ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน:เครียดลงกระเพาะลูกสาว
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : เครียดลงกระเพาะลูกสาว
*สวัสดีค่ะ คุณหมอไพร
ดิฉันมีเรื่องปรึกษาคุณหมอค่ะ ลูกสาวดิฉันอายุ 10 ปี มี เมื่อเทอมที่ผ่านมาลูกสาวดิฉันต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อที่ย้ายงานไปต่างจังหวัดแต่แกไม่อยากย้าย ช่วงซัมเมอร์ต้องเรียนพิเศษที่โรงเรียนใหม่คุณครูโทรมาบอกว่าแกร้องไห้ไม่หยุด ข้าวกลางวันก็ไม่ทานมีอาการปวดท้องและอาเจียน จากนั้นก็มีอาการปวดท้องเป็นๆ หายๆ มาประมาณ 6-7 เดือนแล้วค่ะ บางครั้งมีทั้งปวดท้องและอาเจียนร่วมด้วย ชอบปวดกระบอกตาตอนบ่ายๆ ตอนเช้าตื่นมาจะรู้สึกหิวต้องลุกหาอะไรทานก่อนแต่ทานไม่เยอะ แล้วค่อยอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน พาไปรักษาทานยามาหลายเดือนอาการอาเจียนหายไปแล้วแต่ยังปวดท้องและกระบอกตาอยู่ค่ะ รบกวนคุณหมอช่วยให้คำปรึกษาด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ ...นิด
เด็กอายุแค่ 10 ขวบ ต้องมาถูกกดดันทางจิตใจ ไม่สบายใจจากการที่ผู้ปกครองต้องการให้ย้ายโรงเรียนโดยที่เธอไม่สมัครใจ บางทีเหตุผลและความต้องการของผู้ใหญ่เด็กๆ ไม่อาจเข้าใจได้ อยู่ที่เดิม มีเพื่อนที่รู้ใจ สิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย ทำให้ไม่อยากจากไป หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรย้ายโรงเรียนลูก หรือหากมีความจำเป็นก็ต้องคุยเหตุผลให้ลูกฟังด้วยความใจเย็น อาการที่เกิดขึ้นกับลูกสาวคุณ เกิดจากความเครียด เก็บกด จำใจทำในสั่งที่ไม่อยากทำ
เมื่อเครียด เก็บกด จะตามด้วยชี่ตับอั้นคั่งค้าง จนต้องร้องไห้เพื่อระบายความอัดอั้น ไม่ยอมกินข้าว ปล่อยปละละเลยมาจน 6-7 เดือน ตับอั้นชี่คั่งสะสมนาน ไม่กินข้าวตามเวลา แม้จะรักษามาตลอดก็จริงแต่ไม่ถูกจุด ส่งผลกระทบไปยังการทำงานของกระเพาะ ทำให้เกิดอาการปวดกระเพาะ และอาเจียนร่วมด้วย แผนจีนเรียกว่า “เครียดลงกระเพาะ”
อาการปวดกระบอกตาก็เป็นผลมาจากตับชี่อั้นคั่งค้างเช่นกัน เนื่องจากกินอาหารไม่เป็นระบบระเบียบ เวลากินก็กินไม่ลง ไม่มีอาหารในท้อง ตื่นเช้าจึงมีอาการโหยหิว แต่กระเพาะกลับไม่รับ
การรักษาที่ดีที่สุด ก็คือเข้าใจจิตใจของลูก ใกล้ชิด ให้ความอบอุ่น พูดคุยกับลูกให้มากๆ อย่าเอาความรู้สึกและความต้องการของผู้ใหญ่ไปครอบให้เด็ก พยายามพูดคุยให้ลูกค่อยๆเข้า สมัครใจ อย่าบังคับจิตใจเขา ให้ความใกล้ชิดลูกให้มากๆ ความรักของพ่อแม่ที่ให้เขา จะช่วยให้เขาผ่อนคลายและสบายใจขึ้นได้อย่าปล่อยให้เครียดจนตับคั่งค้างเช่นนี้นานๆ โรคอื่นๆจะตามมา ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ปัญหาโรคประจำเดือนไม่ปรกติ หรือโรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธ์อื่นๆจะตามมา
ปัญหาต่อมาคือปรับระบบระเบียบในการกินอาหาร ต้องเป็นเวลา มีประโยชน์ พอประมาณ ไม่น้อยเกินและไม่มากเกิน ตอนนี้ต้องเริ่มกินอาหารอ่อนๆ ทีละน้อยแต่หลายมื้อหน่อย คุณแม่ต้องอดทนทำเพื่อลูก หากทำได้ 2 อย่างนี้ อาการที่กล่าวมาหายได้แน่นอน



