ไลฟ์สไตล์

ขอจัดการมรดก

ขอจัดการมรดก

13 ธ.ค. 2554

ดิฉันแต่งงานกับสามี เมื่อ พ.ศ.2547 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีลูกด้วยกัน สามีมีลูกติดกับภรรยาเก่า และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยาเก่าเช่นกัน พ่อแม่สามียังมีชีวิตอยู่

 ขณะอยู่กับดิฉันสามีป่วยหนัก ดิฉันก็ดูแลรักษาทุกอย่าง ก่อนเสียสามีพูดไม่ได้ แต่ได้เขียนในกระดาษให้ดิฉันติดต่อทนายเรื่องบ้านที่กู้ร่วมกัน และที่ยังต้องจ่ายธนาคารอีกเกือบ 2 ล้านบาท นอกนั้นมีที่ดิน 2 แปลง มีรถยนต์ 1 คัน เป็นชื่อสามี
 อยากถามว่าดิฉันมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ สามีเสียสามารถขอเงินค่าจัดการศพ เพราะสามีเป็นหารเรือได้หรือไม่ เรื่องบ้านที่กู้ร่วมกันควรทำอย่างไร ส่วนรถยนต์จะป็นสิทธิของดิฉันได้หรือไม่ เพราะถือสมุดคู่มือ โดยสามีได้เซ็นโอนลอยไว้ให้ก่อนเสียชีวิต
 หนึ่งฤทัย
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า คุณมีสิทธิที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้
 ส่วนเรื่องที่ขอเงินค่าจัดการศพของสามีคุณนั้น คงต้องติดต่อไปที่หน่วยงานของสามีเนื่องจากว่าระเบียบของข้าราชการแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้นๆ ว่าจะมีกฎระเบียบอย่างไร
 คุณเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส กฎหมายไม่รองรับ เมื่อสามีเสียชีวิตคุณจึงไม่มีสิทธิรับมรดก ส่วนลูกที่เกิดจากภรรยาเก่า ถ้าสามีเซ็นรับรองบุตร ลูกจะเป็นลำดับที่หนึ่ง และพ่อแม่ของสามีจะเป็นลำดับที่สอง ที่มีสิทธิรับมรดก  
 เรื่องบ้านที่กู้กันสองคน เมื่อสามีเสียชีวิต ส่วนของสามีจะกลายเป็นมรดก ผู้ที่มีสิทธิได้รับมรดกก็จะได้รับไป แต่เนื่องจากบ้านยังจำนองอยู่ที่ธนาคาร ก็ต้องเจรจากันดูว่า ธนาคารจะยินยอมให้ผู้รับมรดกมาใส่ชื่อไหม หรือว่าคุณต้องส่งเงินต่อจนหมดแล้วค่อยแบ่งส่วนของสามีให้กับผู้รับมรดก
 ส่วนเรื่องรถ การที่โอนลอยนั้น ไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะทำกันขึ้นมาเอง รถที่เป็นชื่อของสามีก็จะกลายเป็นมรดกอีกเช่นกัน แต่ถ้ามีการสืบทราบว่าเป็นรถที่หามาได้ขณะที่อยู่ร่วมกันหลังจากแต่งงาน แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่กินกัน ถือเป็นทรัพย์สินร่วม ดังนั้นเมื่อสามีเสียชีวิตก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งด้วย
 ทุกอย่างที่หามาได้หลังจากแต่งงานจึงเป็นของคุณครึ่งหนึ่ง และเป็นของสามีครึ่งหนึ่ง แล้วส่วนของสามีจะกลายเป็นมรดก ผู้มีสิทธิก็จะรับไป
 ลุงแจ่ม