ไลฟ์สไตล์

สพฐ.เล็งจัดซื้อแท็บเล็ตหลายสเปค

สพฐ.เล็งจัดซื้อแท็บเล็ตหลายสเปค

07 ธ.ค. 2554

สพฐ.เล็งจัดซื้อแท็บเล็ตหลากหลายสเปค จัดสรรให้เหมาะสมกับ นร.แต่ละระดับชั้น เผยมี 24 ร.ร. ตกค้าง! เปิดเทอมรอบ 2 วันที่ 13 ธ.ค. ไม่ได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.54  นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าตามที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับบริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อการมีงานทำ โดยให้เวลาในการศึกษา 2 สัปดาห์

          สพฐ.ได้ข้อสรุปว่า แท็บเล็ตที่จัดให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นนั้น จะต้องมีคุณสมบัติ และ แพลตฟอร์ม ที่แตกต่างกัน แปรผันไปตามลักษณะการจัดการ การสอนของเด็กแต่ละวัย อาทิ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 นั้นไม่ต้องการแท็บเล็ตที่มีคุณสมบัติสูงมาก และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เพราะลักษณะการเรียนจะเน้นเพื่อการเรียนรู้ ส่วนการเรียนการสอนของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย จะเน้นเรื่องกระบวนการคิด การแก้โจทย์ปัญหา ส่วนนักเรียนมัธยมจะเน้นการเรียนผ่านการทำโครงงาน จำเป็นต้องมีการสืบค้นข้อมูล เพราะฉะนั้นแท็บเล็ตสำหรับนักเรียนมัธยม จะต้องมีคุณสมบัติที่สูงขึ้น และต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพื่อใช้สืบค้นข้อมูล

          ดังนั้น แท็บเล็ตที่จัดให้นักเรียนแต่ละระดับชั้น จะต้องมีสมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการแตกต่างกันไปตามระดับชั้นการศึกษา อาทิ ระดับประถมศึกษาการ เข้าถึงระบบออนไลน์ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญเท่ากับระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ต้องการเชื่อมต่อระบบเพื่อการสืบค้นข้อมูลมากกว่า เป็นต้น         

          "สเปคของเครื่องแท็บเล็ตนั้นจะต้องมีการแปรผันไปตามช่วงชั้นของนักเรียน รวมถึง แอปพลิเคชั่น ที่จะติดตั้งลงไปกับเครื่องด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ในการจัดหาแท็บเล็ตนั้น สพฐ.จะยึดหลักความพร้อม และความมั่นใจในการนำแท็บเล็ตไปใช้  แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่รัฐจะจัดสรรให้ด้วย"

 

เผยมี 24 ร.ร. ตกค้าง! เปิดเทอมรอบ 2 วันที่ 13 ธ.ค. ไม่ได้

 

          นายชินภัทร เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ และจังหวัดรอบนอก ซึ่งได้ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนมาเป็นระยะนั้น สามารถเปิดภาคเรียนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้จำนวน 491 โรงจากจำนวนโรงเรียนทั้งหมด 716 โรง คงเหลือโรงเรียนอีกจำนวน 226 แห่ง ที่ยังไม่สามารถเปิดภาคเรียนได้ เพราะยังมีน้ำท่วมขังอยู่มาก แต่ในโรงเรียนกลุ่มนี้จำนวน 202 โรง ประเมินแล้วพร้อมเปิดภาคเรียนในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ คงเหลือโรงเรียนอีก 24 แห่งที่ไม่สามารถเปิดภาคเรียนได้ ดังนี้ 

          ร.ร.หอวัง ปทุมธานี , ร.ร.สายปัญญารังสิต , ร.ร.บ้านรางปลาหมอ จ.นครปฐม , ร.ร.บ้านรางกระทุ่ม , ร.ร.บ้านคลองพระมอพิสัย , ร.ร.บ้านคลองนกกระทุง , ร.ร.บ้านกระทุ่มล้ม , ร.ร.วัดสุวรรณาราม , ร.ร.บ้านคลองมหาสวัสดิ์ , ร.ร.วัดสาลวัน , ร.ร.บ้านคลองโยง , ร.ร.บุญยศรีสวัสดิ์ , ร.ร.บ้านคลองสว่างอารมณ์ , ร.ร.วัดมะเกลือ , ร.ร.วัดลาดสนุ่น จ.ปทุมธานี , ร.ร.วัดประยูรธรรมาราม , ร.ร.วัดโพสพผลเจริญ , ร.ร.ชุมชนวัดบางโค จ.นนทบุรี , ร.ร.บ้านคลองพระพิมล , ร.ร.บ้านดอนตะลุมพุก , ร.ร.วัดคลองเจ้า , ร.ร.วัดเพรางาย , ร.ร.วัดมะสงมิตรภาพที่ 55 และ ร.ร.สมบูรณ์ศาสตร์พัฒนา

          นายชินภัทร กล่าวต่อว่า โรงเรียนทั้ง 24 แห่งที่ไม่สามารถเปิดภาคเรียนในวันที่ 13 ธ.ค. นี้ได้นั้น ได้มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละพื้นที่ไปประสานกับโรงเรียนจัดทำแผนให้ชัดเจนว่า โรงเรียนจะสามารถเปิดภาคเรียนได้เมื่อไหร่ และจะมีการสอนชดเชยอย่างไร หากจำเป็นอาจต้องมีแผนฉุกเฉินเผื่อไว้กรณีที่โรงเรียนไม่สามารถเปิดภาคเรียนได้จริง อาจย้ายนักเรียนไปเรียนที่อื่นแทน

          โดยให้ส่งแผนมาภายในวันที่ 9 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม โรงเรียนทุกแห่งที่เปิดภาคเรียนล่าช้ากว่ากำหนดจะต้องมีแผนสอนชดเชยที่ชัดเจน อาทิ ร.ร.อนุบาลสามเสน จัดสอนชดเชยช่วงเย็นวันจันทร์ถึงศุกร์วันละ 1 คาบเรียน ส่วนวันเสาร์สอนชดเชยตั้งแต่เวลา 8.30 - 14.00 น. ถ้าตามแผนการสอนนี้ จะสอนชดเชยแล้วเสร็จในวันที่ 3 มี.ค.55 ถือว่าสามารถสอนได้ครบตามเนื้อหาหลักสูตร และจบภายในเวลาที่กำหนด

 

 

........................................

(หมายเหตุ : ที่มาภาพข่าว : AFP)