
ขยะขายได้-ถุงทรายกลายเป็นถุงเงิน
ไฮฮอตวันเสาร์ : ขยะขายได้-ถุงทรายกลายเป็นถุงเงิน
พอน้องน้ำเซย์กู๊ดบาย... มวลขยะกองมหาศาลก็ถาโถมเข้ามากระหน่ำซ้ำเติม สร้างปัญหาหนักใจให้กันไม่จบไม่สิ้น เพราะแค่เก็บกวาดให้สะอาด หรือฝากให้รัฐและเทศบาลช่วยดูแลก็ใช่ว่าขยะเหล่านี้จะหายแว้บไปเลย ยังต้องมีกระบวนการกำจัดขยะที่ใช้เวลาอีกหลายปีโข และมลพิษก็คอยก่อตัวมาสู่ประชาชนมากขึ้นอีกด้วย แต่ยังไงซะปัญหาก็เป็นแรงผลักดันหนึ่งที่กระตุ้นทำให้เกิดเหล่านักคิดนักทำ ที่คอยนำไอเดียดีๆ หาทางแก้ปัญหากับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้เสมอ
เฉกเช่นโครงการร่วมมือล่าสุดของกรรมการผู้จัดการบริษัท โพลีโอเลฟินส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ อย่าง ยุทธนา เจียมตระการ ที่ริเริ่มแนวคิดบริหารขยะพลาสติกหลังน้ำลด ด้วยนำวัสดุใกล้ตัวอย่างการแปรรูปถุงทราย หรือกระสอบทรายที่เห็นเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วนมาเป็นสิ่งของเครื่องใช้ใหม่ ที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนวิกิฤติให้เป็นโอกาสโดยการสร้างธุรกิจใหม่หลังน้ำลดได้อย่างดีเยี่ยม
ปัญหาถุงทรายมีอะไรบ้าง ?
ตอนนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าปริมาณของถุงทรายที่ใช้ในการกั้นน้ำในมหาอุทกภัยครั้งนี้มีจำนวนมหาศาลมากโดยผลกระทบหลักของการใช้ถุงทรายมากเกินปกติที่เห็นได้ชัดคือ ทำให้จัดการขยะพลาสติกตามกระบวนการนั้นไม่สามารถทำทันได้ เรามีการสำรวจพื้นที่หลังน้ำลดพบว่าเมื่อถามบรรดาซาเล้งเก็บขยะว่าถุงทรายขายได้เท่าไหร่ คำตอบคือขายไม่ได้เพราะมันมีจำนวนเยอะเกินความต้องการ จึงยังมีที่ถูกปล่อยไว้เป็นขยะเฉยๆ อีกจำนวนมาก
กระบวนการจัดการขยะพลาสติกเป็นอย่างไร ?
กระบวนการกำจัดถุงพลาสติกหรือถุงทรายแบบปกติคือมีคนเก็บ ให้โรงงานนำไปคัดแยก ทำความสะอาด และหลอมเป็นเม็ดนำกลับมาใช้ใหม่ตามความต้องการต่างๆ ถ้าในสถานการณ์น้ำท่วม เรือสามารถเก็บไว้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ขวดพลาสติกจะถูกแปรรูปเป็นเส้นใยเล็กพร้อมนำมาใช้งานใหม่ได้หลายรูปแบบ
ทำไมจึงต้องแปรรูปถุงทราย
ในช่วงน้ำท่วมเราได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในนั้นคือการมอบถุงทรายให้รัฐบาลนำไปใช้กั้นน้ำในพื้นที่ต่างๆ เมื่อเห็นปริมาณการให้ที่มากขึ้น ตอนนั้นเองจึงเกิดคำถามว่าเมื่อน้ำลดแล้วจะทำอย่างไรกับขยะจากสิ่งของบริจาค ทั้งขวดน้ำ กระสอบทราย รวมถึงกระดาษต่างๆ ด้วย จึงเกิดเป็นโจทย์ที่ท้าทายกับเวลาพอสมควรในการจัดการกับปัญหานี้
