ไลฟ์สไตล์

นอนกรน แก้ไขอย่างไร

นอนกรน แก้ไขอย่างไร

07 ธ.ค. 2554

โดยปกติ เวลาคนเรานอนหลับ กล้ามเนื้อที่ลิ้นและที่โคนลิ้น จะคลายตัวลงไปด้วย ทำให้ลิ้นตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ปิดสนิท ทำให้อากาศที่เราหายใจผ่านจมูก และผ่านลงไปยังโพรงจมูกด้านหลัง ผ่านไปไม่สะดวกนัก เกิดคล้ายการกระพือ บริเวณที่โคนลิ้น ทำให้เกิดเป็น

 ในอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งมักเกิดกับคนที่อ้วน มีสรีระบริเวณคอใหญ่ รวมทั้งเนื้อเยื่อในโพรงช่องปาก ด้านในใหญ่ด้วย หลายๆ ส่วนเลยร่วมกัน ขัดขวางทางเดินของอากาศตอนหายใจ ทำให้กรนได้ง่ายขึ้นหรือมากขึ้น ถึงแม้ไม่ได้หลับสนิทและจะทำให้ร่างกายได้รับออกชิเจนในขณะหลับน้อยลง ร่างกายก็จะเตือนตัวเองให้ตื่นขึ้นแบบไม่รู้ตัว เพื่อพลิกหรือขยับตัว ให้หายใจได้คล่องขึ้น หรือตื่นเพื่อให้ร่างกายหลับตื้นขึ้น ลิ้นก็จะได้ไม่ตกลงไปขัดขวางทางเดินหายใจ
 บางคนร่างกายจะตื่นตลอดทั้งคืนโดยไม่รู้ตัวเลย คิดว่าตัวเองหลับสนิทตลอดทั้งคืน ซึ่งมีผลทำให้ตอนเช้าตื่นขึ้นมา จะรู้สึกไม่สดใส ทั้งๆ ที่นอนไปตั้งหลายชั่วโมง บางทีก็จะปวดศีรษะตอนตื่นนอน กลางวันก็จะง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวัน บางครั้งก็ฟุบหลับกับหนังสือขณะอ่านหนังสือ หรือฟุบไปกับพวงมาลัยขณะขับรถ เหมือนหลับใน ทั้งๆ ที่ไม่ได้อดนอน ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ถ้าไม่ได้ขับรถ เวลาไปนั่งที่ไหน ก็จะนั่งหลับอยู่ตรงนั้นเป็นประจำ
ลักษณะทั้งหมดที่กล่าวมา ถือว่าเป็นโรคที่เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea (OSA)
 ภาวะแทรกซ้อนของโรค Obstructive Sleep Apnea (OSA)
 ในผู้ใหญ่ จะพบอาการ ความดันโลหิตสูง ความดันในหลอดเลือดของปอดสูง หัวใจและสมองขาดอ๊อกซิเจนเวลากลางคืน ซึ่งอาจทำให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ และเสียชีวิตกะทันหันได้
 ในผู้ป่วยเด็ก คล้ายกับอาการของผู้ใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น และยังพบว่า ผู้ป่วยบางรายมีสมาธิสั้น อารมณ์ก้าวร้าว มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ต่างๆ เช่น ทำให้ความคิดสร้างสรร ความจำ ความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ และความสามารถทางด้านภาษาลดลง
 การที่จะวินิจฉัย ว่า เป็น OSA ดูจากประวัติที่กล่าวมา นอกจากนี้อาจต้องเข้าทดสอบในห้อง Sleep lab คือต้องไปนอนค้างคืน 1 คืนในห้องที่จัดให้ในโรงพยาบาลแล้วมีสายมอนิเตอร์ วัดคลื่นสมอง คลื่นหัวใจ ความเข้มของออกซิเจนในเลือดขณะหลับ เพื่อวัดดูว่าเมื่อมีการหลับลึกหรือขณะนอนกรนมีการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ หรือทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนแค่ไหน รวมถึงการที่ร่างกายต้องตื่นตัวเพื่อให้หลับตื้น ฯลฯ
วิธีการรักษา
 1.กรณีเป็นชนิดหยุดหายใจไม่ยาวและไม่มีการขาดออกซิเจน อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ใส่ในช่องปาก (Oral appliance) ช่วยได้
 2.กรณีที่มีการผิดปกติของช่องทางเดินหายใจ เช่น ลิ้นไก่ยาว หรือหย่อน ต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอะดินอยด์โต อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด การตัดต่อทอนซิลและอะดินอยด์ อาจช่วยลดเสียงกรนได้ ถ้าลิ้นไก่ และ/หรือ Anterior pillar ใหญ่ อาจใช้การรักษาด้วยเลเซอร์จี้ให้ยุบลงได้เพื่อไม่ให้ขัดขวางทางเดินหายใจ
 3.กรณีที่มีภาวะหยุดหายใจและขาดออกซิเจน อาจพิจารณา ใช้เครื่อง Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) หรือ Bipap มาช่วย กรณีนี้การทดสอบใน Sleep lab จะบ่งชี้ว่าเป็น OSA ซึ่งต้องหาสาเหตุต่างๆ แล้วก็แก้ที่สาเหตุด้วย รวมทั้งแก้ไขด้วยเครื่องช่วยหายใจแบบ Continuous Positive Airway Pressure (CPAP) หรือ Bipap เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาในระยะยาวเช่น เลือดข้น (Polycythemia) ความดันโลหิตสูง หัวใจวายและอัมพาตจากสมองขาดออกซิเจน ซึ่งคนใกล้ชิดจะเป็นผู้สังเกตอาการของผู้ป่วยได้ดีและง่ายที่สุด ดังนั้นจึงควรสังเกตและรีบพบแพทย์เพื่อแก้ไขให้เร็วที่สุด
สำหรับแนวทางการดูแลรักษาเบื้องต้น
 1.ลดน้ำหนัก เพราะไขมันนอกจากจะอยู่ที่บริเวณตัวเราแล้วยังอยู่ที่ช่องคอด้วย ทำให้อาจเกิดภาวะหยุดหายใจ และขาดออกซิเจนได้สูง
 2.ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงายเพราะจะทำให้ลิ้นไปอุดช่องทางเดินหายใจ
 3.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสามร Caffeine เพราะจะทำให้ช่องทางเดินหายใจตีบตัน เช่น เหล้า บุหรี่ ชา กาแฟ ช็อกโกแลต และน้ำอัดลม
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
โทร.0-2361-2727