ไลฟ์สไตล์

เที่ยวนี้ขอเล่า:ดีซี สุนทรีย์ดีจัง

เที่ยวนี้ขอเล่า:ดีซี สุนทรีย์ดีจัง

18 ธ.ค. 2554

คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : ดีซี...สุนทรีย์ดีจัง : 18 ธ.ค.54 : โดย กาญจนา หงษ์ทอง

 แค่ไม่มีกำแพงซะอย่าง จะเที่ยวไม้ไหนก็หามิตรใหม่ได้ไม่ยาก

          ใช่ว่าต้องแฮงเอาท์ตามเรือนพักชั้นประหยัดเสมอไป ถึงจะได้เพื่อนเป็นของที่ระลึก ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะแม้กระทั่งบนบัสที่มุ่งหน้าไปนครหลวงของอเมริกา ฉันยังหามิตรใหม่ได้เสมอ มันอาจเป็นการเดินทางที่ฉาบฉวย แต่เชื่อมั้ยว่ารอยยิ้มนี่แหละเป็นยาทลายกำแพงที่ออกฤทธิ์เร็วและเห็นผลเสมอ

          จากกรุงเทพไชน่า แอร์ไลน์ส (0-2250-9880) ส่งเราถึงมหานครนิวยอร์ก จากนั้นมีรถบัสวิ่งไปหา วอชิงตัน ดีซี ทั้งวัน  กว่าบัสจะเคลื่อนถึงนครหลวงของอเมริกาก็เย็นย่ำพอดี แทนที่จะพุ่งเข้าที่พักที่จับจองผ่านเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.co.th) ฉันเลยไปสอดส่องดูไฮไลท์ของเมืองอย่างทำเนียบขาว เป็นการชิมลางก่อน 

          พูดกันบ้านๆ ก็ต้องบอกว่าอาคารสไตล์จอร์เจียนสีขาวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของประธานาธิบดี เป็นบ้านหลังโตที่ด้านในจุห้องหับเอาไว้ 100 กว่าห้อง ทำเลแบบนี้เป็นสถานที่ประท้วงชั้นดี หน้ารั้วเหล็กที่ล้อมรอบบ้านเอาไว้จึงมีกลุ่มผู้ประท้วงหลายกลุ่มมาปักหลักกินนอนกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

          แต่ใครจะห่ามบุกเข้าประชิดตัวประธานาธิบดีคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแค่แหงนหน้าไปบนหลังคา ก็จะเห็นหน่วยแม่นปืนในชุดสีดำ ยืนตะคุ่มๆ อยู่หลายนาย 

          ที่จริงใครจะเข้าไปดูข้างในก็ได้ แต่ทัวร์ฉาบฉวยแบบนี้ไม่ได้เหยียบทำเนียบขาวแน่ เพราะต้องยื่นเรื่องอย่างน้อย 6 เดือนก่อนมา คือให้เวลาเขาสืบประวัติหน่อยว่าหมอนี่ลูกเต้าเหล่าใคร มาจากประเทศไหน เคยมีประวัติเป็นอาชญากรข้ามชาติรึเปล่า ต้องสืบกันขนาดนี้เลย ไม่ใช่ปล่อยให้เข้ามาเดินลอยนวลแล้วเกิดหนีบระเบิดมาทำตูมตามในบ้านประธานาธิบดี

          ถ้านับจากปีที่เริ่มตอกเสาเข็ม บ้านหลังนี้ก็อายุ 200 กว่าปีเข้าไปแล้วนะ แต่ยังดูใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนเพิ่งทาสีเสร็จเมื่อวาน

          ถ้านับบารัก โอบามา ด้วย ก็เท่ากับว่าอาคารหลังนี้ผ่านมือประธานาธิบดีมาแล้ว 44 คน ไม่ใช่สิ ที่จริงต้อง 43 เพราะคนต้นคิดให้สร้างทำเนียบขาว อย่างจอร์จ วอชิงตัน กลับไม่ได้มีโอกาสประเดิม ตอนนั้นอีกแค่ปีเดียวก็เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ประธานาธิบดีคนแรกมาชิงสิ้นใจไปซะก่อน   ประธานาธิบดีที่ได้เจิมจริงๆ คือจอห์น อาดัมส์ และครอบครัวของเขา

          ส่วนการตกแต่งภายในและสวนสีเขียวที่ห้อมล้อมตัวอาคารเอาไว้นั้น จะถูกโมดิฟายกันไปตามยุคตามสมัย เรียกว่าครอบครัวไหนรสนิยมยังไงก็รื้อปรับขยับเปลี่ยนกันตามอัธยาศัย

          หอมปากหอมคอกับวอชิงตัน วันรุ่งขึ้นนั่นแหละ ได้ถึงเนื้อถึงตัววอชิงตันซะที ฉันออกตัวเที่ยวจาก อนุสาวรีย์เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐ ผู้ไม่ธรรมดา เพราะถ้าธรรมดาคงไม่สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อยกย่องและระลึกถึงเขาเยี่ยงนี้ ข้อหาที่เป็นคนร่างคำประกาศอิสรภาพของอเมริกา เขาจึงเป็นบุคคลที่ประวัติศาสตร์อเมริกาต้องบันทึกถึงคุณงามความดีเอาไว้

