
แนวทางร้านค้าที่สำเร็จในอนาคต
แนวทางร้านค้าที่สำเร็จในอนาคต:แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... อ.เอกพงษ์ ตรีตรง
การพัฒนาของธุรกิจร้านค้าจากอดีตถึงปัจจุบันมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบของร้านจะขึ้นอยู่กับปัจจัยจากพฤติกรรมผู้บริโภคของแต่ละยุคแต่ละสมัยในอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน ร้านค้าประเภทตึกแถว อาคารพานิชย์ได้รับความนิยมสูงมาก จากร้านค้าที่ต่อยอดจากบรรพบุรุษโดยเริ่มธุรกิจเล็กๆ SMEs มาเป็นร้านค้าติดถนนที่สังเกตเห็นง่ายๆ จากถนนเป็นย่านอาคารร้านค้าพาณิชย์ที่เห็นโดยทั่วไป
จากนั้นร้านค้าก็ได้พัฒนาไปสู่การรวมอยู่ในแหล่งเดียวกันในอาคารขนาดใหญ่ “ห้างสรรพสินค้า” คือ ทางเลือกหนึ่งของร้านค้าขายปลีกที่มีการบริหารสินค้าให้อยู่ในหมวดชนิดเดียวกันในลักษณะ INDOOR มีระบบปรับอากาศ โดยสามารถรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมเดินทางไปจับจ่ายด้วยรถยนต์ส่วนตัว จนปรากฏเป็นห้างสรรพสินค้าหลายโครงการทั่วประเทศ ปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่
ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านค้าได้พัฒนาไปอีกก้าวหนึ่ง โดยการนำพื้นที่ในลักษณะถนนคนเดิน ผนวกไปกับห้างสรรพสินค้าแบบ OUTDOOR พื้นที่ส่วนใหญ่จะไม่ขายขาด แต่จะเน้นธุรกิจประเภทพื้นที่เช่าตามสัญญาเช่าระยะยาวโดยส่วนใหญ่ นำการออกแบบที่ใช้พื้นที่แลนด์สเคป การจัดสวนจัดสภาพแวดล้อมภายนอกมาเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างร้านในแต่ละร้าน โดยพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ จะนิยมจับจ่ายกับพื้นที่แบบเปิดโล่งกึ่ง OUTDOOR โดยการออกแบบพื้นที่มีลานกิจกรรมเป็นตัวเชื่อมโยงไปด้วย โดยอาจจะมีการบริหารกิจกรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดและสร้างความน่าสนใจของโครงการ และร้านค้าเหล่านั้นก็สามารถแชร์กิจกรรมและการให้บริการกับพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วย
ความนิยมของนักลงทุนโครงการร้านค้าลักษณะนี้เกิดจากการลงทุนในงบประมาณที่ไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานระบบส่วนกลางที่สามารถประหยัดลงไปได้เยอะมาก โครงสร้างที่ใช้ก็ไม่ได้เป็นโครงสร้างของอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ วัสดุที่ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องราคาแพง อาจเป็นโครงเหล็กกรุวัสดุน้ำหนักเบาก็สามารถสร้างโครงการร้านค้าประเภทนี้ให้สำเร็จได้
ในขณะที่งบประมาณในการบริหารจัดการและดูแลรักษาก็ประหยัดด้วยเช่นกัน จากพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ยอดคลื่นในยุคนี้จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสาร ไอที การเข้าถึงสินค้าอาจมาจากพื้นที่สังคมออนไลน์ ซึ่งมีปริมาณมากขึ้น
ร้านค้าต่างๆ อาจต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป ส่วนร้านที่ให้บริการต่างๆ และร้านอาหารอาจยังคงมีเสถียรภาพเพราะ ไม่จำเป็นในการใช้พื้นที่ออนไลน์ในการให้บริการ แต่อาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ร้านค้าในยุคใหม่จึงต้องรู้จักบูรณาการองค์ความรู้สาระต่างๆ และประยุกต์สู่ร้านค้าแนวใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่จุดขายเรื่องเดียวไปตลอด แต่จะต้องหาจุดขายร่วมอื่นๆ เข้ามาส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จด้วย
ฉะนั้นถ้าจะพยากรณ์อนาคตถึงรูปแบบธุรกิจร้านค้าก็ควรจะพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้ครับ
1. พฤติกรรมผู้บริโภค
การศึกษาสภาพสังคม มนุษยวิทยา พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างละเอียด โดยเก็บรวบรวมสถิติและศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สังเกตเห็นแนวโน้มในอนาคตก็สามารถกำหนดรูปแบบที่รองรับอนาคตได้ โดยส่งเสริมให้โครงการสามารถประสบความสำเร็จได้ในอนาคต พฤติกรมผู้บริโภคที่เห็นได้ชัด เช่น สังคมออนไลน์ การเข้าหาธรรมชาติ การดูแลสุขภาพร่างกาย เป็นต้น
2. แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
ผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือ ภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดการปรับตัวอย่างมากในการออกแบบในอนาคตที่ทำให้เกิดการปรับตัวอย่างมากในการออกแบบในอนาคตที่ต้องรองรับปัญหาจากสภาพอากาศ และสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันที่นับวันทวีคูณปัญหาหนักขึ้นไปทุกที ธุรกิจในอนาคตจึงจำเป็นต้องนำปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มาคำนวณวิเคราะห์ วิจัยในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่แตกต่าง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกแบบรองรับผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน
3. แนวโน้มบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง
ในช่วง 4-5 ปีหลังจะสังเกตให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการซื้อขาย ตลอดจนรูปแบบการจัดการธุรกิจแนวใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ธุรกิจร้านค้าจะผนวกรวมกันในหลายๆ จุดขาย หรือ สร้างจุดขายใหม่ๆ อยู่เสมอ ตลอดจนการนำเสนอสู่สายตาผู้ซื้อก็มีความพิถีพิถันมากยิ่งขึ้น แนวคิดในการออกแบบมีความใหม่สดมากยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน
จากการวิเคราะห์แนวโน้มดังกล่าวสามารถแยกแยะวิธีการสร้างสรรค์ร้านค้าแนวใหม่ได้ดังนี้ครับ
1. ร้านค้าประเภทไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าแนวใหม่ๆ โดยรวมศูนย์กันในลักษณะที่ไม่ซ้ำกับรูปแบบเดิมๆ โดยอาจจะพัฒนาสู่การออกแบบร้านที่มีการนำพื้นที่ OUTDOOR และการเข้าถึงธรรมชาติมาผสมกับเทคโนโลยีและความล้ำสมัย และจะเกิดร้านค้าที่ให้บริการ IT แบบครบวงจร โดยมีการนำเสนอวิธีการให้บริการและจำหน่ายที่น่าสนใจแปลกใหม่มากขึ้น
2. ร้านค้าประเภทผลิตภัณฑ์ป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งอาจจะได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย มีรูปแบบที่น่าสนใจ อาจจะเกิดร้านสายพันธ์ใหม่ที่ให้บริการและจำหน่ายสินค้าประเภทเจาะกลุ่มสินค้าสำหรับผู้ประสบภัย หรือป้องกันภัยพิบัติแบบ D.I.Y. ป้องกันหรือผลิตภัณฑ์สำหรับน้ำท่วมโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ก็อาจมีแนวโน้มมากขึ้นต่อจากนี้นะครับ
3. ร้านค้าให้บริการสุขภาพแนวใหม่ โดยอาจจะบูรณาการควบคู่ไปกับการดูแลรักษาเพื่อความแข็งแรง และการรักษาสุขภาพในวิธีการแบบใหม่ในอนาคตจะเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมให้คนสุขภาพดี, อาหารปลอดสารพิษ สินค้าสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
4. กรณีร้านค้าที่มีรหัสร่วมกันคือแนวคิดเพื่อโลกเขียว ร้านค้าในอนาคตทุกร้านจะต้องมีแนวทางร่วมกันมากที่สุด คือ การใส่ใจโลก ไม่เบียดเบียนธรรมชาติและจากปัญหาวิกฤตน้ำที่เกิดขึ้นอาจจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีการปรับตัว ผู้บริโภคก็ปรับตัว การเลือกใช้วัสดุ หีบห่อ แพคเก็จจิ้งที่มาจากผลิตภัณฑ์รีไซเคิ้ลเกือบทั้งหมดก็แปลว่าต่อจากนี้ แนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมจะไม่เป็นแค่กระแส แต่จะเป็นรหัสที่ทุกคนต้องร่วมมือกันทำ
ท่านผู้อ่านสามารถเข้าร่วมสัมมนากับรายการอยู่สบาย เพื่อค้นหาธุรกิจแนวใหม่ โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กที่กำลังมาแรงในขณะนี้ได้ที่โทร 0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 ในงานสัมมนาในหัวข้อ “การออกแบบโรงแรม รีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่” วันที่ 28-29 มกราคม 2555 เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 9-10 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี แล้วพบกันนะครับ
...........
(หมายเหตุ แนวทางร้านค้าที่สำเร็จในอนาคต:แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... อ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



