
คมเลนส์ส่องพระประจำ11ธันวาคม
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่11ธันวาคม พ.ศ. 2554 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• ผลพวงจาก มหาอุทกภัย ที่ผ่านมา ทำให้เห็น สัจธรรม อย่างหนึ่งว่า น้ำ มีความเป็นธรรมเหมือนกันหมด ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง คนรวยระดับเศรษฐี หรือคนจนที่หาเช้ากินค่ำ ทุกคนทุกบ้านเรือนมีสิทธิ์น้ำท่วมขังเหมือนกันหมด ขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายไปทางที่ดีขึ้นตามลำดับ ทิ้งไว้แต่กองขยะมหาศาล โดยเฉพาะจำพวกเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์ ที่ทำมาจากไม้อัดหรือขี้เลื่อย เมื่อเจอน้ำท่วมขังนานๆ เข้าจะหลุดลุ่ยยุ่ยเปื่อยทันที เห็นกองเป็นขยะเต็มไปหมดทั่วทุกแห่งหน ต่อไปนี้ หลายคนคงเข็ดขยาดเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ไปอีกนาน
•• จากขนย้ายสิ่งของในบ้าน ก่อนที่น้ำจะมาถึง หลายคนพบว่า แท้จริงแล้วข้าวของต่างๆ ที่กองอยู่ในบ้าน มีจำนวนไม่น้อยที่เป็น ขยะ อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เราไม่เคยใส่ใจเหลียวแล แล้วขจัดออกไปเสียบ้าง ก็เลยกองเต็มบ้านไปหมด หลังจากน้ำท่วมคราวนี้ หากมีเวลาว่างจะได้คัดแยก ขยะ ออกไปเสียบ้าง เอาไปขายซาเล้งก็ได้ หรือให้คนยากจนก็ดี...บ้านจะได้โล่งโปร่งสบายขึ้นอีกมาก ต่อไปนี้ต้องหัด สอนใจตัวเอง ให้มากๆ หากสิ่งของใดไม่จำเป็น อย่าได้ซื้อเข้าบ้านอย่างเด็ดขาด...อย่าทำบ้านให้รกรุงรังด้วยสิ่งของต่างๆ เมื่อหมดความสนใจ ไม่รักชอบแล้วก็กลายเป็น ขยะ ดีๆ นี่เอง เพื่อนของผู้เขียนบอกกล่าวรำพันมาให้ฟัง...เมื่อวันที่ น้องน้ำ ได้ลาจากไปแล้ว เห็นว่าเป็นความคิดที่ดีมาก จึงอยากจะบอกกล่าวให้ท่านผู้อ่านได้ทราบบ้าง...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ
•• ตามที่ได้เกริ่นกล่าวเอาไว้ฉบับก่อนหน้านี้ว่า คมเลนส์ส่องพระ ได้รับภาพ พระสมเด็จ ล้วนๆ จำนวน ๑๐ องค์ มาจาก พี่ต้อย เมืองนนท์ ปรมาจารย์พระสมเด็จผู้มีพระสายนี้มากที่สุดในเวลานี้ จึงทยอยนำลงให้ท่านผู้อ่านได้ชมเป็นวิทยาทานโดยทั่วกัน วันนี้ คือ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง ซึ่งมีการแยกย่อยออกเป็นพิมพ์ต่างๆ ถึง ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ อกใหญ่, พิมพ์ใหญ่ อกวี (V), พิมพ์ใหญ่ อกกระบอก และ พิมพ์ใหญ่ เกศทะลุซุ้ม แม้จะมีความแตกต่างของแม่พิมพ์ไปบ้าง ก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น แต่เอกลักษณ์ในเชิงลึก หรือจุดสังเกตสำคัญๆ ยังคงมีเหมือนกันหมด (ข้อมูลจากหนังสือพระสมเด็จ ๓ วัด-สนพ.ไทยพระ) อย่างไรก็ตาม พระสมเด็จ องค์ในภาพนี้ เส้นซุ้มครอบแก้ว และฐาน ๒ ชั้น (ถัดจากองค์พระลงไปข้างล่าง) มีความบอบบางกว่า พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ องค์อื่นๆ ซึ่งนูนหนามาก อันเป็นผลมาจากการกดพิมพ์หนักเบาไม่เท่ากันนั่นเอง เสน่ห์อย่างหนึ่งของพระองค์นี้ คือ สวยคมชัดมาก และยังมีเนื้อผงเม็ดโตๆ ประปรายทั่วองค์พระ ซึ่งบางท่านเรียกว่า “เม็ดพระธาตุ” ส่งผลให้พระองค์นี้มีราคาสูงขึ้นอีกด้วย