          นอกจากเจอใบหน้าเขาได้บนธนบัตรดอลลาร์ราคา 2 ดอลลาร์  ใบหน้าของเขายังถูกสลักไว้ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติเมาท์รัชมอร์  หรือถ้าอยากเห็นทั้งตัวต้องมาที่นี่แหละ เพราะมีรูปปั้นของเขาสร้างไว้ที่นี่ 

          อาคารนี้ถือว่าโอ่อ่าเกินหน้าอนุสรณ์สถานไหนๆ แค่บันไดทางขึ้นก็ทำจากหินอ่อนแล้ว ไหนยังจะมีเสา ระเบียง และหลังคารูปโดม ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้อาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ไม่ใหญ่โตแต่ก็ชวนมอง

          ขลุกอยู่ในดงอนุสรณ์สถานอยู่พักใหญ่ แต่ใจพุ่งไปหา สถาบันสมิธโซเนียน แล้ว ที่นี่คือหมุดหมายของฉัน ยิ่งใครเป็นคอพิพิธภัณฑ์ นี่คือสวรรค์ชั้นย่อมของพวกเขา เพราะสมิธโซเนียนไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์สิวๆ กากๆ ซะด้วย เพราะนี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ประกาศตัวเองว่าใหญ่ที่สุดในโลก จะไม่ให้ใหญ่ได้ยังไงไหว ก็จุพิพิธภัณฑ์น้อยใหญ่เอาไว้ถึง 19 แห่ง แถมด้วยสวนสัตว์แห่งชาติ และแกลเลอรีอีก ที่เมื่อรวมข้าวของทั้งใหม่ กลาง เก่าเอามากองรวมกันแล้ว เขาว่ามีของให้ดูมากกว่า 150 ล้านชิ้น

          ฟังแล้วจะบ้า นี่เล่นกวาดของใน 3 สุดยอดพิพิธภัณฑ์ของโลกอย่าง ลูฟร์ บริติช มิวเซียม และเฮอร์มิเทจมานับชิ้นยังสู้ไม่ได้เลย สำหรับคนมีเวลาให้เฉพาะสมิธโซเนียน 7 วันเขาคงไม่เวียนหัว เพราะคงเดินเอ้อระเหยชมข้าวของอย่างเพลินใจ  แต่คนมีเวลาจำกัดจำเขี่ยอย่างฉัน ที่ทำได้คือ เฟ้นจาก 19 ให้เหลือ 2 ก็สปีดกันเต็มเหนี่ยวแล้ว 

          ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งไปที่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่วัดจากจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดจัดว่าเป็นหนึ่งในดาวเด่นของสมิธโซเนียน  ภายในอาคารไม่ได้แสดงความเป็นมาเกี่ยวกับมนุษย์เท่านั้น แต่ของโชว์แต่ละชิ้น ทำให้ผู้คนนิ่ง ทึ่ง ตะลึงงัน  มีทั้งห้องที่มีกระดูกไดโนเสาร์ และ เพชรโฮป มหึมาขนาด 45.5 กะรัต ที่เคยเป็นสมบัติของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศส รวมถึง สตาร์ ออฟ เอเชีย แซฟไฟร์ ที่ว่ากันว่าเป็นพลอยสีน้ำเงินใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งของโลก 

          เดินข้ามฟากถนนไปหาอาคารอิฐสีแดง ที่นั่นคือ “Smithsonian Castle” หน้าตาเหมือนปราสาทตามชื่อ แต่ด้านในคือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินละจากปราสาทสีแดง ฉันก็รีบดิ่งไปยัง พิพิธภัณฑ์เครื่องบินและยานอวกาศ มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าคนที่มาที่นี่แล้วมีความสุขมากที่สุดคงเป็นเด็ก คนที่เคยหลงใหลเรื่องราวของพี่น้องตระกูลไรท์ที่สร้างเครื่องบินลำแรกของโลกก็มีให้ดูที่นี่ด้วย

          ใครอยากโผล่หน้าเข้าไปดูหน้าตาและบรรยากาศในยานอวกาศคงตื่นเต้นพิลึก หรือถ้าอยากเห็นพวกอพอลโลและชุดของพวกนักสำรวจอวกาศก็หาดูได้ที่นี่ จะให้ดีน่าจะจำลองแอร์ฟอร์ซวันของประธานาธิบดีสหรัฐมาให้ดูไปเลยดีกว่า เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่รู้ของจริงหน้าตาเป็นแบบนั้นรึเปล่า

          พูดตามจริง ไม่คิดว่านครหลวงของอเมริกาจะสุนทรีย์ได้ขนาดนี้ แต่หลังจากขลุกอยู่ในดงพิพิธภัณฑ์ บอกได้เลยว่าวอชิงตัน ดีซี ช่างสุนทรีย์ดีจัง

 

 

......................

(คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : ดีซี...สุนทรีย์ดีจัง : 18 ธ.ค.54 : โดย กาญจนา หงษ์ทอง)