เมื่อมีปัญหาทางแก้ก็ย่อมบังเกิด... เมื่อได้นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แบรนด์ OSISU ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มาร่วมคิดร่วมสร้างผลิตภัณฑ์จากกระสอบทรายกับในระยะเวลากระชั้นชิด เพียง 3 สัปดาห์ จนสำเร็จไประดับหนึ่งและพร้อมที่จะเผยแนวคิดดีๆ จนสร้างประโยชน์และมูลค่าได้มหาศาล
ความคิดหลักในการต่อยอดงานจากขยะ
ตอนที่ได้รับโจทย์มาเราแบ่งความคิดออกเป็น 3 ระยะ ระยะสั้น ได้แก่ คิดจะจัดการอย่างไรกับขยะพลาสติกหลังน้ำลด ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ ขวดน้ำ โฟม และถุงทราย เพื่อให้ชีวิตของเราเริ่มดีขึ้น ระยะกลาง ได้แก่ คิดจะนำสิ่งเหล่านี้ไปทำอะไรให้แก่ผู้ประสบภัยได้บ้าง และในระยะยาวได้แก่ความคิดที่จะนำวัสดุเหล่านี้มาทำเป็นวัสดุใหม่ๆ เพื่อซ่อมแซมบ้าน เช่น ประตู ฝาบ้าน ฯลฯ
เริ่มต้นแปลงร่างถุงทรายอย่างไร
เราพยายามหาวิธีการนำพลาสติกมาใช้อย่างชาญฉลาด มีคนโทรมาถามผมมากมายว่าน้ำลดแล้วจะทำอย่างไรกับกระสอบทรายดี เลยคุยกับทีมนักออกแบบงานเอสซีจีทั้ง คุณอัจฉรี พัชรกิตติ และทีมงานอีกมากมาย โดยยึดหลักว่ากระสอบทรายเป็นพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ น่าจะเอามาทำเป็นวัสดุก่อสร้างได้ ช่วยกันติดต่อขอความรู้เรื่องการแปรรูปไปที่หลายหน่วยงานให้หาวิธีการมาทำเป็นวัสดุใหม่ สุดท้ายจึงได้เริ่มทดลองด้วยวิธีง่ายๆ ก่อน ด้วยการเอามาบีบอัดด้วยความร้อน ยืด ดึง ใช้เวลาอยู่ 3 อาทิตย์ จนออกมาเป็นวัสดุหลักที่ดูแล้วมีเอกลักษณ์ตรงที่มีความสวย มีศิลป์ มีความเด่น และแข็งแรงมาก
ตอนนี้ถุงทรายกลายเป็นอะไรได้บ้าง
เราพบว่าในโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมโต๊ะ เก้าอี้ ต่างๆ ถูกน้ำพัดพังหมด ในห้องสมุดหนังสือก็เสียหาย แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยและชุมชนต่างๆ ของก็เดือดร้อนกันหมด เราเลยมาคิดว่าจะเอาถุงกระสอบทรายมาทำเป็นประโยชน์ให้ผู้ประสบภัยเหล่านี้ได้ไหม เลยเอาวัสดุข้างต้นมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือน ให้ได้มีใช้กันหลังน้ำลดดีกว่า โดยใช้กระบวนการอยู่ 3-4 อย่าง ในการแปลงร่างกระสอบทราย คือการนำถุงทรายมาทับกันเป็นชั้นๆ ใช้ความร้อนบีบอัดให้ถุงประสานกันเกิดรูปแบบหงิกๆ งอๆ อันนี้จะแข็งทำเป็นโต๊ะ เก้าอี้ได้ กับรีดให้เรียบบางให้แสงผ่านได้ก็เอามาดัดให้โค้งเป็นโคมไฟ กรอบรูป หรือเอามาแปะเป็นลวดในเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ลวดลายและสีสันเราไม่สามารถควบคุมได้ แล้วแต่ว่าถุงทรายที่เราใช้นั้นเป็นสีอะไร
รู้สึกอย่างไรกับผลงาน
