
อียูออกระเบียบใหม่ ควบคุมการใช้สารปรุงแต่งในอาหาร
คณะกรรมาธิการยุโรป (อียู) ได้รับรองกฎระเบียบ ว่าด้วยเรื่องสารปรุงแต่งอาหาร ที่อนุญาตให้ใช้ได้ในอียู 2 ฉบับ ได้แก่
1) ระเบียบคณะกรรมาธิการยุโรปว่าด้วยรายชื่อสารปรุงแต่งอาหาร ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 เพื่อให้อุตสาหกรรมอาหารได้มีเวลาปรับตัว
2) ระเบียบคณะกรรมาธิการยุโรปว่าด้วยรายชื่อสารปรุงแต่งอาหาร ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2554 เป็นต้นไป
การมีรายชื่อสารปรุงแต่งอาหารดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหาร รวมไปถึงผู้ส่งออกไทยที่ส่งออกสินค้าอาหารมายังตลาดอียู สามารถทราบว่าจะใช้สารปรุงแต่งใดได้บ้าง และใช้ได้ในอาหารประเภทใด รวมทั้งในปริมาณเท่าไร
สีผสมอาหาร เป็นสารประเภทแรกที่อียูให้ความสำคัญ และจะเริ่มประเมินความเสี่ยงเป็นลำดับแรก
ปัจจุบันมีสีผสมอาหารจำนวน 17 สีที่ได้รับการประเมินไปแล้ว และอียูกำหนดให้สีผสมอาหาร 3 สี ต้องมีการปรับเปลี่ยนระดับและปริมาณในการผสมกับอาหาร เนื่องจากพบว่าอาจมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคบางกลุ่ม
ในแง่ผลกระทบ การที่อียูกำหนดมาตรฐานเรื่องสารปรุงแต่งอาหารเป็นของตนเอง โดยใช้มาตรฐานสากลอย่าง Codex เป็นพื้นฐานต่อยอด อาจก่อให้เกิดความซับซ้อนแก่ผู้ประกอบการได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังตลาดอียู จึงควรเฝ้าติดตามพัฒนาการและรายละเอียดของระเบียบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อจักได้สามารถปรับตัวกับกฎระเบียบและมาตรฐานด้านสินค้าอาหารใหม่ๆ ของอียูได้อย่างทันท่วงที โดยสามารถติดตามรายชื่อสารปรุงแต่งอาหารล่าสุดที่อนุญาตให้ใช้ได้ในอียูได้ที่ https://webgate.ec.europa.eu/sanco_foods/main/?event=display
ที่สำคัญ ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาด้วยว่ากฎระเบียบอียูมีมาตรการใดบ้าง ที่อาจไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล หรือขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ ที่อียูจะนำมาใช้กำหนดข้อห้ามต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้กฎระเบียบดังกล่าวของอียู กลายเป็นข้อกีดกันทางการค้าในเชิงเทคนิค
รายงานโดย : คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป



