิโก 26 คน และในสหรัฐ 1 คน สำหรับประเทศในเอเชียที่พบผู้ติดเชื้อในขณะนี้ได้แก่ เกาหลีใต้ 2 คน และฮ่องกง 1 คน
พบติดจากคนสู่คนรายแรกในเอเชีย
ทางด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้รายงานว่า ผลการทดสอบพบว่าแม่ชีอายุ 44 ปี ที่ไม่เคยเดินทางไปเม็กซิโกเลยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 จากเพื่อน ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการพบผู้ติดเชื้อจากคนสู่คนเป็นรายแรกในประเทศและในเอเชียขึ้น ทั้งยังทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 2 คนแล้ว โดยแม่ชีผู้นี้ได้ไปพบเพื่อนแม่ชีอายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อคนแรกที่สนามบิน แล้วค่อยมาติดเชื้อทีหลังเพราะทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกัน
"ฮู" ยันไม่ปรับเตือนระดับ 6
ขณะที่นางมากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะยกระดับการเตือนภัยไข้หวัด 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 ซึ่งเป็นการเตือนภัยโรคระบาดระดับสูงสุดขององค์การอนามัยโลก ทั้งยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ อย่าได้ตื่นตระหนกกับเชื้อไวรัสมรณะที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ โดยนางชาน กล่าวว่า การยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับสูงสุดนั้น จะขึ้นอยู่กับโรคระบาดว่ามีการแพร่ระบาดออกไปนอกภูมิภาคอเมริกาเหนือหรือไม่
ส่วนมาตรการรับมือนั้น นางชาน กล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้เพียงพอสำหรับการแจกจ่ายให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่จะต้องให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาก่อน
ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้เริ่มส่งยาต้านไวรัส 2.4 ล้านโดส ไปยังคลังสำรองยาประจำภูมิภาคของทางองค์การและให้บางประเทศแล้ว นับถึงปัจจุบันสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้กล่าวแล้วว่าจะให้ยานี้กับเม็กซิโก แต่ยังไม่ได้เอ่ยถึงประเทศอื่นว่ามีประเทศใดจะได้รับยาบ้าง
เม็กซิโกสั่งเปิด ร.ร.-มหาวิทยาลัย
สำหรับสถานการณ์ในเม็กซิโกที่มีการระบาดมากที่สุดนั้น ประธานาธิบดีเฟลิเป กัลเดรอน กล่าวว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ถูกสั่งปิดมากว่า 1 สัปดาห์ จะเปิดการเรียนการสอนแล้ว โดยโรงเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยจะเริ่มเปิดเรียนในวันพฤหัสบดี ส่วนโรงเรียนประถมและมัธยมต้นจะเปิดเรียนในวันจันทร์หน้า
ประธานาธิบดีกัลเดรอน กล่าวด้วยว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อยู่ในระดับคงที่แล้ว ประชาชนกำลังกลับเข้าสู่การใช้ชีวิตตามปกติ โดยคำสั่งเปิดสถานศึกษานี้มีขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลเม็กซิโกเพิ่งสั่งให้ร้านอาหาร และที่ชุมชนอย่างโรงหนัง โรงละคร สนามกีฬา ฟิตเนส ฯลฯ กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในวันพุธ
อังกฤษปิดโรงเรียนแห่งที่ 5
อย่างไรก็ตาม ที่อังกฤษกลับมีการปิดโรงเรียนแห่งที่ 5 เพื่อป้องกันการระบาดของไข้หวัด 2009 โดยสำนักงานคุ้มครองสุขภาพของรัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยว่า การปิดโรงเรียนเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่งนี้เป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า หลังจากมีคำยืนยันว่าพบเด็กนักเรียน 2 คน ได้รับเชื้อไข้หวัด 2009 ทำให้จำนวนโรงเรียนที่ถูกปิดชั่วคราวเพิ่มขึ้นเป็น 5 แห่งแล้ว โดยบอกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนดอลฟิน ในเมืองแบตเทอร์ซี ทางใต้ของกรุงลอนดอน ตัดสินใจปิดโรงเรียน แม้สำนักงานคุ้มครองสุขภาพเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากนักเรียนทั้ง 2 คน ไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยในขณะอยู่ที่โรงเรียน อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดว่าโรงเรียนจะถูกปิด 2-3 วัน
มีรายงานว่าเม็กซิโกเตรียมนำพลเมืองหลายสิบคนที่ถูกทางการจีนกักตัวเพื่อดูอาการภายใต้มาตรการรับมือกับไวรัสไข้หวัด 2009 กลับประเทศ ขณะที่จีนเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำอีก เมื่อกักตัวชาวแคนาดาไว้อีก 22 คน และจีนเองก็ส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำของไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส ไปยังเม็กซิโก เพื่อรับพลเมือง 200 คน ออกจากเม็กซิโกด้วยเช่นกันโดยมีกำหนดจะกลับสู่แผ่นดินใหญ่ในวันพุธนี้