ที่ผมภูมิใจ คือเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่เกิดจากการลองผิดลองถูกจนเกิดเป็น พลาสติกที่หลอมแล้วพลาดหงิกงอไม่ได้รูป พื้นผิวไม่ดีแต่พอพลิกมาอีกด้านหนึ่งสีกลับสวยมากตามที่เราต้องการ แถมยังแข็งแรงด้วย งานแบบนี้มันมีความตื่นเต้นมากเลยนะ สำหรับนักออกแบบแล้วสิ่งที่ได้คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและท้าทายอย่างมาก เพราะวัสดุจากถุงทรายสามารถสร้างจินตนาการให้แก่นักออกแบบได้เป็นอย่างมาก เราคาดเดาไม่ได้เลยว่าพอนำออกจากบล็อกรออุณหภูมิเย็นลง พลาสติกก็จะหดตัวออกมาเป็นอย่างไร จนกระทั่งเป็นความงามด้านศิลปะและสามารถบริหารจัดการถุงทรายที่ใช้แล้วได้อีกด้วย
อีกอย่างคือเก้าอี้ 1 ตัว เราใช้ถุงซ้อนกันประมาณ 10 ใบ จำนวนตัวเลขของกระสอบทรายทั้งหมดในตอนนี้ ที่ผมทราบมามีมากกว่า 10 ล้านใบ ถ้าเราปล่อยให้ถุงย่อยสลายไปตามกระบวนการเฉยๆ ก็จะไม่ส่งผลอะไรกับสังคมเลย แต่ถ้านำมาดัดแปลงสัก 5 ล้านใบ คิดดูว่าเราจะได้ชิ้นงานที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมมากมายเท่าไหร่ ถ้าหลายๆ คนช่วยกันคิดช่วยกันทำ ก็สามารถจัดการกับปัญหานี้ไปได้ด้วยดีแน่นอน
ระยะเวลาการใช้งาน
ปกติพลาสติกที่ถูกนำมาแปรรูปด้วยความร้อน จะมีอายุการใช้งานในพื้นที่กลางแจ้ง 1 ปี ก็จะเริ่มกร่อน แต่ถ้าใช้ในที่ร่มอย่างในห้องเรียน ในอาคาร ก็ไม่มีปัญหา สามารถใช้ได้เรื่อยๆ เป็นสิบปี หรือแตกหักไปเอง
การตอบรับของตลาดรีไซเคิล
ความต้องการใช้ของรีไซเคิลตอนนี้มีจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามองการผลิตตั้งแต่แรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนวางจำหน่าย เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าต้องใช้ทุนเท่าไหร่ เพราะก่อนจะได้สินค้า 1 ชิ้น ต้องผ่านการทดลองมากมาย แต่เมื่อถึงขั้นตอนการจัดจำหน่ายจะมีกำไรมากเพราะต้นทุนเราเป็นของเหลือใช้ เป็นเศษวัสดุธรรมดา แต่เมื่อได้ผ่านการดีไซน์ที่ดีไปก็จะมีมูลค่าสูงมาก
แนะนำไอเดียง่ายๆ ในการทำกระสอบทรายให้มีค่า
จุดประสงค์จริงๆ ของโครการ คือต้องการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปได้ช่วยกันนำขยะพลาสติกมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้เฉยๆ ดังนั้นเมื่อเจอกระสอบทรายที่ไม่ได้ใช้ แนะนำง่ายๆ ให้นำทรายไปให้ไซต์งานก่อสร้างที่หลังน้ำลดเขาต้องการทรายคืนมาก ส่วนกระสอบถ้าเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนการเย็บเป็นวิธีแปรรูปพื้นฐานที่ดีที่สุด สามารถเย็บเป็นกระเป๋า รองเท้า แฟ้มเอกสาร ฯลฯ แล้วแต่จะใส่ไอเดียลงไปให้ตรงตลาดมากที่สุด หรือรวบรวมถุงทรายเปล่าๆ มาให้ทางเอสซีจีมาแปรรูปเพื่อนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ผู้ประสบภัยก็ได้
-------------------------------------------
(ไฮฮอตวันเสาร์ : ขยะขายได้-ถุงทรายกลายเป็นถุงเงิน)