•• พระสมเด็จ อีกองค์ของ พี่ต้อย ในวันนี้คือ พระสมเด็จ พิมพ์เกศบัวตูม วัดระฆัง เอกลักษณ์สำคัญของพระพิมพ์นี้ คือ พระเกศมีลักษณะคล้ายกับ ดอกบัวตูม และมีมุ่นมวยผมเป็นฐานรองรับ ที่พิเศษของพระองค์นี้ คือ มีการลงน้ำรักเอาไว้ด้วย (เฉพาะด้านหน้า) น้ำรักจะค่อยๆ ซึมลงในเนื้อพระ เมื่อรักหมดอายุจะล่อนหลุดลอกออกไป หรือการถูกทำความสะอาดด้วยการล้างองค์พระ รักก็จะหลุดออกได้เช่นกัน ทิ้งร่องรอยที่น้ำรักซึมลงไปในเนื้อพระเป็นเส้นดำเล็กๆ จนดูเหมือนกับลักษณะของการ แตกลายงา ซึ่งจะเป็นเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น พระองค์ไหนแตกลายงาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า อาจจะเป็น พระปลอม ก็ได้
•• พระกรุ ที่มีจำนวนพิมพ์และจำนวนพระมากที่สุดของเมืองสุพรรณ คือ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ เท่าที่ อ.มนัส โอภากุล ได้บันทึกไว้ในหนังสือตำรา พระเมืองสุพรรณ เล่มแรกของวงการพระ ก็มีมากกว่า ๖๐ พิมพ์ ต่อมาท่านได้ค้นพบอีกหลายสิบพิมพ์ ประมาณว่าพระกรุนี้อาจจะมีพิมพ์มากถึง ๑๐๐ พิมพ์ ส่วนจำนวนพระนั้น ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แน่นอน แต่คงมากมายมหาศาล สมัยก่อน พระขุนแผน มีวางเกลื่อนลานวัด จนเด็กๆ เอามาทอยเส้นแข่งกันก็มี เอาไปร่อนลงแม่น้ำแข่งกันว่าของใครโฉบผิวน้ำได้มากครั้งกว่ากันก็มี ผู้ใหญ่บางคนเอาไว้จ่ายเป็นค่านั่งสามล้อก็มี... ความมากมายมหาศาลของ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง เช่นนี้ สอดรับกับเหตุผลที่ว่า พระกรุนี้สร้างโดยฝีมือทหารหาญในกองทัพของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ร่วมกันกดพิมพ์สร้างพระชุดนี้ หลังจากรบชนะในสงครามยุทธหัตถี (ชนช้าง) กับ พระมหาอุปราชา แม่ทัพพม่า อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าเชื่อว่า พระกรุนี้สร้างโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ สมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา เห็นได้จากการที่พระกรุนี้มีทั้งพิมพ์องค์เดียว ที่เรียกว่า พระขุนแผนพลายเดี่ยว และพิมพ์ ๒ องค์คู่กัน ที่เรียกว่า พระขุนแผนพิมพ์พลายคู่ ซึ่งพระเครื่องประเภทนี้ไม่ค่อยมีใครสร้าง แต่พระกรุนี้มีจำนวนมาก หลายพิมพ์ด้วยกัน สื่อความหมายในองค์ พระพลายคู่ คือ ตัวแทนของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับ สมเด็จพระเอกาทศรถ นั่นเอง
•• พระขุนแผนพลายคู่ ลักษณะการเลี่ยมกรอบหรือใส่ตลับ ดูแล้วค่อนข้างจะเทอะทะ ไม่สวยงามเท่าที่ควร จึงมีการตัดแบ่งออกเป็น ๒ องค์ โดยมีทั้งการตัดแบ่งก่อนนำไปเผาไฟ หรือเผาไฟแล้วตัดแบ่งก่อนลงบรรจุกรุ รวมทั้งการตัดแบ่งในสมัยปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุที่พระองค์หนึ่งสวยคมชัด อีกองค์หนึ่งไม่สวยเลย ทำให้ขายไม่ออก หากตัดแบ่งแยกออกเป็น ๒ องค์แล้ว องค์ที่สวยยังขายได้ราคางาม ดีกว่าปล่อยองค์พระให้เฝ้าตู้เป็นแรมปี พระที่ตัดแบ่งนั้นไม่ต้องกังวลใจเรื่องพุทธคุณ ชาวสุพรรณสมัยเก่าก่อนยืนยันว่า พุทธคุณยังดีเลิศเหมือนเดิมทุกประการ องค์ในภาพนี้เป็น พระขุนแผนพลายคู่ตัดเดี่ยว พิมพ์อกครุฑ อันเป็นพิมพ์นิยมที่เช่าหาในราคาสูง โดยเฉพาะพระองค์นี้ผ่านการประกวดมาแล้วหลายครั้ง สวยคมชัดมากจนได้รับรางวัลชนะเลิศทุกครั้ง เป็นพระของ ฐกร บึงสว่าง บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง ซื้อมาในราคาหลักหมื่นกลางๆ
•• พ่อท่านกล่อม หรือ พระครูวิธูรธรรมศาสตร์ เป็นชาวบ้านริมคลองท่ามะตูม อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๘ เดิมชื่อ กล่อม แก้วกล่อม อุปสมบท พ.ศ.๒๔๑๑ มรณภาพ ๒๓ มกราคม ๒๔๗๔ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธาวาส และเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาอาคมแกร่งกล้า จนมีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งของภาคใต้ ขณะอยู่ในสมณเพศ ท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง ต้องลงโบสถ์ทำวัตรเช้า-เย็นทุกวัน ไม่เคยขาด แม้จะอาพาธก็ตาม นอกจากนี้ ท่านยังตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรม และท่องบทสวดมนต์เจ็ดตำนานสิบสองตำนานจนขึ้นใจ มุ่งมั่นปฏิบัติวิปัสสนาธุระ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของพระภิกษุสามเณร และชาวบ้านทั้งหลาย นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา ทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ และที่ท่านโปรดปรานมากอย่างหนึ่ง คือ เรือแข่ง ในงาน ชักพระ อันเป็นงานประจำปีที่โด่งดังของ จ.สุราษฎร์ธานี สมัยนั้น
เรือของวัดโพธาวาส ไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ต่อผู้ใดเลย ความสามารถอีกอย่างหนึ่ง คือท่านสามารถ บริกรรมคาถาสะกดจระเข้ ได้ด้วย สำหรับวัตถุมงคลของท่านเป็นที่นิยมของลูกศิษย์และชาวสุราษฎร์ธานีเป็นอันมาก โดยเฉพาะตะกรุด, สาลิกาลิ้นทอง และเหรียญรูปเหมือน ทั้งแบบเหรียญปั๊ม และ เหรียญหล่อโบราณ ปี ๒๔๗๐ เป็นเหรียญทรงกลมรี หูขวาง หล่อด้วยเนื้อทองผสมเงินหัวนะโม และทองคำที่ชาวบ้านนำมาถวายใส่เบ้าหลอม ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนพ่อท่านกล่อม นั่งเต็มองค์ ครองจีวรรัดประคด พาดผ้าสังฆาฏิ นั่งขัดสมาธิราบ เอามือจับเข่าทั้งสองข้าง ใต้ผ้ารองนั่งจารึกปีที่สร้าง “พ.ศ.๒๔๗๐” ขอบเหรียญภายในมีเส้นโค้งรีไปตามรูปเหรียญจารึกตัวอักขระขอม ด้านหลัง เป็น “ยันต์ห้า” และอักขระขอม เนื่องจากเป็นเหรียญหล่อแบบโบราณ โดยฝีมือช่างชาวบ้าน ตัวเหรียญส่วนใหญ่จึงหล่อไม่เต็ม แต่ดูแล้วคลาสสิกมาก เหรียญปลอมทำอย่างไรก็ไม่เหมือน โดยเฉพาะความเก่าของเนื้อโลหะ ซึ่งมีอายุถึงทุกวันนี้เกือบ ๑๐๐ ปีแล้ว เรื่องพุทธคุณหายห่วง เพราะพ่อท่านเก่งในทุกด้าน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมแสวงหากันมาก เช่าหากันถึงล้านกว่าบาทขึ้นไป เหรียญในภาพนี้เป็นของ ชรินทร์ สงขลา ทายาทห้างทองดังใน จ.สงขลา แต่เจ้าตัวสนใจพระเครื่องมากกว่า เหมือนกับ อู๊ด สุพรรณ ทายาทห้างทองดังแห่งเมืองสุพรรณบุรี ก็หันมาเอาดีทางพระเครื่องเช่นกัน
•• วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ธันวาคม) มีงานประกวดพระที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ๒,๐๓๓ รายการ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ สุดยอดพระเครื่องสี่มูลเมืองภาคอีสาน •• ถัดไป...วันอาทิตย์ที่ ๑๘ ธันวาคม มีงานประกวดพระที่ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี จัดโดย มลชัย สุติรัตนชัย และชาวสมาชิก ชมรมพระเครื่องเมืองละโว้ •• วางตลาดแล้ว...หนังสือ พระสมเด็จ ๓ วัด (วัดระฆัง-บางขุนพรหม-เกศไชโย) ภาพสวยคมชัด พร้อมคำบรรยายลักษณะแต่ละพิมพ์ทรง ชี้จุดตำหนิครบถ้วน นับเป็นการศึกษาภาพพระแท้องค์จริงอย่างดียิ่ง จัดทำโดย สนพ.ไทยพระ-ศึกษาและสะสม •• หนังสือรวมประวัติและภาพวัตถุมงคล หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม เป็นแนวทางการสะสมพระที่ถูกต้อง ทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อหามวลสาร และประวัติความเป็นมาอย่างละเอียด จัดทำโดย สนพ.คเณศ์พร •• พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต •••



